Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 14:17 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
มังกรทองทะลุเมฆสะท้านฟ้า
"มีรายงานข่าว จาก ทอ.ว่า จากการที่โซเชียลฯกัมพูชา แชร์คลิป ขบวนรถขนเครื่องบินที่ยังไม่unpack แยกส่วน ลำตัวเครื่องบิน และปีก ออกจากกันแพ็คห่อสีเขียว พยายามทำให้เข้าใจว่ากัมพูชาสั่งซื้อเครื่องบินใหม่ มาสู้รบกับไทย "
"ส่งผลให้โซเชียลฯไทย และสื่อไทย นำมาเผยแพร่ต่อนั้น มีรายงานจากทอ. ว่า คลิปนี้ เคยเห็นมาตั้งแต่ต้นปี เป็นคลิปการลำเลียง เครื่องบิน T-50 จาก KAI เกาหลีใต้ที่ อินโดนีเซียสั่งซื้อเข้าฐานทัพอากาศ แต่โซเชียลเขมรเอามาแปะธงเขมรในคลิป แล้วก็ปั่นว่าเขมรสั่งซื้อเครื่องบินรบมาแล้ว"
"ขณะที่เพจ Defense Info ระบุว่า เป็นคลิปการขนส่งเครื่องบินรบ/ฝึก แบบT-50I ของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย ที่เคยเผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ในโซเชี่ยลของอินโดนีเซีย ทางบริษัท KAI ของเกาหลีใต้ได้จัดส่งด้วยการขนส่งทางอากาศ โดยบริษัท CJ logistic ด้วยการถอดชิ้นส่วนเพื่อขนส่งไปยังอินโดนีเซีย และลำเลียงด้วยรถขนส่ง เพื่อทำการประกอบคืนที่ฐานทัพอากาศ อิสวาห์ยูดีห์ ในชวาตะวันออก ของอินโดนีเซีย "
"ทั้งนีั รายงานข่าวจากทอ. ระบุว่า กัมพูชามีความพยายามที่จะพัฒนากองทัพอากาศ ด้วยการส่งนักบินไปฝึกบินที่จีน มาเป็นระยะๆ คาดว่าในอนาคต กัมพูชาเองก็คงจะต้องการมีเครื่องบินรบแต่คงไม่ใช่ในเร็ววันนี้ อาจเป็นใน 5-10 ปี"
"แต่กว่าที่จะฝึกบินให้มีความชำนาญก็ต้องใช้เวลา และต้องใช้งบประมาณมหาศาล แต่ผู้นำกัมพูชา มีเงินจากธุรกิจของจีนเทา คาสิโนและ สแกมเมอร์มาสนับสนุนอยู่แล้ว แต่เชื่อได้ว่ารัฐบาลจีนคงยังไม่มีนโยบายที่จะให้หรือขายเครื่องบินรบให้กับกัมพูชา ยกเว้นว่า กัมพูชามีเงินไปซื้อ เครื่องบินรบเอง"
พี่เล็ก วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร
เครื่องบินขับไล่และฝึกขนาดเบา T-50Th
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน สงครามลับในลาวเดี๋ยวมีให้ตามกันต่อ สลับมาดูเรื่องไทย-กัมพูชากันต่อครับทุกท่าน มีรายงานว่ากองทัพอากาศไทยกล่าวถึงกรณีที่อินฟลูชาวกัมพูชาเผยแพร่ภาพว่าตัวเองมีเครื่องบินรบแล้ว พร้อมจะบินมาสู้กับเครื่องบินขับไล่กริพเพนที่กองทัพอากาศไทยมีประจำการ สุดท้ายก็เป็นเพียง Fake News หลอกคนทั้งโลกไปวันๆ
เพราะเครื่องบินที่ปรากฎในคลิปที่มีให้เห็นว่อนโลกโซเชียลเป็นคลิปก่อนการปะทะรอบแรกเมื่อปีที่แล้ว หากสังเกตดีๆจะพบว่าเป็นเครื่องบินขับไล่และฝึกขนาดเบา T-50 ที่กำลังเดินทางบนรถบรรทุกเข้าสู่ฐานทัพอากาศอิสวาห์ยูดีห์ ณ ประเทศอินโดนีเซีย ในขณะเดียวกันกองทัพอากาศไทยก็มีเครื่องบินรบรุ่นนี้ประจำการเช่นกัน และเคยผ่านสมรภูมิจริงมาแล้วที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
