เมื่อวาน เวลา 10:14 • ปรัชญา
เวลาที่ได้กายนี้มาตามอายุขัย ใช้เวลาไม่เหมือนกัน ที่ว่า หมกมุ่นในเรื่องราวต่างๆ .
เรื่องราวของคำว่า เวลา ..เวลา ที่เราอยู่ กับ การทำมาหากิน ต้องใช้ อารมณ์นึกคิด ต่างๆ มากมาย มีพอใจ ไม่พอใจ มีอยาก .อยากอย่างนั้นอย่างนี้ ได้ปัจจัยมา ใช้จ่าย .ซื้อของมาใช้ เริ่มเล็กน้อย ก็ไปหาภาระมาอีก อยู่ตัวคนเดียว ไม่พอ มีภาระดูแล ขันธ์ห้า คนเดียว ไม่พอ ต้องไป เอาขันธ์ห้า ของผู้อื่น มาเป็นภาระ เป็นสามีภรรยา มีลูกมีหลาน มีบ่วงพันธการ มันเรื่องราวมากมาย ที่ว่า เป็นเวลาของโลก ใมีภาระ ยึดในสิ่งที่โลกมี .ให้ตาเห็น .หูได้ยิน .ก็อยากได้ อยากดู. อยากเอามาเป็นของตน .มันมากมาย .ร่างกายก็แก่ ไปตามทาง .
คราวนี้ ที่เรา .จะเป็นเวลา .ที่ว่า เป็นเรื่องราวจิตวิญญาณ ของเราเอง . เราก็ ปลีกตัว นำกายนี่ ไม่ให้มีอารมณ์นึกคิดมาวุ่นวาย . นั้นก็ คือ เวลาที่เรา ไปนั่งในห้องพระ สวดมนต์ ภาวนา . ทำกายให้ไม่มีอารมณ์ปรุงแต่ง บังคับกาย ให้นิ่ง .เช่น เราพูดบอก กายให้หูเร่ได้ยิน ..กายนิ่ง หูก็จะส่งเสียงไปให้จิตในกายรับรู้ ว่าทำอะไร จิตจะได้รับรู้ ตื่นขึ้นมา ช่วยบังคับกาย ให้นิ่ง .พอพูดว่า จิตเฉย ..เราก็ดู ว่า จิตเฉยมั้ย . มีอะไรเกิดขึ้นที่ กาย เจ็บปวด ทุกขเวทนา .คันตรงนั้นตรงนี้ นั่น คือ อารมณ์ . เราก็ทำจิตเฉย .
กายนั้นก็เหมือนต้นไม้ ..มีรากไม้ เปลือกไม้ แก่นไม้ .กิ่งก้านสาขา . แก่นไม้ ก็คือ จิตที่อาศัยในกาย . เราก็นั่งนิ่ง จิตเฉย .สำรวจ เรื่องราวต่าง ที่เกิดขึ้น รากไม้ เปลือกไม่ กิ่งไม้ ใบไม้ . ที่แตกออกมา ..นั่น เป็นเรื่องราวของอารมณ์ทั้งหมด . ดูไปดูมา เอ้า .มันมีแต่เรื่องราวที่เกิดทุกข์ทั้งนั้น มำอย่างไร จะให้จิตไม่ไปยึดถือ กายที่เหมือนต้นไม้ วันหนึ่ง ก็ต้องล้ม .หรือ ยืนต้นตาย .
แล้วจิตเรา จะอยู่กับต้นไม้นี้ต่อไปก็ไม่ได้ . จิตจะไปทางไหน .เอาเรานั่ง กายนิ่ง จิตนิ่ง เอ้า .ก็เรื่องราวธรรมมาสอนจิต ค่อยเรียนรู้จักกรรม ที่เกิดขึ้นในกาย เรียนรู้จักอารมณ์นึกคิด มันมาจากไหน มันเหมือนไม่มีกาย มีแต่คลื่นลม .มีความแสบร้อน .ต่างๆ
เราก็ได้เรียนรู้ ในคำว่าปฏิบัติธรรม ขึ้นมา รู้จักในอารมณ์นึกคิดที่ไม่มีตัวมีตน .ทำไมอารมณ์นึกคิดนั้น .จึงเป็นทุกข์ ที่ยิ่งใหญ่ .เมื่อจิตเราไปยึดถือ ก็ต้องมีทุกข์รับทุกข์ ทุกข์นั้น เกิดเป็นกรรม อยู่ที่ธาตุทั้งสี่ของจ้ต แม้จากกายนี้ไป จิตก็ต้องมีทุกข์ ด้วยธาตุทั้งสี่ ที่จิตนั้น สะสมมา . สะสมกรรม ก็ได้อยู่กับทุกข์ สะสมบุญกุศล ธาตุทั้งสี่ก็มีบุญ หนุนนำจิตไปทางที่มีความสุข
ตราบได้ ทีกายนี้ ยังไม้ดับ เราก็ไม่ประมาท สะสม คำว่า สร้างบุญกุศลบารมีไปเรื่อย เพราะกายนี้ไม่เที่ยง ถึงคราว กายเจ็บ กายป่วย เราก็นำการนี้ มาสร้างบุญกุศล สวดมนต์ นั่งสมาธิ กายนิ่ง จิตนิ่ง ทำไม่ได้
เมื่อทำไม่ได้ มันก็มีแต่อารมณ์ หงุดหงิด ฟุ้งซ่าน ด้วยบ่างกรรม ที่ยึด . กดทับจิต .ยิ่งกายป่วย .มันทุกข์ทรมาน มีแต่อารมณ์กรรม .อารมณ์นึกคิด .หนุดพักไม่ได้เลย เป็นเวลาของกรรม ที่กายนั้นมีแต่กรรม ไม่มีเวลาว่างเว้น จากอารมณ์นึกคิดไปได้เลย แม้ใกล้หมดลม ก็ติดบ่วงอารมณ์ .ห่วงบ้าน ห่วงคนนั้นคนนี้ ทรัพย์สินเงินทอง เป็นบ่วงกรรม ต้องเกิดๆตายๆ ไม่จบสิ้น
โฆษณา