8 ชั่วโมงที่แล้ว • ความคิดเห็น

“มดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล” ประภาส ชลศรานนท์

พี่จิก ประภาส ออกหนังสือใหม่ในรอบไม่รู้กี่ปีแล้วครับ…
เล่มนี้พี่จิกรวมจากบทความที่เขียนใน facebook ที่ช่วงหลังพี่จิกเขียนเรื่องเกี่ยวกับเรื่องเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ตามอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ทั้งของไทย เอเชียและโลก พี่จิกชวนมองในมุมที่ลึกซึ้ง คมคายและอื่นๆ อีกมากมายในภาษาที่แฟนนานุแฟนของพี่จิกอย่างผมคุ้นเคยและในมุมมองเปิดโลกที่แฟนนานุแฟนอย่างผมคุ้นชิน
แต่ที่ตื่นเต้นสุดๆในฐานะแฟนคลับตัวยงตั้งแต่ครั้งละอ่อนในวัยสิบหก ตั้งแต่ได้ฟังเพลง “อื่นๆอีกมากมาย” จนอ่านหนังสือพี่จิกน่าจะทุกเล่ม ตามงานเฉลียงทุกเพลง ได้มีโอกาสฟังพี่จิกบรรยาย ได้เป็น FC ยกระดับไปรู้จักพี่จิกส่วนตัวโดยใช้อาชีพการงานในตอนนั้นแฝงไปตีเนียน ก็คือ
พี่จิกทักมาให้เขียนคำนำให้หนังสือเล่มนี้..
เขียนคำนำให้ไอดอลทางความคิดตลอดกาลของผมเลยเหรอ.. ผมคิดในใจและอยากกรี๊ดออกมาดังๆ แต่ก็ได้แต่นั่งนิ่งๆ เพราะดันประชุมอยู่พอดี พอประชุมเสร็จก็เลยรีบเขียน สารภาพตรงๆว่าเกร็งเหมือนต้องร้องเพลงต่อหน้าพี่เบิร์ด หรือเต้นต่อหน้าลิซ่า ได้เขียนคำนำให้กับคุณครูทางการเขียนผมเนี่ยนะ
เขียนเสร็จรีบส่งให้พี่จิกและก็รู้ว่าเป็นงานเขียนคำนำที่ไม่ได้สละสลวยด้วยความเกร็ง มาอ่านหลังจากเป็นหนังสือแล้วก็คิดว่าเขียนได้ดีกว่านี้ แต่ก็รู้ว่ามีความตั้งใจ ประหม่า และรู้สึกจริงๆ ในคำนำนั้น เหมือนเด็กที่อยากเอาใจคุณครูแล้วทำผิดทำถูก.. แต่ตั้งใจและเป็นเกียรติยศแก่วงศ์ตระกูลอย่างที่สุด
เลยขออนุญาตยกคำนำมาวางในนี้พร้อมโฆษณาหนังสือที่อ่านแล้วหายคิดถึงพี่จิก พร้อมกับความรู้แบบละเมียดละไมที่หาใน AI หรือ youtube ยังไงก็ไม่มีมาพร้อมนี้นะครับ…
คำนำหนังสือ มดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล
ธนา เธียรอัจฉริยะ
หนังสือระดับสุริยุปราคาของผม
ในการใช้ชีวิตจนอายุห้าสิบปลาย เจออะไรมาก็มากจนเฉยๆไปหมด ไปเที่ยวต่างประเทศก็ขี้เกียจ ไม่พูดถึงข้อมูลข่าวสารที่ล้นเกินจนสมองมึนไปหมด มีอะไรให้ตื่นเต้นน้อยลงเรื่อยๆ
แต่ถ้าจะมีเรื่องอะไรที่ทำให้ใจเต้นในระดับยอมไปจอง ไปรอ ไปต่อคิว หรือเจอต้องรีบคว้ารีบเสพ ผมก็คิดว่ามีอยู่สามอย่างหลักๆนี่แหละครับ อย่างแรกก็คืออะไรก็ตามที่เป็นเรื่องประวัติศาสตร์แนวอารยธรรม (Civilization) ที่ผมชอบอ่านมากๆ ไม่ว่าจะเป็นมุมไหน ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ผ่านเครื่องดื่มหกแก้ว ยานยนต์ ผ้าไหม อาหาร ของเล่น หรือหนังสือประวัติศาสตร์สนุกๆแบบ Sapiens ชอบตัวละคร บุคคลสำคัญทุกคนในประวัติศาสตร์ ชอบรู้เรื่องราวและเกร็ดชีวิตของแต่ละคนมากๆ
1
แม้แต่เกมส์เดียวที่เหลืออยู่ระดับผมเล่นได้ข้ามวันข้ามคืนตอนนี้ก็คือเกมส์ Civilization ที่มาถึงภาคเจ็ด เป็นเกมส์ที่เกี่ยวกับการสร้างบ้านสร้างเมืองตั้งแต่ยุคเก็บของป่าจนสร้างอารยธรรมในยุคต่างๆจนปัจจุบัน มีการพัฒนาเทคโนโลยี อาวุธและการค้นพบที่สำคัญต่างๆ เป็นเส้นทางของเกมส์โดยใช้บุคคลสำคัญและ wonders of the world เป็นตัวเล่น
อินกันขนาดนั้น..
เรื่องที่สองที่ทำให้ใจเต้นเสมอ ก็คือเวลาได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรที่เป็นเอเชีย โดยเฉพาะแถวๆจีน ญี่ปุ่น และที่สำคัญคือความเป็นไทย ตั้งแต่ประวัติศาสตร์จนถึงเรื่องเล่า ตำนานจนถึงบทบาทสำคัญของวัฒนธรรมของเอเชียเวลาไปสู่โลก อาจจะเพราะผมเป็นลูกจีนที่เกิดเมืองไทย มีความรู้สึกว่าตะวันตกชอบกดพวกเราชาวเอเชียที่มีของดีต่างๆเยอะ เวลาฟังเรื่องแบบนี้ว่าเรามีความลุ่มลึกกว่า หรือได้เห็นของดีๆ จากเราไปอยู่ตามประเทศต่างๆแล้วฝรั่งมังค่าชื่นชม มันก็จะปลื้มใจและอยากฟังเรื่องราวแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
ล่าสุดไปเห็นชาตรามือไปเปิดที่เมลเบิร์นแล้วคนแถวนั้นต่อคิวยาวสุดในถนนกลางเมือง ผมก็ไปยืนดู ถ่ายรูปส่งให้ห้องไลน์ต่างๆด้วยความภูมิใจเช่นกัน…
เรื่องที่สามก็คือ หนังสือของพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์นี่แหละครับ..
เวลาใครถามว่าไอดอลทางความคิดผมคือใคร ผมนี่ไม่ต้องนึกเลย ชื่อพี่จิกเป็นชื่อเดียวที่ผมตอบเสมอ เพราะอิทธิพลทางงานเขียนของพี่จิกไม่ว่าจะผ่านทางเพลง (เพลงอื่นๆอีกมากมายนี่คือเปลี่ยนชีวิตผมเลย) หรือหนังสือ บทความ เมื่อใดที่ตีพิมพ์ ผมคือจะหยุดทุกอย่างเพื่อไปหามาอ่าน หรือเมื่อไหร่ที่โพสต์ก็จะหยุดกิจกรรมทุกอย่างเพื่ออ่านทันที
งานเขียนของพี่จิกเป็นงานเขียนที่มีความเพลิดเพลินในการอ่านมากๆสำหรับผม นอกจากสำนวนที่อ่านง่าย สนุกแล้ว เกร็ดความรู้ต่างๆ การชี้มุมคิดแปลกๆที่นึกไม่ถึงและอ่านจบแล้วต้องไปคิดต่ออีกหลายวัน นี่คือเสน่ห์ของงานเขียนพี่จิกมาแต่ไหนแต่ไร และยิ่งระยะหลังที่พี่จิกสนใจทางศาสนา ปรัชญาและอารยธรรม สนใจเรื่องจักรวาลและดวงดาวเข้าไปอีก งานเขียนก็เลยยิ่งมีมิติและยิ่งน่าอ่านเข้าไปอีก
1
พี่จิกไม่ได้ออกหนังสือเป็นเล่มมานานมาก อ่านบทความเป็นชิ้น ต่อให้ดียังไงก็ไม่อิ่ม ไม่ครบเหมือนได้อ่านหนังสือ และที่พีคสุดๆสำหรับหนังสือชื่อแปลก “มดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล” ที่พี่จิกคงไปเฉลยในหน้าแรกนั้น ก็คือเป็นหนังสือที่มีครบทั้งสามด้านในระดับสุริยุปราคา ก็คือมีเรื่อง civilization เรื่องความภูมิใจในสายเลือด และเป็นหนังสือที่พี่จิกเขียนมารวมกันพอดี …
คำว่าใจมันเต้นไม่เป็นส่ำหลังอ่านต้นฉบับบางส่วน ..ก็คงจะรู้สึกประมาณนี้ และก็คิดว่าคงรู้สึกอย่างนี้ไปอีกซักพักจนกว่าจะได้หนังสือเล่มนี้มาครอบครองพร้อมลายเซ็นของพี่จิกเลยครับ…
โฆษณา