29 มิ.ย. เวลา 02:09 • ธุรกิจ

มหาอำนาจเงียบ TCL แบรนด์จีนที่ฮุบโรงงาน LG และกำลังโค่น Samsung

วันนี้ผมอยากจะมาคุยกันถึงบริษัทแห่งหนึ่งที่มหาอำนาจกำลังจับตามอง
บริษัทที่กุมความลับที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ณ เวลานี้
และที่น่าตกใจก็คือผลิตภัณฑ์ของพวกเขาอาจจะกำลังทำงานอยู่ในบ้านของพวกเรา โดยที่เราไม่เคยรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
แบรนด์ที่ผมกำลังพูดถึงมีชื่อว่า TCL
เวลาได้ยินชื่อนี้ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นแบรนด์ทีวี หรือเครื่องปรับอากาศที่มักจะวางขายในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
เป็นแบรนด์ที่คนมักจะมองว่าเป็นเพียงผู้เล่นระดับรองในตลาด
แต่ความจริงแล้วสิ่งที่เราเห็นนั้นเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง
เพราะ TCL ไม่ใช่บริษัทที่ชอบป่าวประกาศเรื่องราวของตัวเอง
แต่พวกเขาคือบริษัทที่เน้นการลงมือสร้างสิ่งต่างๆ อย่างเงียบๆ
ในขณะที่ทุกคนกำลังหันไปสนใจแบรนด์เทคโนโลยีที่หวือหวา…
เราลองมาดูตัวเลขบนหน้ากระดาษของบริษัทนี้กันก่อน
ปัจจุบันบริษัทแห่งนี้ผลิตทีวีได้ถึง 26 ล้านเครื่องต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการผลิตทีวี 1 เครื่องในทุกๆ 2 วินาที
ลองจินตนาการถึงเครื่องจักรที่ทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืนไม่มีวันหยุด
นี่คือปริมาณมหาศาลที่ทำให้ในเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา
พวกเขาก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตทีวีอันดับหนึ่งของโลกเมื่อวัดจากยอดจัดส่ง
เป็นการกระชากมงกุฎมาจากแบรนด์ที่ครองแชมป์มาอย่างยาวนาน
แต่เรื่องที่น่าสนใจคือทีวีกลับเป็นสิ่งที่มีความน่าสนใจน้อยที่สุด
เมื่อเทียบกับอาณาจักรทั้งหมดที่พวกเขากำลังครอบครองอยู่…
ย้อนกลับไปในปี 1981 ที่เมือง Huizhou มณฑล Guangdong
ชายหนุ่มที่มีชื่อว่า Li Dongsheng (หลี่ ตงเซิง) พร้อมกับเพื่อนร่วมงาน
ได้ก่อตั้งบริษัทขนาดเล็กขึ้นมาแห่งหนึ่งในชื่อ TTK Home Appliances
ในยุคนั้นพวกเขาไม่ได้ผลิตหน้าจอล้ำสมัยหรือเทคโนโลยีอะไรเลย
แต่พวกเขาเริ่มต้นธุรกิจจากการผลิตตลับเทปคาสเซ็ตต์
ธุรกิจเติบโตได้ดีในยุคที่ประเทศจีนกำลังเริ่มเปิดประเทศ
จนกระทั่งพวกเขาถูกฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในยุคนั้นอย่าง TDK
วิกฤตครั้งนั้นบังคับให้บริษัทต้องเปลี่ยนชื่อใหม่อย่างกะทันหัน…
ในปี 1985 พวกเขาจึงเลือกใช้ชื่อใหม่ว่า TCL ซึ่งย่อมาจาก Telephone Communication Limited
สะท้อนถึงการเบนเข็มเข้าสู่ธุรกิจโทรศัพท์พื้นฐานอย่างเต็มตัว
การปรับตัวครั้งนั้นเปลี่ยนชะตาชีวิตของบริษัทไปตลอดกาล
พวกเขากลายเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์อันดับหนึ่งในจีนและเป็นผู้สร้างโทรศัพท์ไร้สายเครื่องแรกของประเทศจีนในปี 1994
ก่อนจะกระโดดเข้าสู่สมรภูมิทีวีสีที่กำลังดุเดือดสุดๆ ในยุคนั้น
จุดเปลี่ยนที่ทำให้โลกต้องเริ่มหันมามองบริษัทนี้ เกิดขึ้นในช่วงปี 2003 ถึง 2004
เมื่อพวกเขาตัดสินใจเดินหมากที่บ้าบิ่นที่สุดในยุคนั้น…
ด้วยการนำบริษัทสัญชาติจีนออกไปกว้านซื้อกิจการระดับโลก
พวกเขาเข้าซื้อกิจการทีวีของ Thomson ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ RCA และยังเข้าซื้อกิจการโทรศัพท์มือถือของ Alcatel อีกด้วย
แต่การบริหารกิจการข้ามชาติในตอนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
บริษัทต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างหนักจนแทบล้มละลาย
วัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างกันแทบจะฉีกบริษัทเป็นชิ้นๆ
หลายคนในวงการมองว่านี่คือจุดจบของบริษัทที่ทะเยอทะยานเกินตัว
แต่ผลลัพธ์ที่ตามมากลับไม่เป็นไปตามที่หลายคนคาดคิด…
พวกเขาใช้เวลาปรับโครงสร้างและยอมเจ็บปวดเพื่อเรียนรู้ จนสามารถกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งพร้อมกับบทเรียนที่สำคัญ
นั่นคือการพึ่งพาเทคโนโลยีจากผู้อื่นไม่มีทางสร้างความยั่งยืนได้
ความเจ็บปวดในอดีตนำมาสู่การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ในปี 2009
เมื่อพวกเขาตัดสินใจทุ่มงบประมาณมหาศาลก่อตั้ง CSOT ขึ้นมาเพื่อผลิตแผงหน้าจอแสดงผลด้วยเทคโนโลยีของตัวเอง
