30 มิ.ย. เวลา 05:06 • การเมือง

วิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง

ตอนแรกคุยกับพี่ถึก เชื่อพี่ถึก 100% ว่า ดร. โจ แพ้ ดร. มัลลิกา แน่ๆ ผลออกมาก็เป็นอย่างที่คิด
ถ้าตอบว่าทำไมแบบธรรมดา มันจะง่ายไป เลยขอเอาเหตุผลที่คิดไว้มาโยงกัน (ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางการเมือง มั่วแน่ๆ ครับ)
1. ผมคิดว่า พรรคประชาชนตัดสินใจผิดที่ส่งตัวแทนลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ
เท่าที่ถามคนรอบๆ ข้างดู (exit poll) ผมสังเกตมันทำให้เกิด paradox of choice ถ้าไม่มีผู้สมัคร คนจะเตรียมเลือก ดร.ชัชชาติ + ส้มได้ง่ายๆ เลย เพราะคน กทม. ค่อนข้างหัวก้าวหน้าอยู่แล้ว
พอมีผู้สมัครผู้ว่าฯ ส้ม มาเสียงกลุ่มนี้มันกระจายเป็นสามกลุ่มทันที คือ ชช + ส้ม, โจ + ส้ม, โจ + ไม่ส้ม (อันหลังอาจจะน้อยหน่อย)
แล้วพอมีเรื่อง lemon problem (บางทีมีคนแปลแบบล้อเลียนว่า ปัญหาตลาดส้มเน่า) เข้ามา ระหว่างเลือก ชช กับ โจ มา คนเลยเลือก ชช มากกว่าเลือก โจ ที่ยังไม่มี track record มาก่อน
2. พรรคตัดสินใจช้า
พรรคเลือกผู้สมัครช้า ทำให้เวลาหาเสียงสั้น สู้คนที่ทำงานมาก่อนสี่ปีได้ยาก
ดร. โจ เองก็มีประสบการณ์ และความรู้เกี่ยวกับ กทม. ค่อนข้างน้อย พอขึ้นเวทีดีเบตก็เสียคะแนน เพราะสู้ ชช. ที่ลงพื้นที่ต่อเนื่องมาสี่ปีไม่ได้เลย
3. พรรคเลือกแนวโจมตี
แทนที่จะวางตัวเองเป็น สก ที่ดีที่สุด สำหรับ ชช เลยเลือกมาตี ชช แทน ในประเด็นทุจริต และเรื่องว่าอยู่มาสี่ปี น่าจะทำได้มากกว่านี้ แทนที่จะหาเสียงเน้นนโยบาย และการผลักดันการเปลี่ยนแปลง กทม. ให้ดีขึ้น ทำให้คนที่สนับสนุน ชช. เปลี่ยนไปจาก ชช+ส้ม ไปเป็น ชช+ไม่ส้มแทน
4. พอสนับสนุนคุณสุรพลยิ่งแย่
อันนี้ยิ่งทำให้ hard core ส้ม หลายคนเปลี่ยนใจ ไม่เลือกส้มเพิ่มไปอีก
ถ้าไม่มีข้อผิดพลาดเหล่านี้ ดีไม่ดี ส้มอาจจะครองที่นั่ง สก. เกือบทั้งหมดได้เลย ไม่ใช่แค่ 22 ที่นั่งแค่นี้
5. ฝั่งอนุรักษ์นิยมมีตัวเลือกน้อย
คุณเจมส์ และหม่อมกร จุดกระแสไม่ติด ฝั่งอนุรักษ์นิยมสุดทาง จึงเหลือตัวเลือกเพียง ดร. มัลลิกาให้เทคะแนนให้
6. ดร. มัลลิกาใช้ช่องทางสื่อโซเชียลได้ดีมาก
เจอบน tiktok บ่อยมาก ไม่ค่อยแพ้ ชช. เลย
7. คนมาใช้สิทธิ์น้อย
กระแสหัวก้าวหน้าเริ่มแผ่ว ไม่ได้ออกมาใช้เสียงมากเท่าเดิม
แต่ถึงกับทำให้ ดร. โจ ได้คะแนนน้อยกว่า ดร. มัลลิกานี้ น่าจะหนักจริงๆ ครับ โดยเฉพาะข้อ 4
โฆษณา