ก่อนที่จะเข้าสู่บทความผู้เขียนขอประกาศให้ทุกท่านทราบว่าภาพเครื่องบินขับไล่ F-16MLU ที่นำมาเป็นภาพหน้าปกบทความนี้หากท่านใดสนใจให้ผู้เขียนนำไปปริ้นท์เป็นโปสเตอร์ สามารถทักมาหาผู้เขียนใน Facebook ส่วนตัวชื่อ Supakrit Falcon ได้ราคาที่จะให้ท่านโอนเข้าบัญชีก่อนที่ผู้เขียนจะส่งให้ร้านปริ้นท์อยู่ที่ 200 บาท หากท่านใดสนใจขอเลขบัญชีให้ท่านทักมาได้ที่แชทส่วนตัวผู้เขียนนะฮะ
สำหรับค่าปริ้นที่ท่านโอนผ่านทาง Messenger ส่วนตัวด้วยจำนวนเงิน 200 บาทรวมค่าส่ง เมื่อรับโอนแล้วผู้เขียนจะนำยอดนี้ไปใช้ในการปริ้นท์ภาพจำนวนหนึ่ง อีกส่วนที่ได้รับจะนำไปใช้เป็นค่าบำรุงพระพุทธศาสนา ค่าอาหารพระสงฆ์ ค่าถวายสังฆทาน ค่าน้ำ ค่าไฟของวัดและอื่นๆอีกมากมายที่เป็นบุญกุศล
ไม่เพียงเท่านี้รายได้จากการที่ท่านโอนให้ผู้เขียนจำนวนหนึ่งจะนำไปใช้เป็นงบสำหรับส่งเสียให้น้องชายได้เรียนจบมหาวิทยาลัยครบ 4 ปีและเป็นรายได้ให้ตัวผู้เขียนเองในการหาซื้อของดีๆมาขายต่อไป
T-50 ใช้เครื่องยนต์ไอพ่น F404-GE-102 แบบเดียวกับเครื่องบินขับไล่ F/A-18D Hornet
"ฟ้ววววววววววววววววววววววว!"
วันที่ 28 พฤษภาคมค.ศ.2026 ท้องฟ้าเหนือจังหวัดลพบุรีได้ถูกกลบด้วยเสียงเครื่องยนต์ไอพ่นที่ดังกระหึ่มไปจนชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงได้ยิน นี่คือเสียงคำรามของเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน F404-GE-102 ดังสนั่นหวั่นไหวจากเครื่องบินขับไล่และฝึกขนาดเบา KAI T-50TH Golden Eagle หรือที่เรียกกันติดปากว่า "อินทรีทอง"
บินวนผ่านไปรอบแรก T-50TH จากฝูงบิน 401 กองบิน 4 ตาคลีจำนวน 2 เครื่องกำลังบินวนเข้ามารอบที่ 2 ดิ่งตัวลงทิ้งระเบิดจำลองในการทำภารกิจสาธิตการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support : CAS) ร่วมกับหน่วยรบพิเศษที่ปฏิบัติการบนภาคพื้นดิน พร้อมทั้งมีรถยนต์ที่ใช้ดัดแปลงสำหรับการติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องบินและทหารบกในการรบร่วมกัน
การประสานงานเป็นไปอย่างแม่นยำผ่านระบบ Link-T ซึ่งเป็นระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีที่กองทัพอากาศไทยพัฒนาขึ้นเอง ทำให้เครื่องบินทั้ง 2 เครื่องนี้สามารถรับส่งข้อมูลเป้าหมายกับหน่วยภาคพื้นและเครื่องบินลำอื่นได้แบบ Real-time
ในการทดสอบระบบควบคุมและการปฏิบัติการร่วมทางอากาศครั้งนี้ เครื่องบินขับไล่และฝึก T-50TH แสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวสูงและการตอบสนองที่ฉับไว มารอบที่ 3 เครื่องบินแบบเดิมก็ลดความสูงลงมาในระดับความสูงเกือบพันฟุตจนรายละเอียดใต้ท้องเครื่องชัดเจน จากนั้นก็วนมารอบที่ 4 และ 5 ในท่าเดิม พร้อมกับเสียงระเบิดจำลองที่ดังขึ้นสนั่นค่าย
ภาพจำลองเหตุการณ์ T-50TH บินไปกัมพูชาค.ศ.2025
ก่อนที่เหล่านักบินรบจากกองบิน 4 ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์จะดึง T-50TH ทั้ง 2 เครื่องทะยานกลับขึ้นสู่ท้องฟ้า T-50TH ได้วนมาบินผ่านหน้าสถานีควบคุมไปอย่างสง่างาม มุ่งหน้ากลับสู่ฐานที่มั่น ณ ฝูงบิน 401 กองบิน 4 ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ทิ้งไว้เพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อยๆ จางหายไปและเครื่องหมายคำถามถึงต้นกำเนิดของเจ้าอินทรีแห่งเมืองปากน้ำโพนี้
เครื่องบินขับไล่และฝึกขนาดเบา T-50 Golden Eagle มีที่มาจากการที่ประเทศเกาหลีใต้มีความต้องการอันแรงกล้าที่จะสร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของตนเอง
โดยเริ่มต้นผ่านโครงการพัฒนาที่ชื่อว่า KTX-2 ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเครื่องบินฝึกความเร็วเหนือเสียงแบบแรกที่ผลิตเองในประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักบินสำหรับเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงอย่าง F-15 ,F-16 และ F-35
โครงการนี้เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท Korea Aerospace Industries (KAI) และบริษัท Lockheed Martin จากสหรัฐอเมริกา โดยมีสัดส่วนการลงทุนประกอบด้วย รัฐบาลเกาหลีใต้ร้อยละ 70, บริษัท KAI ร้อยละ 17 และ Lockheed Martin ร้อยละ 13
T-50TH ฝูงบิน 401 กองบิน 4 ตาคลี
จากความร่วมมือกับ Lockheed Martin ทำให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากเครื่องบิน F-16 ส่งผลให้ T-50 มีโครงสร้างทางวิศวกรรมที่คล้ายคลึงกับ F-16 ถึงร้อยละ 80 ของโครงแบบหลัก จนได้รับฉายาว่า "Baby Viper" หรือ "Mini F-16"
โครงการ KTX-2 เคยเผชิญกับอุปสรรคด้านงบประมาณจนต้องระงับโครงการชั่วคราวในปีค.ศ.1995 เนื่องมาจากวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชีย แต่ด้วยความมุ่งมั่นเชิงนโยบายทำให้โครงการกลับมาดำเนินการต่อได้ในอีก 4 ปีให้หลัง ในช่วงต้นปีค.ศ.2000 โครงการได้รับการกำหนดชื่ออย่างเป็นทางการว่า T-50 Golden Eagle และเครื่องต้นแบบได้ทำการทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นครั้งแรกในเดือนสิงหาคมปีค.ศ.2002
พันธุกรรมจาก F-16 เมื่อมาอยู่ใน T-50 จะกลายเป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีขนาดเบาที่มีสมรรถนะใกล้เคีบงกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ของบริษัท Lockheed Martin เพื่อใช้ในการรบทางอากาศที่เครื่องบินแบบนี้ถนัดเช่น เฮลิคอปเตอร์ , เครื่องบินลำเลียง และเครื่องบินรบที่มีสมรรถนะต่ำกว่า F-16 ร่วมถึงสามารถทำภารกิจสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดรวมทั้งการบินค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (CSAR : Combat Search and Rescue) ได้
T-50TH ในภารกิจโจมตีทางอาทางอากาศที่พระตะบอง
ในขณะเดียวกันออกแบบให้มีความแข็งแกร่งและความคล่องตัวสูง โดยใช้การจัดที่นั่งแบบเรียงกัน 2 ที่นั่ง ซึ่งเหมาะสำหรับการฝึกบิน มีปีกกว้าง 31 ฟุต และยาว 43 ฟุต โดยมีน้ำหนักตัวเปล่าประมาณ 7 ตัน และน้ำหนักบรรทุกสูงสุดประมาณ 13.5 ตัน
ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน General Electric F404-GE-102 ให้แรงขับดันสูงสุดถึง 17,700 ปอนด์ เมื่อใช้ระบบสันดาปด้านท้าย อีกทั้งสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 1.5 เท่าของความเร็วเสียง สามารถปฏิบัติการได้ที่ระดับความสูงถึง 48,000 ฟุต และมีอัตราการไต่ความสูงที่รวดเร็ว โดยสามารถทำความสูงระดับนี้ได้ในเวลาเพียงนาทีเศษ
ขีดจำกัดในการรองรับแรง G สามารถรองรับได้ตั้งแต่ +8 ถึง -3G ทำให้สามารถฝึกซ้อมท่าทางการบินทางยุทธวิธีที่ซับซ้อนได้ ไม่เพียงเท่านี้ยังมีระยะทางการบินประมาณ 1,150 ไมล์ หรือประมาณ 1,850 กิโลเมตร หาจะกล่าวถึงอำนาจในการเป็นกำลังรบทางอากาศ T-50TH ของกองทัพอากาศไทยมีสมรรถนะที่ใกล้เคียงกับเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 ที่มีประจำการที่ฝูงบิน 401 กองบิน 4 ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
T-50TH ถือเป็นสะพานที่นำนักบินรบไปสู่เครื่องบินขับไล่ F-16 และ Gripen
ความพร้อมที่เพิ่มขึ้นเห็นได้ชัดจากเรดาร์ EL/M-2032 ที่ผลิตจากอิสราเอล ซึ่งตรวจจับเป้าหมายได้ไกลถึง 150-200 กิโลเมตร และทำหน้าที่ได้หลากหลายภารกิจเช่นเดียวกับเครื่องบินขับไล่ F-16 รองรับการติดตั้งปืนใหญ่ทางอากาศ 20 มม., ขีปนาวุธ AIM-9 Sidewinder, ขีปนาวุธ AGM-65 Maverick และระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ (LGB) ร่วมกับกระเปาะชี้เป้า Sniper
อีกทั้งติดตั้งระบบ Link-T (Data Link ของไทย) ทำให้สามารถสื่อสารและแชร์ข้อมูลเป้าหมายกับเครื่องบินขับไล่ Gripen, F-16 และเรือรบของกองทัพเรือไทยได้แบบ Real-time ซึ่งเป็นการรบแบบเครือข่ายที่ทันสมัย
มีระบบฝึกการบินทางยุทธวิธีแบบฝังตัวที่ช่วยให้นักบินฝึกซ้อมการรบเสมือนจริง เช่น การใช้ขีปนาวุธหรือจำลองเป้าหมายศัตรู ได้บนเครื่องบิน T-50 จริงโดยไม่ต้องติดตั้งอาวุธจริง ช่วยประหยัดงบประมาณและเพิ่มทักษะอย่างรวดเร็ว มีทั้งเครื่องฝึกบินจำลอง (Simulator) และระบบวางแผน/สรุปภารกิจดิจิทัลที่บันทึกทั้งภาพและเสียงเพื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับครูฝึก
ในขณะที่เครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นบินในการปะทะรอบ 2 กับกัมพูชา เครื่องบินขับไล่และฝึก T-50TH ก็มีบทบาทสำคัญในการโจมตีทางอากาศ
ต่อมาเมื่อเครื่องบินฝึกต้องกลายเป็นเครื่องบินรบทำให้หุ้นของบริษัท KAI พุ่งปรี๊ด เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงธันวาคมค.ศ.2025 กองทัพอากาศไทยได้ส่งเครื่องบินขับไล่และฝึก T-50TH ปฏิบัติภารกิจโจมตีทางลึกโดยทำการทิ้งระเบิดใส่เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของฝ่ายกัมพูชา สื่อกัมพูชารายงานว่า T-50TH ได้บินลึกเข้าไปทิ้งระเบิดในพื้นที่เมืองปอยเปต จังหวัดพระวิหาร จังหวัดพระตะบอง และ จังหวัดบันเตียเมียนเจย