และนี่คือไพ่ลับที่ทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ราคาประหยัด กลายเป็นผู้กุมชะตาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปัจจุบัน…
คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าโลโก้บนกล่องสินค้าคือผู้ผลิตสิ่งนั้น
แต่ความจริงคือ CSOT เป็นหนึ่งในผู้ผลิตหน้าจอที่ทรงอิทธิพลที่สุด
พวกเขาคือเจ้าของโรงงานผลิตแผงหน้าจอ LCD ระดับ Gen 11
หน้าจอสมาร์ตโฟนหรือทีวีแบรนด์ดังระดับพรีเมียมที่เราใช้อยู่ อาจจะกำลังใช้แผงหน้าจอที่ผลิตโดยบริษัทนี้อยู่ก็เป็นได้
พวกเขาเป็นผู้ผลิตแผงหน้าจอสำหรับเกมมิ่งอันดับหนึ่งของโลก
และยังเป็นอันดับหนึ่งในตลาดแผงหน้าจอทีวีขนาดใหญ่กว่า 98 นิ้ว
รวมถึงเป็นผู้ส่งออกตู้เย็นรายใหญ่ที่สุดในโลกมาถึง 16 ปีติดต่อกัน
ปัจจุบันพวกเขามีฐานการผลิต 38 แห่งกระจายอยู่ใน 4 ทวีป…
ความดุดันของพวกเขายังไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น
เมื่อเดือนกันยายน 2024 บริษัทได้เขียนเช็คเงินสดก้อนโต มูลค่า 1.47 พันล้านดอลลาร์เพื่อเข้าซื้อโรงงานผลิตหน้าจอ ซึ่งเป็นโรงงาน LCD ระดับ Gen 8.5 ของ LG Display
เป็นการกวาดเอาคู่แข่งรายสำคัญออกจากกระดานไปอย่างแนบเนียน
และในเวลาเดียวกันพวกเขาก็กำลังก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่
มันคือโรงงานผลิตหน้าจอ OLED ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบอิงค์เจ็ต ระดับ Gen 8.6 แห่งแรกของโลกด้วยเม็ดเงินลงทุน 4.1 พันล้านดอลลาร์
ซึ่งเทคโนโลยีนี้แม้แต่แบรนด์ระดับโลกก็ยังไม่มีสายการผลิตเป็นของตัวเอง…
สิทธิบัตรกว่า 70,000 ฉบับเปรียบเสมือนกำแพงเมืองที่ถูกสร้างขึ้น
ซึ่งหากเราถอยออกมามองภาพใหญ่ของการแข่งขันระดับโลก
ความขัดแย้งด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่กำลังคุกรุ่น
มักจะถูกสื่อพุ่งเป้าไปที่เรื่องของการผลิตชิปประมวลผลเป็นหลัก
แต่ในสมรภูมิของหน้าจอแสดงผลซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน จีนได้ใช้บริษัทแห่งนี้เป็นหอกทะลวงฟันจนยึดครองพื้นที่ไว้ได้สำเร็จ
การเข้าฮุบโรงงานของคู่แข่งไม่ใช่แค่การขยายธุรกิจธรรมดา
แต่มันคือการประกาศสงครามเพื่อแย่งชิงความได้เปรียบทางต้นทุน
เพราะเทคโนโลยีนี้จะทำให้การผลิต OLED มีราคาถูกลงอย่างมหาศาล…
บทบาทของการเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่พวกเขาปูทางเอาไว้ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในห้องนั่งเล่นหรือหน้าโต๊ะทำงานอีกต่อไป
แต่ยังรวมไปถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด
รถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายใหญ่ไม่ว่าจะเป็น BYD หรือแบรนด์อื่นๆ ต่างก็ต้องการหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่เพื่อเป็นศูนย์กลางการควบคุม
บริษัทที่ผลิตหน้าจอได้ในสเกลมหาศาลย่อมเป็นผู้ชนะในเกมนี้
เมื่อเรานำจิ๊กซอว์ทั้งหมดมาต่อกันภาพที่ได้จะไม่ใช่แบรนด์ราคาถูก
แต่เรากำลังมองเห็นฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนความสะดวกสบายทั่วโลก
เป็นบริษัทที่เติบโตจากการทำตลับเทปสู่การเป็นเจ้านายของหน้าจอ…
เรื่องราวของบริษัทที่เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ จนกลายเป็นมหาอำนาจเงียบ
ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับคนที่กำลังสร้างธุรกิจ
มันพิสูจน์ให้เห็นว่าความพ่ายแพ้สามารถเป็นบทเรียนชั้นดี
การเติบโตที่ยั่งยืนที่สุดอาจไม่ใช่การยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟ
แต่คือการสร้างสิ่งที่มีความจำเป็นจนทุกคนขาดไม่ได้
และแทรกซึมเข้าไปอยู่ในทุกกระบวนการอย่างแนบเนียนที่สุด
เมื่อถึงจุดนั้นต่อให้ผู้บริโภคจะไม่เคยเอ่ยชื่อแบรนด์ของเราเลย
แต่อิทธิพลและเม็ดเงินมหาศาลก็จะยังคงไหลเข้าสู่ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
เหมือนอย่างที่ TCL กำลังทำอยู่บนโลกใบนี้อย่างเงียบๆ นั่นเองครับผม…
References : [tcl, theverge, reuters, nikkei, bloomberg]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here https://www.tharadhol.com/the-silent-powerhouse-tcl/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา