3 ก.ค. เวลา 05:45 • สุขภาพ

FNA คืออะไร? เจาะก้อนไทรอยด์เจ็บหรือไม่? ช่วยวินิจฉัยมะเร็งไทรอยด์ได้ตรงจุด

คลำพบก้อนไทรอยด์ไม่ใช่ว่าจะเป็นมะเร็งเสมอไป รู้จักการตรวจ FNA วิธีเก็บเซลล์ด้วยเข็มขนาดเล็ก ช่วยประเมินความเสี่ยง วางแผนรักษา และลดการผ่าตัดที่ไม่จำเป็น
เมื่อคลำพบก้อนบริเวณลำคอ หรือได้รับผลอัลตราซาวด์ว่ามีก้อนไทรอยด์ หลายคนมักเกิดความกังวลว่า “เป็นมะเร็งหรือไม่” และ “จำเป็นต้องเจาะตรวจทันทีหรือเปล่า”
แพทย์ระบุว่า ความจริงแล้ว ก้อนไทรอยด์ส่วนใหญ่เป็นก้อนชนิดไม่ร้ายแรง และไม่ใช่ทุกก้อนที่จำเป็นต้องได้รับการเจาะตรวจเพิ่มเติม แต่ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ทำ FNA (Fine Needle Aspiration) เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงของมะเร็งไทรอยด์ และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
ก้อนไทรอยด์
ปัจจุบัน FNA ถือเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้ทั่วโลกในการประเมินก้อนไทรอยด์ โดยเป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน แผลเล็ก เจ็บน้อย และสามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียว
FNA คืออะไร ?
FNA หรือ Fine Needle Aspiration หรือ การตรวจเซลล์จากก้อนที่ต่อมไทรอยด์ด้วยเข็มขนาดเล็ก คือการใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเข้าไปเก็บตัวอย่างเซลล์จากก้อนไทรอยด์ เพื่อนำไปตรวจทางพยาธิวิทยา โดยทั่วไปแพทย์มักทำร่วมกับการอัลตราซาวด์นำทาง (Ultrasound-Guided FNA) เพื่อช่วยระบุตำแหน่งของก้อนไทรอยด์ได้อย่างแม่นยำ ทำให้เก็บตัวอย่างเซลล์ได้ตรงตำแหน่งมากขึ้น วัตถุประสงค์สำคัญของการตรวจ คือ
  • ช่วยแยกก้อนชนิดไม่ร้ายแรงออกจากก้อนที่มีความเสี่ยง
  • ช่วยประเมินโอกาสการเป็นมะเร็งไทรอยด์
  • ใช้ประกอบการตัดสินใจในการติดตามอาการหรือวางแผนการรักษา
ก้อนไทรอยด์ทุกก้อน จำเป็นต้องทำ FNA หรือไม่ ?
คำตอบคือ ไม่จำเป็น ปัจจุบันแพทย์จะพิจารณาความจำเป็นในการตรวจจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ได้ดูเพียงขนาดของก้อนเพียงอย่างเดียว ได้แก่
  • ลักษณะของก้อนจากการอัลตราซาวด์
  • ขนาดของก้อน
  • อัตราการโตของก้อน
  • การตรวจพบต่อมน้ำเหลืองที่คอโต
  • ประวัติครอบครัวที่เป็นมะเร็งไทรอยด์
  • ประวัติได้รับรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ
  • อาการผิดปกติร่วม เช่น กลืนลำบาก เสียงแหบ ก้อนแข็งหรือโตเร็ว
ดังนั้นผู้ป่วยบางรายอาจเพียงติดตามอัลตราซาวด์เป็นระยะ โดยยังไม่จำเป็นต้องเจาะตรวจ
ก้อนไทรอยด์แบบไหนที่แพทย์มักพิจารณา FNA ?
  • ก้อนที่มีลักษณะเสี่ยงจากอัลตราซาวด์ เช่น
  • ขอบก้อนไม่เรียบ
  • มีจุดหินปูนขนาดเล็กภายในก้อน
  • ก้อนที่มีลักษณะสงสัยว่ามีการลุกลามออกนอกต่อมไทรอยด์
  • รูปร่างสูงมากกว่ากว้าง
  • พบต่อมน้ำเหลืองผิดปกติร่วมด้วย
ลักษณะเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงของมะเร็งไทรอยด์ จึงควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
  • ก้อนที่มีขนาดเข้าเกณฑ์การตรวจ แม้ก้อนจะไม่มีลักษณะเสี่ยงชัดเจน แต่หากมีขนาดถึงเกณฑ์ที่แนะนำ แพทย์อาจพิจารณา FNA เพื่อช่วยประเมินเพิ่มเติม
  • ก้อนที่โตขึ้นระหว่างการติดตาม หากก้อนไทรอยด์มีขนาดเพิ่มขึ้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะจากการตรวจติดตาม แพทย์อาจพิจารณาเจาะตรวจเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจน
ขั้นตอนการตรวจ FNA ไทรอยด์
การตรวจใช้เวลาประมาณ 10-30 นาที โดยมีขั้นตอนดังนี้
  • ผู้ป่วยนอนหงายและแหงนคอเล็กน้อย
  • แพทย์ทำความสะอาดฆ่าเชื้อบริเวณผิวหนังที่ลำคอ
  • ใช้อัลตราซาวด์หาตำแหน่งก้อน
  • ใช้เข็มขนาดเล็กเก็บตัวอย่างเซลล์
  • ส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
  • หลังทำสามารถกลับบ้านได้ทันที และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ตรวจ FNA ไทรอยด์ เจ็บไหม ?
