เมื่อวาน เวลา 13:33 • ปรัชญา
เรื่องราว ชีวิต พอมาถึงวัย ที่ว่า เวลามันเหลือน้อยลงไป มองชีวิตที่ผ่านมา มาปะติดปะต่อ .เรื่องนั้นเรื่องนี้ เรื่องการทำมาหากิน เรื่องราวต่างๆ นี่ หากว่า เราไม่แบ่งเวลา มาฝึกหัด ที่ว่าสร้างบุญกุศล ปฏิบัติธรรม สะสม เวลา ให้ตัวเอง
หากเราไม่ หันหน้าไปพึ่งพระ เราก็คง มองไม่เห็นว่า ชีวิตที่เรา ใช้กายไปทำมาหากิน นั้น ธาตุทั้งสี่ บันทึกเรื่องราว เป็นสีดำ สีเวรกรรม ตลอดเวลา พอเราหันมา สร้างบุญกุศลท ก็ค่อยๆ ได้แง้มดู . มองดูเรื่องราวอารมณ์นึกคิด ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา มันเป็นเรื่องราวของการสร้างเวรกกรม สร้างกรรมใหม่ ต่อเนื่องกันไปตลอด เหมือน สร้างบ่วงโซ่มารัดตัวเอง วันละข้อ ยาวเยียด พันธนากาย และจิตตัวเอง ตั้งแต่เกิดมา . ก็เป็นภาระพ่อแม่ เลี้ยงดูกายนี้ ให้ของกิน กินแล้วโต กว่าจะดูแลตัวเองเป็น
การที่ได้พบพระ ท่านแนะนำ ชี้ให้ปฏิบัติธรรม ชี้ให้รู้จักเรื่องราวอารมณ์นึกคิด เรื่องราวรายละเอียดของอารมณ์ ที่ท่านว่า มันมีตัวน่ะ ก็ให้เรียนรู้ ไปจนเห็นตัวอารมณ์ นั้นมันน่าเกลียดน่ากลัว .ที่จิตเรามันยึดถือ เป็นทาสอารมณ์ แล้วก็ยังได้ เรื่องราว ว่าจิตหนึ่ง ที่เป็นใหญ่ในโลกนี้ ขนาดเทพยดาอินทร์ เกิดมาอาศัยกายมนุษย์ ก็ยังเกรงกลัว พลาดท่า ก็ลงนรก
ชีวิตที่ผ่านมา ก็ทำให้รู้จัก คำว่า โลกดีขึ้น รู้จักกรรมมากขึ้น รู้จักธรรมมากขึ้น ก็อาศัยสร้างบุญกุศลกนีเวรกรรม ชาตินี้ ก็ได้เรื่ยนรู้จัก เรื่องราวไสยศาสตร์ พาจิตลงนรก เรื่องราวที่นำจิตให้หลงใหล ปิดหนทาง ที่เข้าไปหาธรรม มาช่วยเหลือจิตของตนเอง
เรื่องราวของธรรม พอเรียนรู้จักมากขึ้น .เอ้า .มีเรื่องราวของจิตมากมาย ที่สนใจ ศึกษาพระธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีหูทิพย์ตาทิพย์ ที่ไหน มีการสร้างบุญกุศล มีแสงสีของบุญเกิดขึ้น เค้าก็มาอนุโมทนา ยิ่งฟังเรื่องราว ที่พระท่านสอน เทพยดาอินทร์พรหม ที่ว่า ถึงเวลาเกิดก็ต้องเกิด เกิดมาอาศัยกายมนุษย์นั้นเสี่ยงทาย อาจจะตกนรดชกได้
แล้วก็ได้ฟัง เรื่องราวพระที่ท่าน ยุติการเกิด ท่านก็เล่าว่า ฉันก็เคย ไปตกรก เป็นเปรต อสุรกาย เคยต่อต้านคัดค้าน ขัดขวาง คนที่เค้าสร้างบุญกุศลบารมี ชาติต่อไป ฉันก็ไปเกิดเป็นควาย ไถ่นา ให้คน ที่ฉันไปขัดขวางเค้า เพียงแค่ขัดขวาง เค้าสร้างบุญกุศล ฉันยังต้องไปเกิดเป็นควาย เพราะฉันไม่รู้จัก คำว่าบุญบารมี หนีเวรกรรม
แล้วท่านก็บอกว่าจิตที่เป็นพระ นั้น ท่านก็ มีหน้าที่ ส่งเสริม ให้สร้างบุญกุศล ให้จิตไปสู่สถานที่ที่มีความสุข จนถึงสุขที่แท้จริง ยุติการเกิด เราก็ได้อาศัยพระท่านเมตตาสอนให้ทำ ไม่ได้สอนให้รู้ แต่ไม่ปฏิบัติธรรม .ท่านบอกว่า รู้เยี่ยงนั้น ไม่เป็นประโยชน์แก่จิตของตนเอง ท่านก็มีแต่เตือนสติ ให้ขยันหมั่นเพียร ปฏิบัติธรรม สร้างบุญกุศล ปฏิบัติธรรมก็ทำกายนิ่ง จิตนิ่งๆ ไม่ต้องนึกคิดอะไร นำกายพ่อแม่ ปฏิบัติธรรม .ให้กายมีบุญ จิตมีธรรม มีแสงรัตนะมาช่วยเหลือจิต ให้เกิดคำว่า สติปัญญาธรรม ที่ตะหนีเวรกรรม .
ส่วนเรื่องราวที่ว่า เมื่อหมดเวลา หมดลม เราก็ของจิตมีสติสัมปชัญญะ ผ่านพ้น ทุกข์เวทนา ที่ธาตทั้งสี่จะแยกจากกัน .ให้มีพระช่วยชี้ทาง ให้จิตไปสู่สถานที่ดีๆ ให้กายเป็นบุญ จ้ตมีธรรม เพียงแค่นี้ ก็พอใจ ที่ได้เกิดมาอาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์
ชาตินี้จากโลกนี้ไป ก็ให้มีบุญไปกับจิตไม่ต้องไปอดอยาก รอคอ .เรียกร้อง ..ช่วยด้วยๆ ของบุญฉันบ้าง แหม..มองดูคนที่เค้าทิ้งสมบัติ หามาทิ้งไว้ในโลก น่าเสียดาย จากกายนี้ไปไม่มีบุญ อุตส่าห์หามามากมาย . รอคอย ปีละหน เค้านึกขึ้นมาได้ .ทำบุญส่งให้ ปีละหน แล้วที่อดอยากมาเป็นปี มันหิวโหย จิตมันหิวโหย ก็เลยมีกาย ที่ผม ตัวสูงๆ นานไปอดอยากมากขึ้น ก็เป็นอสุรกาย เราก็กลัวตอนที่จะเปลี่ยนสังขารนี่แหละ เพราะมีตัวอย่างให้เราเรียนรู้ .รับรู้บ้าง แม้เพียงเล็กน้อย ที่ได้พบเห็น คนที่เค้าเปลื่อนสังขารกรรม เปลี่ยนภพภูมื
โฆษณา