เมื่อวาน เวลา 15:20 • ความคิดเห็น
ธรรมชาติอย่างหนึ่ง จิตนั้น อาศัยในกาย หากไม่มีกายให้จิตอาศัย มันก็ไม่รู้ว่า โลกนี้มีอะไรบ้าง คราวนี้ จิตที่อาศัยกายมนุษย์ หากมีม่านบังตา จิตมันอาศัย อยู่หลัวลูกตา ตามีอะไร ไม่สมบูรณ์ มันก็มองอะไร บิดเบือนได้ บอดสีได้ นี้ก็เป็นธรรมชาติ ของกาย .แต่ในกายนั้น จิตยังต้องอาศัย ไม่ใช่แค่ลูกตา มันมีหูจมูกลิ้นกายใจ ให้มาสัมผัสเรียนรู้ . สิ่งที่เกิดขึ้นในกาย มันก็เป็นธรรมชาติ กินแล้วนอน นอนแล้ว ไม่มีลมเข้าออก ธาตุก็แยกกระจายกันออกไป ลมไป ไฟไป น้ำไป . ลมพัดมาอีกที รูปนั้นก็สลายหายไป
เค้าว่า โลกนั้นก็เหมือนกัน อากาศธาตุ เวิ้งว้าง ไม่มีอะไร เค้าก็เอาธาตดินมา .เป็นแกน . เอาธาตุน้ำมาเติมลงไป เอาธาตุไฟ มาเติมลงไป ธาตุลมก็มา ก็รวมตัว เป็นก้อนมหึมา ลูกกลม ประกอบด้วยธาตุทั้งสี่ จับมันหมุน ให้มีกลางวันกลางคืน ครววนี้ ก็ปั้นอนุธาตน้อยๆ รูปงััวบ้างควายบ้าง ให้าีกระเพาะบดขยี้ ไปกินหญ้า ที่มีพระแม่โพสพ อนุเคราะห์ รวบรวม ให้มีต้นไม้มีพืช รวบรวมธาตุต่างๆ มาเป็นลำต้น แตกใบออกผล ให้งัวควายกิน กินเพียงหญ้า ก็ตัวโต
คราวนี้ ปั้นรูปวัวควาย มีตัวผู้ตัวเมีย ให้มาอยู่กัน ปั่นลูกหลาน มีแค่วัวควาย มันไม่สนุก ก็มีรูป เสือสิง ไอ้เข้ ปั้นขึ้นมา มันกินหญ้าไม่ได้ ต้องไปกิน งัวควาย เข้าไปถึงจะบดขยี้ เป็นน้ำเลือดน้ำหนองหล่อเลี้ยงกายได้
ในกายนั้น เค้าว่า เดี๋ยวอยู่นานไป เค้าก็ปั้นรูปสัตว์นรก กัวกินเลือดกินนี้ ให้ไปอาศัย กินอยู่ออกลูกหลาน ก่อความรำคาญให้เจ็บป่วย คราวนี้พอพวกสัตว์มันตาย มาฃากเน่าเหม็น น่ารำคาญ เค้าก็ปั้นรูปอีแร้ง มาช่วยสงเคราะห์ซากนั่น ให้กับคืนเร็วขึ้น รูปนั้นก็หายไป กลับไปดิน เป็นน้ำ เป็นไฟ เป็นลม เหมือนเดิม
เอ้า. เดี๋ยว ก็เอาก็ปั้นอนุธาตุนั้นใหม่ เอาดืนน้ำลมไฟ มาปั้นใหม่ ก็หมุนเวียนกันไปมาเรื่อยๆ ปั้นรูปนั้นรูปนี้ เผ่านั้นเผ่านี้ มากมาย ที่ว่า อนุธาตเกิดแล้วก็ดับ ปั้นมารุ่นแล้วรุ่นเล่า ด้วยธาตุทั้งสี่ จากมหาธาตุ ในโลกนี้ รูปที่ปั้นในโลกนี่ ก็มีนานาจิต ทั่วภิภพ มาอาศัยชั่วขณะหนึ่ง ที่ว่า จิตนั้นเปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติ ชาตินี้เป็นมนุษย์ ชาติหน้า ไม่รู้จะได้รู้อะไร
. เค้าว่า เป็นมนุษย์นั้น .ปั้นรูปให้จิตไปอาศัยชาติหน้าได้ เค้าปั้นกันด้วย คำว่า รู้ขั่ว ก็ละชั่ว รู้จักดี ก็ทำดีขึ้น ดีที่กายวาจาใจ ครบถ้วยสามอย่างนี้ ปั้นรูปวันข้างหน้าแน่นอน
โฆษณา