4 ก.ค. เวลา 11:55 • การศึกษา

นายบุญถิ่น อัตถากร(พ.ศ 2457 - 2537) : ผู้ยกระดับการฝึกหัดครูของประเทศไทย

----------------
   นายบุญถิ่น อัตถากร เกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ 2457 ณ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม เป็นบุตรของนายทองดีและนางแก้ว อัตถากร มีพี่น้องอีก 7 คน คือ นางทุเรียน ทองโรจน์ นายทองม้วน นายบุญช่วย นายบุญชนะ นางสาวถนอม นายสวัสดิ์ และนายเฉลิม อัตถากร
จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียน ประจำจังหวัดมหาสารคาม "สารคามพิทยาคม"  ศึกษาต่อชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนมัธยมปทุมคงคา จังหวัดพระนคร แล้วสอบชิงทุนรัฐบาล ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ เข้าศึกษาที่ Imperial College of Science Technology, London University จบการศึกษาได้รับปริญญา B.Sc. (Physics) หลังจากนั้นได้ศึกษาต่อที่ Royal College of Science จบวุฒิ A.R.C.S. ที่มหาวิทยาลัยเดิม เมื่อ พ.ศ.2479
ต่อมาระหว่างรับราชการ ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิชาการศึกษาประสานมิตร และ มหาวิทยาลัยอินเดียนา สหรัฐอเมริกา
นายบุญถิ่นเริ่มเข้ารับราชการในตำแหน่งข้าราชการวิสามัญที่โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ และไปช่วยสอนในโรงเรียนอีกหลายโรง เช่นโรงเรียน วัดบพิตรพิมุข โรงเรียนช่างกลปทุมวัน โรงเรียนฝึกหัดครูมัธยม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พ.ศ 2483 นายบุญถิ่นย้ายมาดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำกองตำรา กรมวิชาการ มีหน้าที่เรียบเรียงตำราและแบบเรียน พ.ศ 2493 ดำรงตำแหน่ง หัวหน้ากองการต่างประเทศ(ปัจจุบันคือกองการสัมพันธ์ต่างประเทศ) พ.ศ 2499 เป็นอธิบดีกรมการฝึกหัดครู
     เมื่อดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการฝึกครู นายบุญถิ่น ได้บริหารงานและมีผลงานดีเด่นเกิดขึ้นหลายเรื่อง ถือเป็นยุคพัฒนากรมการฝึกหัดครูอย่างแท้จริง เช่น
1. โครงการผลิตครูระยะยาว 10 ปี
พ.ศ 2497 รัฐบาลขณะนั้นมีนโยบายให้กรมการฝึกหัดครูทำหน้าที่ผลิตครูทุกประเภท จึงโอนโรงเรียนฝึกหัดครูของกรมอาชีวศึกษามาสังกัดกรมการฝึกหัดครูด้วย นายบุญถิ่น จึงแก้ปัญหาการขาดแคลนครู ด้วยการวางโครงการผลิตครูอย่างมีประสิทธิภาพระยะยาว 10 ปี
2. โครงการฝึกหัดครูชนบท
นายบุญถิ่นเสนอวิธีการแก้ปัญหาการขาดแคลนครูและกำลังคนในชนบทให้แก่ยูเนสโกและได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินงานโครงการฝึกหัดครูชนบทโดยเริ่มงานที่จังหวัดอุบลราชธานี ณโรงเรียนฝึกหัดครูอุบลราชธานี เป็นแห่งแรก นายบุญถิ่นได้บริหารงานโครงการฝึกหัดครูชนบท ผ่านโครงการสำคัญโครงการหนึ่ง คือ "ศูนย์กลางอบรมการศึกษาผู้ใหญ่ จังหวัดอุบลราชธานี" (ศ.อ.ศ.อ.)ได้รับความสำเร็จอย่างดี โครงการฝึกหัดครูชนบท ได้ขยายจากจังหวัดอุบลราชธานี ไปยังวิทยาลัยครูแห่งอื่นๆ รวม 25 แห่ง ใช้เวลาต่อเนื่องประมาณ 10 ปี
3. การยุบและรวมโรงเรียนฝึกครู
เนื่องจากงบประมาณของกรมการฝึกหัดครูมีจำกัดและโรงเรียนบางโรงก็อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่อาจพัฒนาได้ จึงยุบบางโรงและรวมบางโรงเข้าด้วยกัน และสร้างขึ้นใหม่บางโรง โรงเรียนฝึกหัดครูที่ถูกยุบไปในครั้งนั้นได้แก่ โรงเรียนฝึกหัดครูปราจีนบุรี สมุทรสงคราม ชัยนาท ตรัง และโรงเรียนที่ถูกยุบรวมจากฝึกหัดครูหญิง-ชายได้แก่ โรงเรียนฝึกครูสงขลาอยุธยา นครปฐม อุบลราชธานี อุดรธานี ส่วนที่ยุบแล้วสร้างใหม่คือที่จันทบุรี
4. การยกระดับวิทยฐานะของครูประจำการ
โดยครูผู้สอน และบุคลากร ได้รับการส่งเสริมทั้งการอบรม การสอบวิชาชุด การสัมมนาระยะสั้น การศึกษาต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ
พ.ศ 2513 นายบุญถิ่นได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ระยะเวลานั้นรัฐบาลกำลังส่งเสริม และขยายงานด้านการศึกษาอย่างกว้างขวาง นายบุญถิ่นได้ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ทั้งฝ่ายสามัญศึกษาและอาชีวศึกษาดังนี้
1. ปรับปรุงและขยายงานด้านอนุบาลศึกษา โดยส่งเสริมให้จัดโรงเรียนอนุบาลตัวอย่างได้ครบทุกจังหวัด และขยายไปยังอำเภอใหญ่ๆตามกำลังงบประมาณ
2. สนับสนุนให้จัดโรงเรียนประถมศึกษาเป็นโรงเรียนตัวอย่าง เพื่อทดลองทางวิชาการประมาณ 360 แห่ง
3. ปรับปรุงและขยายงานด้านมัธยมศึกษา สนับสนุนการเปิดโรงเรียนมัธยมศึกษาเพิ่มขึ้น และเตรียมขยายการมัธยมศึกษาให้ทั่วถึงทุกอำเภอ สนับสนุนการจัดการศึกษาตามโครงการโรงเรียนมัธยมแบบประสม(คมส.) เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสเลือกวิชาเรียนได้ตามความถนัดและความสนใจ
4. ปรับปรุงและขยายงานด้านอาชีวศึกษาตามโครงการต่างๆ เช่น โครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาอาชีวศึกษา โครงการปรับปรุงโรงเรียนการช่างชาย การช่างสตรี การเกษตร การพาณิชย์ การส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ เพื่อผลิตครูอาชีวศึกษาระดับปริญญา และให้การศึกษาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย
5. ส่งเสริมให้มีการปรับปรุงและขยายงานการศึกษาผู้ใหญ่ทั้งด้านวิชาสามัญและวิชาอาชีพ ทั้งหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว
6. ปรับปรุงและขยายงานด้านการฝึกหัดครู เพื่อสนองความต้องการของโรงเรียนระดับต่างๆที่ขาดแคลนครูส่งเสริมให้เปิดการสอนการฝึกหัดครูภาคค่ำ อบรมครูประจำการแขนงวิชาต่างๆ เป็นต้น
7. ส่งเสริมการศึกษาของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์เพื่อการศึกษา จัดบริการห้องสมุดประชาชน  จัดสถานที่ให้อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน เป็นต้น
ในช่วงเวลาที่นายบุญถิ่นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการอยู่นั้น เกิดการปฏิวัติขึ้น
เมื่อพ.ศ 2514 นายบุญถิ่นได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษา และสาธารณสุข ได้ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นส่วนรับผิดชอบในอำนาจของรัฐมนตรีเจ้าสังกัดด้วย มีหลายเรื่องที่นายบุญถิ่นต้องกระทำอย่างเร่งด่วน คือ
1. จัดให้มีพระราชบัญญัติสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.)
2. จัดให้มีพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(SEMEO)
3. ให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กรม และหน่วยงานในสังกัดที่ไม่ใช่สถานศึกษา มีเงินบำรุงการศึกษาได้ เพื่อให้หน่วยงานสามารถส่งเสริมการจัดทำตำรา แบบเรียน อุปกรณ์การศึกษา ตลอดจนด้านการศึกษาอื่นๆ ที่สำคัญและเร่งด่วน
4. การควบคุมความประพฤติของนักเรียน
5. การจัดการประถมศึกษาเพื่อให้การจัดการศึกษาระดับประถมเป็นไปอย่างประหยัดและเป็นแนวเดียวกัน
6. พิจารณาแก้ไขเกี่ยวกับอัตราค่าเล่าเรียนและคุณภาพทางการศึกษา ระหว่างโรงเรียนราษฎร์กับโรงเรียนรัฐบาล ไม่ให้เหลื่อมล้ำกันมากนัก
7. พิจารณากำหนดนโยบายใหม่ เกี่ยวกับการตั้งโรงเรียนหรือวิทยาลัยสงฆ์
8. การแบ่งส่วนราชการของกระทรวงศึกษาธิการใหม่ 9. การจัดตั้งสำนักงานศาสนสมบัติกลาง
10. การตั้งพิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
11. การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ให้มีจำนวนเพียงพอแก่ความต้องการ
12. จัดให้มีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ในการจัดควบคุมตรวจตราและส่งเสริมการศึกษาทุกระดับ
                   ฯลฯ
นายบุญถิ่นมีผลงานด้านการเขียนหนังสือไว้ทั้งหมดประมาณ 150 เรื่อง ทั้งตำราวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาและอุดมศึกษา เช่น หนังสือตรีโกณมิติและพีชคณิต แบบเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ตำรากลศาสตร์ อนุกรมวิทยาศาสตร์ ชุดความร้อนแสง แม่เหล็กไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีผลงานแปล เช่น พลังงานนิวเคลียร์และประโยชน์ทางสันติ  ลาก่อนมิสเตอร์ชิป ผลงานตำราการศึกษา เช่น การฝึกหัดครู การสร้างผู้นำของอนุชน เป็นต้น
นายบุญถิ่นลาออกจากราชการ เมื่อพ.ศ 2517 เมื่ออายุ 59 ปี ขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 
   นายบุญถิ่นสมรสกับหม่อมราชวงศ์พรรณเรือง เกษมสันต์ มีบุตร 4 คนคือ นางสาวกิ่งแก้ว นางแพรวพรรณ สุนทรศารทูล นายครรชิต และนางนิตยาภา โตสงวน
เกียรติประวัติสูงสุดที่นายบุญถิ่นได้รับ คือ กรมการฝึกหัดครูประกาศยกย่องให้เป็น 1ใน 10 ของ "บุคคลดีเด่นด้านการฝึกหัดงติครูไทย ประเภทผู้บริหารการฝึกหัดครูดีเด่น"  คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ประกาศยกย่องเป็น "บุคคลดีเด่น สาขาพัฒนาสังคมด้านบริหารการศึกษา"
พ.ศ 2525 กรมการเกิดครูได้ก่อตั้งมูลนิธิบุญถิ่น อัตถากร เพื่อประกาศเกียรติคุณและแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อนายบุญถิ่น 2536 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายบุญถิ่นเป็นศาสตราจารย์พิเศษ  
    นายบุญถิ่นถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์พ.ศ 2537 สิริรวมอายุได้ 79 ปี 9 เดือน 10 วัน
นายบุญถิ่นได้รับการยกย่องสรรเสริญทั้งในด้านอุปนิสัยและหน้าที่การงาน นับเป็นปูชนียบุคคลและผู้มีอุปการะคุณอย่างใหญ่หลวงต่อการศึกษาของชาติ ท่านจึงเป็นที่นับถือ ศรัทธาและเป็นความภาคภูมิใจของชาวกระทรวงศึกษาธิการอย่างยิ่ง
       ธเนศ ขำเกิด สรุป เรียบเรียง
cr. หนังสือประวัติครู ของคุรุสภา พ.ศ 2538
โฆษณา