ในปฏิบัติการนี้ฝูงบิน T-50TH ของกองทัพอากาศไทยไม่ได้บินเพียงฝูงเดียว แต่ได้บินเกาะหมู่ไปกับเครื่องบินขับไล่หลักอย่าง F-16 และ Gripen โดยใช้ระบบ Link-T เพื่อแชร์เป้าหมายและติดต่อสื่อสารแบบ Real-time ทำให้สามารถโจมตีคลังแสงของข้าศึกได้อย่างแม่นยำ
ชาวเน็ตกัมพูชาจำนวนมากแสดงความประหลาดใจและสับสนในตอนแรก โดยบางส่วนตั้งคำถามว่าไทยเอาเงินจากไหนมาซื้อเครื่องบินรบจำนวนมาก และบางคนถึงกับตีราคาด้อยค่าผิดว่า T-50TH เป็นเพียงเครื่องบินพ่นปุ๋ยทางการเกษตร
เมื่อทราบถึงผลการโจมตีทางอากาศของเจ้าอินทรีเมืองปากน้ำโพ โซเชียลมีเดียกัมพูชาเริ่มตั้งคำถามถึงความพร้อมของกองทัพอากาศตนเองที่ไม่มีเครื่องบินรบในระดับเดียวกัน และมองว่าน่านฟ้าของพวกเขาถูกควบคุมโดยกองทัพอากาศไทยซึ่งเป็นกองทัพอากาศที่มีศักยภาพในการทำสงครามสูงที่สุดในอาเซียน
เครื่องบินขับไล่และฝึก T-50TH พร้อมสัญลักษณ์รูปมังกรพ่นไฟที่แพนหางดิ่ง
มีอยู่ครั้งหนึ่งมีรายงานข่าวจากไทยรัฐทีวียืนยันชัดเจนว่ากองทัพอากาศไทยได้ส่งเครื่องบินขับไล่และฝึก T-50TH ปฏิบัติภารกิจโจมตีทางอากาศด้วยความแม่นยำเหนือดินแดนของกัมพูชา การโจมตีทางอากาศของ T-50TH ได้ส่งผลให้ค่ายทหารที่ถูกทิ้งระเบิดเกิดควันดำจนมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ชัดเจนจากระยะไกล
เครื่องบินขับไล่และฝึกแบบ T-50TH ฉายาอินทรีทองมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลความมั่นคงครอบคลุมทั้งพื้นที่ชายแดนตะวันออกและตะวันตก โดยนอกจากวีรกรรมในสมรภูมิไทย-กัมพูชาแล้ว ยังถูกใช้ในภารกิจบินลาดตระเวนรบและเฝ้าระวังภัยทางอากาศบริเวณชายแดนตะวันตก เพื่อพิทักษ์อธิปไตยเหนือพื้นที่ป่าเขาที่ซับซ้อน
การประกาศอธิปไตยของกองทัพอากาศไทยมีให้เห็นทุกวันตลอดบริเวณชายแดนตะวันตกซึ่งมีความยาวกว่า 2,401 กิโลเมตร มีทั้งการบินสูงเหนือเมฆ บินต่ำระดับความสูง 1,000 ฟุตซึ่งเป็นความสูงทีใกล้เคียงกับการบินโชว์วันเด็ก เพื่อส่งสัญญาณความพร้อมรบในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ
เครื่องบินขับไล่ F-16 บินโชว์ที่กองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลกเนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติปีค.ศ.2025
ในการปฏิบัติการตามแนวชายแดนไทย-พม่านี้ยังมีเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นบินรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินหาก T-50TH ตกอยู่ในภาวะคับขันจากเครื่องบินรบของกองทัพอากาศประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและการประสานงานอย่างเป็นระบบ
ภารกิจบินลาดตระเวนรบ หรือ Combat Air Patrol ของ T-50TH สามารถขึ้นทำการบินปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนติดอาวุธเพื่อเฝ้าตรวจพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าเขาที่ยากต่อการตรวจการณ์ด้วยการเดินเท้าหรือการลาดตระเวนด้วยรถยนต์ของหน่วยในพื้นที่ ด้วยสมรรถนะความเร็วเหนือเสียงถึง 1.5 มัค และความคล่องตัวสูง ทำให้นกอินทรีทองตัวนี้สามารถสนับสนุนเครื่องบินขับไล่หลักในการสกัดกั้นภัยคุกคามทางอากาศ
การใช้เครื่องบินขับไล่และฝึก T-50TH ในภารกิจลาดตระเวนชายแดนมีความคุ้มค่าสูงเนื่องจากประหยัดงบประมาณและค่าใช้จ่ายในการขึ้นบินมากกว่าเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่สมรรถนะสูง แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 100,000-200,000 บาทเมื่อขึ้นบินจากตาคลี แต่ยังคงให้ดาเมจและประสิทธิภาพที่น่าเกรงขาม
เครื่องบินขับไล่ F-16 เมื่อขึ้นบินค่าเชื้อเพลิงอาจแพงหน่อย แต่ก็โชคดีที่ T-50TH มารับหน้าที่แบ่งเบาภาระในการรักษาอธิปไตยเหนือน่านฟ้าไทย
วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคมค.ศ.2026 ที่สนามบินฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล ตำบลม่วงค่อม อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรีเครื่องบินขับไล่ F-16 จากฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราชจำนวน 2 เครื่องได้รับการประสานงานจากหน่วยทหารภาคพื้นจากอากาศโยธินกองบิน 2 ในการบินสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด โจมตีต่อเป้าหมายจำลอง (Mock up Target" เพื่อให้เกิดความคุ้นชินในการรบครั้งต่อไป
ในขณะเดียวกันทหารอากาศในเครื่องแบบลายพรางดิจิตอลสีฟ้าของอากาศโยธินที่ติดต่อร้องขอ F-16 ให้เข้าทำการโจมตีทางอากาศ ได้เปลี่ยนการสื่อสารจากที่เดิมที่เรียก Viper ฝูงบิน 103 มาทำภารกิจ ไปติดต่อให้เครื่องบินขับไล่และฝึก T-50TH ที่กำลังบินวนรอในอากาศให้ลดระดับความสูงฝ่าก้อนเมฆลงมาทำการฝึกซ้อมทิ้งระเบิดใส่เป้าหมายจำลอง
ท่ามกลางสายตาของคณะนายทหารจากกรมรบพิเศษที่ 1 กองทัพบกและกองทัพอากาศ ที่จับตามอง F-16 ก็ทำการบิน Low Pass ผ่านคณะนายทหารที่เข้าร่วมสังเกตุการณ์การสาธิตในครั้งนี้ หลังจากที่ F-16 ทิ้งระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์และใช้ปืนกลอากาศ M61 Vulcan แล้วก็มีเสียงไอพ่นดังตามมาของเครื่องบินขับไล่และฝึก T-50TH
"ฟ้าวววววววววว!"
T-50TH ขณะเตรียมขึ้นบิน
จากการเป็นเครื่องบินฝึกสู่การเป็นเครื่องบินรบ เครื่องบินขับไล่และฝึก T-50TH ได้ทิ้งระเบิดใส่เป้าหมายอย่างแม่นยำ ก่อนจะลดระดับความสูงลงมาใช้ปืนกลอากาศ M61 Vulcan ที่บรรจุกระสุนซ้อมยิงใส่เป้าหมาย ก่อนที่จะบินมาโฉบด้วยเร็วต่ำแล้วไต่ทะลุก้อนเมฆหายวับไปจนไม่ได้ยินเสียงอีกเลย
T-50TH ที่ถูกส่งไปฝึก ณ ลพบุรีในห้วงเวลานี้ ไม่ได้มีไว้ฝึกตลอดไป แต่เป็นการตอกย้ำที่กัมพูชานเครื่องบินแบบดังกล่าวมาปั่นข่าวว่าเป็นของฝ่ายตนเอง มาดูกันที่ชายแดนไทย-พม่า ทั้งทหารพราน ทหารหลัก และตชด.ในพื้นที่ก็กำลังทำหน้าที่ลาดตระเวนเพื่อไม่ให้ภัยคุกคามทะลุเข้ามาในดินแดนไทย
T-50TH 401 SQN.
