2 ก.ค. เวลา 08:50 • ท่องเที่ยว
Forest of Muse

Forest of Muse ป่าเล็ก ๆ ที่ซ่อนโลกนิทานไว้กลางคารุอิซาวะ

หากถามว่ามีพิพิธภัณฑ์แห่งไหนที่ทำให้รู้สึกเหมือน "ได้พัก" มากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ผู้เขียนคงยกให้ Forest of Muse
ที่นี่ไม่มีเทคโนโลยีหวือหวา ไม่มีแสงสีตื่นตาตื่นใจ แต่มีหนังสือภาพ มีสวน มีงานศิลปะ และความเงียบที่โอบล้อมหัวใจไว้อย่างอ่อนโยน
บางครั้งโลกของนิทานไม่ได้อยู่ในหน้าหนังสือ แต่อยู่ในป่าเล็ก ๆ แห่งหนึ่งกลางเมืองคารุอิซาวะ ที่รอให้เราเดินเข้าไปช้า ๆ และปล่อยให้จินตนาการทำหน้าที่ของมันเอง
บัตรเข้าชมแสนน่ารัก วันที่เราไปมีค่าเข้า 1,000 เยน
เช้าวันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ใบเมเปิลกำลังเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลืองทั่วเมืองคารุอิซาวะ เราเดินผ่านประตูไม้เล็ก ๆ เข้าสู่ป่าแห่งหนึ่ง ก่อนจะพบว่าความเงียบงามตรงหน้าทำให้เวลาราวกับเดินช้าลง
ที่นี่ไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน ไม่มีคิวถ่ายรูปยาวเหยียด มีเพียงเสียงใบไม้ไหวเบา ๆ สายลมเย็นของฤดูใบไม้ร่วง และผู้คนไม่กี่คนที่ค่อย ๆ เดินชมพิพิธภัณฑ์ด้วยรอยยิ้ม
ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือ.. "เหมือนกำลังเดินเข้าไปในโลกนิทานจริง ๆ"
ป้ายบอกทางว่าเราควรเดินไปทางไหนบ้าง เพราะมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง
Forest of Muse ตั้งอยู่ในย่านชิโอะซาวะ (Shiozawa) ของเมืองคารุอิซาวะ จังหวัดนากาโนะ เมืองตากอากาศที่ชาวญี่ปุ่นหลงรักมาตั้งแต่สมัยเมจิ ด้วยอากาศเย็นสบาย ป่าสน และธรรมชาติที่งดงามตลอดทั้งสี่ฤดู
คำว่า Muse หมายถึง "เทพีแห่งแรงบันดาลใจ" ในเทพปกรณัมกรีก และชื่อแห่งนี้ก็เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะทุกมุมของสถานที่ชวนให้ผู้มาเยือนรู้สึกอยากอ่านหนังสือ อยากวาดรูป หรือแม้แต่อยากนั่งเงียบ ๆ เพื่อฟังเสียงของตัวเอง
พื้นที่ทั้งหมดประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ สวน และคาเฟ่ที่เชื่อมต่อกันอย่างกลมกลืน ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาล
หัวใจของ Forest of Muse คือ Karuizawa Picture Book Museum พิพิธภัณฑ์หนังสือภาพที่รวบรวมหนังสือเด็ก ภาพต้นฉบับ และผลงานของนักวาดภาพประกอบจากทั่วโลก
ส่วนหนึ่งของหนังสือนิทานที่ให้เราหยิบไปนั่งอ่านได้เลย
