5 ก.ค. เวลา 07:31 • หุ้น & เศรษฐกิจ

จับชีพจรตลาด เมื่อตลาดเกิด Sector Rotation (Ep.66)

by หนีดอย ประจำเดือนกรกฎาคม 2026
📌เข้าสู่เดือนที่ 7 ของปี เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ตลาดเกิดการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญจากการที่นักลงทุนเริ่ม "พักเบรก" จากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Mega-cap Tech) รวมไปถึงกลุ่ม Memory Chips ไปสู่กลุ่มอื่นที่มีลักษณะเป็นวัฏจักร (Cyclical) และหุ้นคุณค่า (Value Stock) มากขึ้น โดยเงินทุนไหลออกจากกลุ่มเทคโนโลยีที่เคยเป็นผู้นำตลาด กลุ่ม "Magnificent Seven" ที่มีการปรับฐานไปเข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรม (Industrials), กลุ่มการเงิน (Financials) และกลุ่มสุขภาพ (Healthcare) ซึ่งทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในรอบหลายเดือน
3
📌ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงประมาณ 25% ในเดือนมิถุนายน หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มคลี่คลายลงจากข้อตกลงหยุดยิง บวกกับตัวเลขการจ้างงานทางสหรัฐออกมาต่ำกว่าที่คาด ทำให้การคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยของ FED ผ่อนคลายลงอย่างมาก
3
📌สรุป 5 ตีมที่ดีที่สุดใน 3 เดือนพร้อมกองทุนตัวอย่าง
1. Semiconductors : A-ASEMI +79.51%
กองอื่นๆ เช่น TLSEMICON-UH +70.11%, SCBSEMI(E) +67.08%
2. China A-share (Tech) : UCI +54.65%
กองอื่นๆ เช่น ES-STARTECH +56.291%, FP CNGLOV +52.98%
3. Cyber Security : KFCYBER-A +52.27%
กองอื่นๆ เช่น TCYBER +49.97%, DAOL-CYBERSECURE +49.34%
4. Genomics (ARKG) : ES-GENOME +49.48%
กองอื่นๆ เช่น SCBGENOME(E) +47.93%
5. Global Tech : ES-GTECH+47.76%
กองอื่นๆ เช่น MGTECH +47.30% , DAOL-GTECH +46.83%
3
📌สรุป 5 ตีมที่แย่ที่สุดใน 3 เดือนพร้อมกองทุนตัวอย่าง
1. Indonesia : SCBINDO(A) -26.61%
กองอื่นๆ เช่น ES-INDONESIA -18.35%
2. Miners : DAOL-GOLD -19.52%
กองอื่นๆ เช่น A-RING -18.33%
3. China Consumers : TCHCON - 18.20%
กองอื่นๆ เช่น MEGA10CHINAPOP-A -14.58%
4. China Green Energy : P-CGREEN -16.70%
5. Defense : LHGDEFENSE-A -15.60%
กองอื่นๆ เช่น DAOL-DEFENSE -12.43%
3
📌กองทุนระดับความเสี่ยง 5 ที่เหมาะกับการเป็น Core Port
โดยมีทั้งตราสารหนี้และหุ้นผสมกันในกองทุน
กับ ผลตอบแทน 3 เดือนย้อนหลัง
1. ES-GAINCOME-UH-A และ
ES-GAINCOME-UH-R +4.18%
2. ES-ULTIMATE GA1 +4.43%
3. ES-ULTIMATE GA2 +7.68%
4. ES-ULTIMATE GA3 +8.82%
3
📌สรุปการเข้าซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนกองทุนสำหรับพอร์ทตัวเอง (Jun 2026)
3
🎯BUY
TJREIT / TISCOINA-A
SCBGOLDE / SCBAUTO(E) / SCBCEE
KTILF
🎯SELL
TCLOUD / SCBOIL / SCBSEMI (E)
ES-INTERNET / TNEXTGEN-A
K-GDBONDUH
🎯SWITCH OUT -> SWITCH IN
SCBGOLDHE -> SCBGOLDE
ปล. เหตุผลของการซื้อ / ขาย / สับเปลี่ยนจะอยู่ใน โพส My Personal Move ที่ x.com/needoykan ครับ
📌 มุมมองครึ่งปีหลัง จาก Sector Rotation
Core : เพิ่มสัดส่วนประเทศตลาด Developed market (DM) ญี่ปุ่นและยุโรปมากขึ้น ผ่านกองทุน SCBNK225 / SCBEUEQ (ทั้ง 2 กองแรกมี Class E SCB) รวมไปถึง KKP GINFRAEQ-H ที่มีสัดส่วนยุโรปสูง
2
ในแง่ของ Bonds : คง Global Bonds / Thai bonds ที่สัดส่วน 75/25 ผ่าน K-GDBONDUH / KTILF
2
Thematic : สนใจ 3 ตีม Rare Earth / GRID / ARKQ เป็นพิเศษ หากมีการปรับตัวลดลงของระดับราคาที่เหมาะสม โดยเน้นสะสมแบบจับจังหวะ
2
ในแง่ของหุ้นตลาด Emerging market (EM) จะเห็นว่าจีน (H-share) และ อินเดีย ยัง underperfomed อยู่มาก เทียบกับ เกาหลีใต้, ไต้หวัน หรือแม้แต่ไทย ซึ่งคิดว่าครึ่งปีหลังอาจมี sector rotation มากขึ้น กับกลุ่มตลาดที่ตกลงมาแรงในช่วงครึ่งปีแรก
3
Alternative Assets : ดูเหมือนทั้ง GOLD / Bitcoin จะไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ในช่วงที่ผ่านมาและดูแนวโน้มมีแรงซื้อคืนหลังความกังวลการขึ้นดอกเบี้ยชะลอลงไป แผนการเก็บสะสมทองคำและ Bitcoin ยังคงมีทั้งแบบ DCA และจับจังหวะต่อไป เพื่อคงสัดส่วนทองคำ ไม่เกินอย่างละ 15% และ 10% เมื่อราคาปรับลดลง
Income : ยังคงกรอบสินทรัพย์เพื่อการสร้างรายได้ประจำจากการปันผล โดยนิยามสินทรัพย์ที่ปันผลมากกว่า 3.5% ต่อปี (ที่ระดับ 20-25% ของสินทรัพย์เพื่อการลงทุนรวม (Portfolio ส่วนตัวกองทุนที่เน้นปันผลเลือกเป็น K-USXNDQ-A(D))
อัตราแลกเปลี่ยน USD/THB : ไม่น่าแข็งค่า หรือ อ่อนค่าอย่างรวดเร็ว หลังจากผลการประชุมของกนง.ที่มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้และน่าจะยังคงดอกต่อไปยันสิ้นปี ทำให้กองทุนประเภท Unhedged น่าสนใจกว่า หากอัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างนิ่ง เพื่อลด Hedging cost
📌 ปรับแผน DCA ส่วนตัว (เริ่ม Jun 2026 เป็นต้นไป)
🇺🇸K-USXNDQ-A(D) : 30%
🇺🇸KKP NDQ100-UH-E : 10%
🇺🇸KKP TECH RMF-H : 15%
🇯🇵SCBNK225E : 5%
🇪🇺SCBEUEQE : 5%
🇹🇭K-TNZ-ThaiESG : 10%
2
🟡GOLD NOW : 10%
SCBGOLDHRMF : 5%
₿BTC : 10%
🎯หลักการ
สัดส่วนหุ้น 75% Gold 15% BTC 10%
สัดส่วนตามประเทศ มากสุดที่ US 55%
สัดส่วนสินทรัพย์ให้ปันผลที่ 30%
เน้น DM เป็นหลักในการ DCA : US + EU + JP
มี EM แค่ TH เนื่องจากใช้ผลประโยชน์ทางภาษี
3
DM = Developed Market
EM = Emerging Market
ในส่วนของ ThaiESG ข้างต้นนี้
เป็นการ DCA ที่มีน้ำหนักราว 40%
ที่เหลือคือ Timing จับจังหวะ 60%
สำหรับกองทุนสินทรัพย์อื่นๆ เช่น จีน อินเดีย ฯลฯ
หรือ Thematic อื่นๆ ใช้การซื้อแบบจับจังหวะ
โดยการแบ่งไม้ซื้อเมื่อราคามีการย่อตัว
กรณี Base case คาดการณ์ (45%)
ผลตอบแทนคาดหวัง (ต่อปี) +9 ถึง +13%
Max drawdown: 15–22%
กรณี Worst case คาดการณ์ (25%)
ผลตอบแทนคาดหวัง (ต่อปี) -10 ถึง -20%
Max drawdown: 30–40%
📌หมายเหตุ
1. สินทรัพย์ที่แสดงในบทความนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์แนะนำให้ซื้อหรือขาย เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลที่ได้จากกราฟ
2. การลงทุนตัดสินใจในสินทรัพย์แต่ละประเภท เป็นดุลยพินิจของผู้อ่านเอง
3. กองทุน/ETF ที่นำเสนอในบทความ เป็นตัวอย่างเพื่อใช้ประกอบอ้างอิงกับสินทรัพย์นั้นๆ ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดหรือมีตัวเลือกเดียวที่เห็นเท่านั้น ผู้อ่านสามารถสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมกองทุนหรือETF นอกเหนือจากตัวอย่างในบทความนี้ได้
4. บทความนี้ไม่มีข้อมูลเชิงพื้นฐานมาเกี่ยวข้อง
Disclamier : การเปิดเผยข้อมูลนี้เป็นเพียงความเห็นการลงทุนส่วนบุคคล เพื่อความโปร่งใสในฐานะผู้แนะนำการลงทุน มิใช่การชี้นำหรือให้คำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์แต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต โดยผู้จัดทำไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการลงทุน
อัศวิน ชมจิตต์
ที่ปรึกษาการเงิน AFPT : เลขคุณวุฒิ AFPT260030
เลขที่ใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน : 139388
Finnomena
3
โฆษณา