4 ก.ค. เวลา 07:19 • ความคิดเห็น
เรื่องราว การดูจิตใจ กายป่วย มันทำอะไร ไม่ไดดังใจ จิตก็จะอ้อนล้า อ่อนเปลี้ย ไปรับอารมณ์ นึกคิด แม้ในยามเจ็บยามที่กาย ห่วง วิตกกังวล เอ. จะใช้กายทำมาหากินได้เหมือนเดิมมั้ย อม้ในยามป่วย อยากกิน อะไรก็ไม่ได้ดังใจ ที่เคย ลิ้มรส เค้าเอา อาหารมาให้ก็ จืดชืด . ยิ่งกินเอวไม่ได้ .เค้าเจาะคอ .ก็อดลิ่มรส ลิ้นก็อดสัมผัสรส
ก็ในยามที่กายแข็งแรง จิตใจยังแข็ง ค่อ กายไม่ป่วย จิตก็ไม่ป่วย เราก็หมั่นดูแล ทั้งกายทั้งจิต เรื่องของการใช้กาย ตื่นขึ้นมา อารมณ์นึกคิดก็มาแล้ว แต่เราก็รับรู้ไม่ได้ ว่าอารมณ์นึกคิดเป็นของหนักเป็นเรื่องราวที่จะทำให้กายนี้มีกรรม กายนี้ต้องออกไปทำมาหากิน มีอารมณ์ต่างๆเกิดขึ้น ไปคล้องกรรม คนนั่นคนนี้
มีพระท่านแนะว่า เอ้า ตื่นมา ก็นำกายไปกราบพระสวดมนต์ ภาวนา สักหน่อย ไม่นึกคิดอะไรทั้งนั้น .กายจะได้เบา จิตก็เบา ไม่มีอารมณ์นึกคิด . ก่อนออกจากบ้าน ก็ไปกรายพระอีก พูดหน้าพระ วันนี้ จิตข้าพเจ้าอาศัยอยู่ในกายบิดามารดา จะนำกายบิดามารดาไปออกหากิน
หากเป็นนก ก็จะต้องใช้ปากไปจิกกิน เอาน้ำเลือดน้ำหนอง เอารัดเอาเปรียบแรงกายผู้อื่น ไปมีวาจาไปสร้างกรรม ทำให้คนนั้นคนี้เดือดร้อน เราก็พูดไป.เรื่องราวที่ต้องใช้กายวาจาใจ อ้อ.ไปสร้างกรรม เช่น วันนี้ เพื่อนชวดกินเหล้า เราก็พูดไปว่าวันนี้ ข้าพเจ้า จะเอากายบิดามารดาไปกินเหล้า เมื่อวานนี้ ไอ้คนนั้น มันทำข้าพเจ้า เจ็บใจ วันนี้ข้าพเจ้าอาฆาตมัน จะนำกายพ่อแม่ไป ด่าทำร้ายมัน ให้สาสม ว่า จะเอากายบิดามารดาที่มีคุณนี้ ทำอะไร ดีชั่ว คิดไดีนี้ ก็ใต่ตรอง หาเหตุผล ใช้กายนี้ทำเรื่องราวดีๆ
ตกเย็นกลับมา .เข้าบ้าน ไม่คุยกับใคร ตรงเข้าห้องพระ ไปนั่งพับเพียบ หน้าพระ ก่อนจะกราบพระ ก็สำรวจตัวเอง . เอ. วันนี้ นำกายพ่อแม่ เอาไปติเตียนคนนั้นคนนี้ เอ่าไปกินเหล้า ไปเสพ สุขอะไรมา ก็พูดออกไป ระบึกให้ได้ ด้วยสติขิงตนที่จดจำได้ ทำอะไรมาบ้าง ใช้อารมณ์อะไรมาบ้าง ก็พูดไปให้หูตัวเองได้ยิน มีอะไรที่เปลอสติไปบ้าง ก็เรียบเรียงจิตของตัวเอง
.เมื่อสำรวจตรวจสอบ อารมณ์ ..ไม่ตัวค้างคาอะไร เราก็วางมันเสียก่อน .เราก็เอากิริยาท่าทางดีๆมากราบพระ ทำให้กายดี จิตของเราก็ดี ไปตามกาย ดูแลกายให้ยา จิตก็เบา ทำไปทุกวัน ร่างกายก็เยา สดชื่น ไม่ค่อนมีอารมณ์นึกคิด ที่เป็นทุกข์ . มาทับกายทับจิต เลือดลมก็เดินสะดวก ไม่ติดขัด ลมหายใจ ก็ยาว หายใจลึก .เอาลมดีๆ เข้าไป ไล่ลมที่ไม่ดีลมเสียออกจากกาย
โฆษณา