แม้ชื่อจะบอกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์หนังสือเด็ก แต่เมื่อเดินเข้าไปแล้วจะพบว่า ที่นี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับเด็กเท่านั้นผู้ใหญ่หลายคนรวมทั้งผู้เขียนต่างเดินชมอย่างเพลิดเพลิน เพราะทุกหน้าหนังสือ ทุกภาพวาด ล้วนเต็มไปด้วยรายละเอียดและจินตนาการที่ทำให้เรานึกถึงวัยเยาว์อีกครั้ง
ที่นั่งด้านในอาคารแสนโรแมนติก หยิบหนังสือมาอ่านท่ามกลางป่ากำลังเปลี่ยนสี
ในวันที่ไป ผู้เขียนโชคดีตรงกับช่วงจัดนิทรรศการพิเศษของ Peter Rabbit ห้องจัดแสดงเต็มไปด้วยภาพต้นฉบับ หนังสือ และเรื่องราวของเจ้ากระต่ายน้อยในสวนอังกฤษ ทุกอย่างถูกจัดอย่างอบอุ่นและละเมียดละไม ราวกับเราได้เดินเข้าไปในโลกของ Beatrix Potter จริง ๆ
ก้าวเข้ามาในโลกของ Peter Rabbit น่ารักมาก
อีกอาคารหนึ่งคือ Karuizawa Erz Toy Museum พิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวมของเล่นไม้จากแคว้น Erz ประเทศเยอรมนี ดินแดนที่ขึ้นชื่อด้านงานแกะสลักไม้มากว่า 300 ปี ตุ๊กตา นัตแครกเกอร์ ม้าหมุน บ้านไม้ และของเล่นโบราณถูกจัดแสดงอย่างงดงาม จนทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในหมู่บ้านคริสต์มาสตลอดทั้งปี
แม้จะไม่ได้พาเด็กมาด้วย ก็ยังสนุกกับการชมรายละเอียดของงานฝีมือแต่ละชิ้น
สวนที่สวยจนไม่อยากรีบเดิน
ระหว่างอาคารทั้งสองคือสวนสไตล์อังกฤษที่ออกแบบให้ดูกลมกลืนกับธรรมชาติ เดือนพฤศจิกายนคือช่วงเวลาที่ต้นไม้กำลังเปลี่ยนสีพอดี พื้นสนามเต็มไปด้วยใบไม้ร่วง ทำให้ทุกมุมเหมือนภาพวาดสีน้ำ
ทางเดินผ่านสวนไปแต่ละอาคาร เดินสบายมาก บรรยากาศดีเหลือเกิน
สิ่งที่ผู้เขียนชอบที่สุดคือ "ความเงียบ" ตลอดเวลาที่เดินอยู่ในสวน แทบไม่เจอนักท่องเที่ยวเลย ไม่มีเสียงดัง ไม่มีความเร่งรีบ มีเพียงคนไม่กี่คนที่เดินช้า ๆ บ้างหยุดนั่งอ่านหนังสือบนม้านั่ง
เป็นการเดินทางไปสถานที่ที่เรารู้สึกดื่มด่ำกับช่วงเวลาพักผ่อนและสบายใจอย่างแท้จริง
เหมือนหยุดเวลาในอีกโลกใบหนึ่งจริง ๆ
ข้อมูลสำหรับการเดินทาง
เวลาเปิด 9.30–17.00 น.
ปิดทุกวันอังคาร (ยกเว้นบางช่วงฤดูกาล เช่น ฤดูร้อนและวันหยุดพิเศษ)
ควรตรวจสอบวันเปิด–ปิดของนิทรรศการหมุนเวียนก่อนเดินทาง
ค่าเข้าชม
มีทั้งบัตรเข้าชมเฉพาะพิพิธภัณฑ์ และบัตรรวมสำหรับเข้าชมทั้ง Picture Book Museum และ Erz Toy Museum โดยราคาจะเปลี่ยนไปตามนิทรรศการพิเศษที่จัดในแต่ละช่วง จึงควรตรวจสอบจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการก่อนเดินทาง
การเดินทาง
จาก JR Karuizawa Station นั่งรถบัสสายท้องถิ่นไปยังย่านชิโอะซาวะ (Shiozawa) ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที หรือจะเช่าจักรยานหรือรถยนต์ก็สะดวก เพราะคารุอิซาวะเป็นเมืองที่เหมาะกับการเที่ยวแบบค่อย ๆ ใช้เวลา
โฆษณา