จิ๋วแต่แจ๋ว! ทำควำมรู้จัก "พริกขี้หนู" เผ็ดร้อนถึงใจประโยชน์ล้นเหลือเกินตัว

ถ้าพูดถึงเครื่องปรุงรสคู่ครัวไทยที่ขาดไม่ได้ในแทบทุกมื้อ อาหารจานเด็ดส่วนใหญ่ย่อมต้องมีรสจัดจ้านจาก"พริกขี้หนู" รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน สมกับสานวนไทยที่ว่า "เม็ดเล็กพริกขี้หนู" เพราะแม้ขนาดตัวจะเล็กกระจิริด แต่ความเผ็ดร้อนและคุณประโยชน์ทางยานั้นเรียกได้ว่ายิ่งใหญ่เกินตัวมากครับ วันนี้เราจะพาทุกคนมาเจาะลึกข้อมูลของพริกขี้หนู ทั้งในแง่พฤกษศาสตร์และสรรพคุณอันน่าทึ่งกันค่ะ
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
ชื่อวิทยาศาสตร์: Capsicum frutescens L.วงศ์ (Family) Solanaceae (วงศ์มะเขือ)
ชื่อสำมัญ: Cayenne Pepper
ชื่อท้องถิ่นอื่นๆ: ดีปลี, ดีปลีขี้นก (ภาคใต้), ปะแกว (ภาคเหนือ), พริกแด้, พริกแต้, พริกนก, หมักเพ็ด (ภาคอีสาน)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของพริกขี้หนู
พริกขี้หนู จัดเป็นไม้ล้มลุกที่มีขนาดทรงพุ่มไม่ใหญ่มากนัก โดยทั่วไปจะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 30-90 เซนติเมตร ใบเป็นใบเดี่ยวแตกเรียงสลับกัน ตัวใบมีรูปทรงไข่หรือรูปวงรี กว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-8 เซนติเมตร จุดสังเกตเด่นคือบริเวณโคนใบจะมีความเฉียงเล็กน้อย
เมื่อถึงเวลาออกดอก เราจะเห็นดอกพริกขี้หนูออกเป็นช่ออยู่ตามซอกใบ โดยในหนึ่งซอกใบจะมีดอกเล็กๆ อยู่ด้วยกันประมาณ 2-3 ดอก กลีบดอกมีสีขาวสะอาดตาหรือบางครั้งอาจเห็นเป็นสีเขียวอ่อนๆ และเมื่อดอกได้รับการผสมพันธุ์ก็จะกลายเป็น "ผลพริก" ซึ่งเป็นผลสด ในช่วงแรกผลจะมีสีเขียวเข้ม และเมื่อแก่จัดหรือสุกเต็มที่ก็จะเปลี่ยนสีสันเป็นสีส้มแดงสะดุดตา ชวนให้น่าลิ้มลอง
สรรพคุณทางยาและประโยชน์ต่อสุขภาพ
รู้หรือไม่ว่าในตารายาไทยโบราณ พริกขี้หนูไม่ได้มีดีแค่ช่วยชูรสอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นสมุนไพรชั้นยอดอีกด้วย โดยในตาราอ้างอิงว่า ผลพริกขี้หนูที่มีรสเผ็ดร้อนนั้น มีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ แก้ไข้ และช่วยรักษำโรคตำนซำง ซึ่งเป็นโรคโบราณที่มักพบในเด็ก มีอาการซูบซีด พุงโร ก้นปอด ซึ่งทางแพทย์สันนิษฐานว่าเกิดจากโรคพยาธิในลาไส้
ในปัจจุบัน วงการแพทย์และเภสัชกรรมได้นาพริกขี้หนูมาต่อยอดอย่างกว้างขวาง โดยมีหัวใจสาคัญคือสารสกัดที่ชื่อว่า
Capsaicin (แคปไซซิน) ซึ่งเป็นสารที่ให้ความเผ็ดร้อน โดยมีบทบาทสาคัญดังนี้:
ใช้เป็นส่วนผสมในยำขับลม: ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ
ส่วนผสมในยาขี้ผึ้งทำถูนวด: บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ โดยความร้อนจากสารสกัดจะช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
เห็นไหมค่ะว่า "พริกขี้หนู" เม็ดเล็ก ๆ ที่เราเห็นกันจนชินตานั้น มีเรื่องราวและคุณค่าซ่อนอยู่มากมาย ทั้งช่วยแต่งแต้มรสชาติอาหารไทยให้จัดจ้านโดนใจคนทั่วโลก และยังดูแลสุขภาพของเราได้ตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก มื้อต่อไปลองเติมพริกขี้หนูสักนิด เพื่อเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าและรับประโยชน์ดี ๆ กันนะ
โฆษณา