โดยทั่วไปความรู้สึกขณะตรวจใกล้เคียงกับการเจาะเลือดหรือฉีดยาทั่วไป เนื่องจากใช้เข็มขนาดเล็กมาก หลังตรวจอาจมีอาการ
  • ระบมเล็กน้อยบริเวณที่เจาะ
  • รู้สึกตึงบริเวณคอ
  • มีรอยช้ำเล็กน้อยในบางราย
  • อาการเหล่านี้มักดีขึ้นได้เองภายใน 1-2 วัน
ผลตรวจ FNA บอกอะไรได้บ้าง ?
ผลตรวจจะถูกวิเคราะห์โดยพยาธิแพทย์ และรายงานตามมาตรฐานสากลที่เรียกว่า Bethesda System ผลที่พบได้ เช่น
  • กลุ่มที่ 1 เก็บตัวอย่างเซลล์ไม่เพียงพอ อาจต้องติดตามหรือพิจารณาตรวจซ้ำ
  • กลุ่มที่ 2 ก้อนชนิดไม่ร้ายแรง (Benign) เป็นผลที่พบได้บ่อยที่สุด
  • กลุ่มที่ 3-4 ผลไม่ชัดเจน อาจต้องติดตามเพิ่มเติม ตรวจซ้ำ หรือพิจารณาการตรวจอื่นร่วมด้วย
  • กลุ่มที่ 5 สงสัยมะเร็ง มีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องประเมินเพิ่มเติม
  • กลุ่มที่ 6 พบเซลล์มะเร็ง แพทย์จะวางแผนการรักษาและผ่าตัดที่เหมาะสมต่อไป
แม้ผลตรวจจะไม่พบเซลล์มะเร็ง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่จำเป็นต้องติดตามอีกเลย ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจอัลตราซาวด์เป็นระยะ โดยเฉพาะกรณีที่
  • ก้อนมีขนาดใหญ่
  • มีก้อนหลายก้อน
  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์
  • ก้อนมีการเปลี่ยนแปลงระหว่างการติดตาม
การติดตามอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
FNA สามารถบอกได้เลยหรือไม่ว่าเป็นมะเร็งไทรอยด์ ?
FNA เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยประเมินความเสี่ยงของมะเร็งไทรอยด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบางกรณีผลตรวจอาจยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากประวัติสุขภาพ การตรวจร่างกาย ผลอัลตราซาวด์และการตรวจเพิ่มเติมอื่น ๆ มาประกอบการวินิจฉัยร่วมกัน
สัญญาณที่ควรพบแพทย์
  • คลำพบก้อนบริเวณลำคอ
  • คอโตขึ้นผิดปกติ
  • กลืนอาหารลำบาก
  • รู้สึกเหมือนมีก้อนติดคอ
  • เสียงแหบเรื้อรัง
  • ก้อนโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์
การพบก้อนไทรอยด์ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเสมอไป แต่ก้อนบางชนิดอาจจำเป็นต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติมเพื่อค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดย FNA (Fine Needle Aspiration) เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์ลักษณะของก้อนไทรอยด์ได้อย่างแม่นยำ ผ่านการเก็บตัวอย่างเซลล์ด้วยเข็มขนาดเล็กภายใต้การนำทางด้วยอัลตราซาวด์
การตรวจนี้ใช้เวลาไม่นาน เจ็บน้อย และช่วยลดการผ่าตัดที่ไม่จำเป็นในผู้ป่วยจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงได้รับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงที
หากคุณคลำพบก้อนบริเวณลำคอ หรือได้รับแจ้งจากผลตรวจสุขภาพว่ามีก้อนไทรอยด์ การเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้สามารถเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสม และมั่นใจได้ว่าทุกการตัดสินใจรักษาอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้องและครบถ้วน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/health/care/7938
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา