21 ก.ค. เวลา 23:00 • ธุรกิจ

ค่าชดเชยต้องใช้ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเป็นฐานคำนวณ

เคยมีเจ้าของกิจการถามผม (แบบมีวาระแอบแฝง) ว่า “ถ้าบริษัทประสบปัญหาขาดทุน บริษัทจะลดเงินเดือนพนักงานลงได้ไหม ?”
ผมเชื่อว่าคนที่เป็น HR ทุกคนก็ตอบคำถามนี้ได้นะครับว่าโดยหลักการแล้วนายจ้างจะเปลี่ยนสภาพการจ้างที่เป็นคุณแก่ลูกจ้างให้กลายเป็นโทษ (เช่นการลดเงินเดือนลง) ไม่ได้
แต่....(ตรงคำว่าแต่..นี่แหละครับ) ถ้าลูกจ้างยินยอมโดยทำสัญญายินยอมลดเงินเดือนลงก็สามารถทำได้ (แต่การลดค่าจ้างนั้นต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ) ถ้าใครไม่ยินยอมเซ็นสัญญาก็ไม่มีผลกับคนนั้นนะครับ
พอตอบไปแบบนี้เจ้าของบริษัทแห่งนั้นก็เผลอหลุดออกมาว่าเขาคิดว่าพอหลังจากขอลดเงินเดือนแล้วอีกสัก 3 ถึง 6 เดือนก็คิดว่าจะปิดบริษัท
นี่แหละครับคือเป้าหมายที่แท้จริงของผู้บริหารบางคนที่ขาดความคิดแบบ “ใจเขา-ใจเรา”
คือเวลาไปบอกกับพนักงานขอความร่วมมือลดเงินเดือนลงก็ใช้เหตุผลว่าช่วยกันเพื่อให้บริษัทอยู่รอด แต่เรื่องจริง (ในใจ) ของกรรมการผู้จัดการคือต้องการจะลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าชดเชยตามกฎหมาย
เพราะฐานในการคำนวณค่าชดเชยตามอายุงานตามมาตรา118 ของกฎหมายแรงงานบอกไว้ชัดเจนว่าให้ใช้ ”ค่าจ้างอัตราสุดท้าย“
กฎหมายแรงงานไม่มีคำว่า “เงินเดือน” นะครับ มีแต่คำว่า “ค่าจ้าง” เพราะเงินเดือนคือ “ค่าจ้าง” แต่ค่าจ้างไม่ได้มีเฉพาะเงินเดือน
ถ้าบริษัทไหนมีการจ่ายเงินอื่นที่เข้าข่ายค่าจ้าง เช่น ค่าครองชีพที่จ่ายเป็นประจำเท่ากันทุกเดือน, ค่าตำแหน่ง, ค่าภาษา, ค่าวิชาชีพ ฯลฯ ต้องนำมารวมกับเงินเดือนเพื่อเป็นฐานในการคำนวณค่าชดเชยด้วยนะครับ
ผมยกตัวอย่างเช่น สมมุตินาย A และนาย B ได้รับเงินเดือนปัจจุบันเท่ากันคือเดือนละ 20,000 บาท ทั้งสองคนนี้เข้าทำงานกับบริษัทพร้อมกัน ตอนนี้อายุงาน 4 ปี
อยู่มาวันหนึ่งฝ่ายบริหารก็ขอความร่วมมือพนักงานช่วยลดเงินเดือนลง 10% โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้บริษัทอยู่รอดฝ่ายพ้นวิกฤตไปด้วยกันในยามยากลำบากนี้
สมมุติว่านาย A เซ็นยินยอมลดเงินเดือนลง 10% นาย A ก็จะได้รับเงินเดือน 18,000 บาท
ส่วนนาย B ไม่เซ็นยินยอม นาย B ก็ยังคงได้รับเงินเดือน 20,000 บาทเท่าเดิม
หลังจากลดเงินเดือนไปได้ 6 เดือนบริษัทแจ้งเลิกจ้างพนักงานทั้งบริษัทเพราะปิดกิจการ
นาย A และนาย B ก็จะได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน (ม.118) คืออายุงาน 3 ปีไม่เกิน 6 ปี จะได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วันตามนี้
นาย A ก็จะได้รับค่าชดเชย 18,000 หาร 30 = 600 บาทต่อวัน = 600x180 = 108,000 บาท
นาย B ก็จะได้รับค่าชดเชย 20,000 หาร 30 = 666.67 บาทต่อวัน = 666.67x180 = 120,000 บาท
ถ้าบริษัทจ่ายสารพัดค่าอื่นที่นอกจากเงินเดือนที่เข้าข่ายค่าจ้างก็ใช้หลักการข้างต้นนะครับ
เรื่องนี้จึงเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่จะต้องตัดสินใจว่าควรจะลดเงินเดือนดีหรือไม่
ถ้าที่ผ่านมาทั้งฝ่ายบริหารและพนักงานก็มีความร่วมมือร่วมใจปฏิบัติต่อกันด้วยดีเสมอมา แล้วในยามที่บริษัทมีปัญหาต้องการขอความร่วมมือร่วมใจจากพนักงานเพื่อช่วยกับประคับประคองให้บริษัทฝ่าฟันวิกฤตต่อไปได้ถ้าพนักงานจะให้ความร่วมมือก็ว่ากันไป
แล้วเมื่อบริษัทมีสถานะที่ดีขึ้นผมก็เคยเจอว่าผู้บริหารก็ปรับเงินเดือนคืนกลับมาให้พนักงานที่มีน้ำใจให้กับบริษัทในยามยากก็มีนะครับ
แต่ถ้าเจอบริษัทที่มีผู้บริหารมีวาระแอบแฝงอย่างที่เล่ามาให้ฟังข้างต้น หรือมีพฤติกรรมที่ผ่านมาไม่น่าเชื่อถือก็คงขึ้นอยู่กับคนที่เป็นพนักงานต้องประเมินสถานการณ์ดูแล้วล่ะครับว่าควรจะร่วมมือดีหรือไม่
โฆษณา