ปัจจุบันด้วยจำนวนเครื่องบินขับไล่และฝึก T-50TH ที่มีจำนวน 14 เครื่องไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อกำลังรบทางอากาศของกองทัพอากาศไทยเพราะหากมีการรุกล้ำอธิปไตยของเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง เครื่องบินที่จะต้องขึ้นไปบินจะต้องมีความพร้อมมากกว่าและมีขีดความสามารถมากกว่า
ซึ่งจะเป็นแบบใดไปไม่ได้นอกจากเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่ประจำการ ณ ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี
ในการรับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-พม่านี้ เสียงของเครื่องบินขับไล่ F-16 และ T-50TH คือโล่ที่กำลังคุ้มครองคนไทยและทหารไทยจากบนฟ้า ในขณะที่ทหารพร้อมด้วยตชด.คือโล่ที่แข็งแกร่งบนดิน
เมื่อมาร่วมกันจึงทำให้ประชาชนตามแนวชายแดนฝั่งตะวันตกมีความอุ่นใจได้บ้าง แม้สงครามในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจะยังไม่สงบก็ตาม กองทัพอากาศไทยพร้อมปกป้องประชาชนดัง Motto ที่ว่า "น่านฟ้าไทย จะมิให้ใครย่ำยี"
T-50TH บินโชว์วันเด็กปีค.ศ.2024 ที่กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่
>>ข้อมูลจำเพาะ T-50TH
ประเภท : เครื่องบินขับไล่และฝึก
นักบิน : 2 นาย
ความยาว: 13.14 เมตร (43 ฟุต 1 นิ้ว)
ความกว้างปีก: 9.45 เมตร (31 ฟุต 0 นิ้ว) เมื่อติดตั้งจรวดอากาศสู่อากาศที่ปลายปีก
ความสูง: 4.82 เมตร (15 ฟุต 8 นิ้ว)
พื้นที่ปีก: 23.69 ตารางเมตร (255.0 ตารางฟุต)
น้ำหนักเปล่า: 6,470 กิโลกรัม (14,285 ปอนด์)
น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด: 10,722 กิโลกรัม (23,638 ปอนด์)
ความจุเชื้อเพลิง: 2,655 ลิตร (701 แกลลอนสหรัฐ) ภายใน
เครื่องยนต์: 1 × เครื่องยนต์เทอร์โบแฟนแบบมีสันดาปท้าย General Electric F404-GE-102 (ผลิตในประเทศโดย Samsung Techwin) แรงขับแห้ง 53.07 กิโลนิวตัน (11,930 ปอนด์) 78.7 กิโลนิวตัน (17,700 lbf) พร้อม afterburner
>สมรรถนะ
ความเร็วสูงสุด: 1.5 มัคที่ระดับความสูง 9,150 ม. (30,000 ฟุต)
พิสัยการบิน : 1,851 กม. (1,150 ไมล์, 999 ไมล์ทะเล)
เพดานบินสูงสุด: 14,630 ม. (48,000 ฟุต)
ขีดจำกัดในการรองรับแรง g: +8 −3 อัตราการไต่ระดับ: 198 ม./วินาที (39,000 ฟุต/นาที)
อัตราส่วนแรงขับต่อน้ำหนัก: 0.96
> อาวุธที่ติดตั้ง : ปืน: 1 × ปืนใหญ่อากาศลำกล้องหมุน 3 ลำกล้อง General Dynamics M197 ขนาด 20 มม. (0.787 นิ้ว) บรรจุกระสุน 205 นัด จุดติดตั้งอาวุธรวม 7 จุด โดยมี 4 จุดใต้ปีก 2 จุดปลายปีก และ 1 จุดใต้ลำตัว สามารถบรรทุกน้ำหนักได้สูงสุด 5,400 กก. (12,000 ปอนด์)
ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ
AIM-9L/M Sidewinder
AIM-9X Sidewinder
AIM-120 AMRAAM
ขีปนาวุธอากาศสู่ภาคพื้น AGM-65 Maverick
GBU-38 Joint Direct Attack Munition
GBU-12 Paveway II
KGGB
Mk.82
CBU-105 WCMD Sensor Fuzed Weapon
CBU-58
SUU-20 Dispenser
อื่นๆ: Sniper Advanced Targeting Pod
เรดาร์ : เรดาร์ PhantomStrike
สถานะ : มีประจำการที่ฝูงบิน 401 กองบิน 4 ตาคลี
T-50TH กองทัพอากาศไทย
สำหรับเรื่องราวของ T-50TH ที่นำมาเสนอในวันนี้ก็เป็นการนำเสนอข้อเท็จของเครื่องบินแบบดังกล่าวที่เคยผ่านการใช้งานจริง มาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งหลังจากที่มีกระแสข่าวที่กัมพูชานำไปปั่นว่าพวกเขามีเครื่องบินรบมาแรง แตว่ากลายเป็นข่าวลือเมื่อกองทัพอากาศไทยชี้แจง สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Thai Weapon Channel
Up Comment
พี่ๆฟังนี่ก่อน
ชูก้า-sugar
Sniper News
THAI PBS
TOP NEWS
SUKASOM HIRANPHAN
Gemini AI
K.H.SIM
คุณกิตติเดช สงวนทองคำ
Firerescue Gunjina
JSTCNX
liujiaqi__
Krit Surisukh
H.C.HO
OZOMO PHOTOGRAPHER
Captain-kk Metmonkul
เรียบเรียงโดย : แดง ภูมะเขือ
สงคราม
ทหาร
ประเทศไทย
บันทึก
1
3
1
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย