25 ก.ค. เวลา 03:00 • อาหาร
Rimping Supermarket NimCity Branch

ทำความรู้จัก “Dubai Chocolate” (Dubai ช็อกโกแลต) ช็อกโกแลตที่ผสานเข้ากับขนมหวานดั้งเดิมของตะวันออกกกลาง และโด่งดังไปทั่วโลกผ่านอินเตอร์เน็ต

“Dubai Chocolate” (ดูไบช็อกโกแลต) เป็นช็อกโกแลตแบบแท่ง (Chocolate Bar) ที่มีต้นกำเนิดในเมือง Dubai ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง จุดเด่นของช็อกโกแลตชนิดนี้ คือไส้สีเขียวด้านใน ซึ่งมีส่วนผสมหลักคือ Pistachio (ถั่วพิสตาชิโอ) และ Kadayif (แป้งที่ขูดเป็นเส้น ๆ) ทำให้ได้รสชาติหอมมันและมีความกรุบกรอบ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับช็อกโกแลตที่มีรสชาติหวานปนขมเป็นเอกลักษณ์
.
พิสตาชิโอเป็นถั่วชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดในพื้นที่ประเทศอุซเบกิสถานในปัจจุบัน มีหลักฐานว่าถูกบริโภคโดยมนุษย์ทั่วทั้งบริเวณตะวันออกกลางตั้งแต่ 6,750 ปีก่อนคริสตกาล และได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลกตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 ผ่านทางเส้นทางสายไหม (เส้นทางการค้าขายซึ่งเชื่อมโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันเป็นระยะเวลากว่าพันปี ตั้งแต่ 206 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงศตวรรษที่ 15) ในปัจจุบันเป็นพืชท้องถิ่นของอิหร่าน อัฟกานิสถาน และเอเชียกลาง โดยเฉพาะอิหร่านซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกที่ใหญ่ที่สุดในโลก
.
Dubai เป็นเมืองที่ก่อตั้งขึ้นประมาณ 300 ปีที่แล้ว และเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเป็นเมืองท่าและกลายเป็นศูนย์กลางทางการค้า การเงิน และการท่องเที่ยวที่สำคัญของตะวันออกกลาง และ สิ่งนี้ทำให้เมืองนี้มีบทบาทสำคัญในการนำเข้าและส่งออกวัตถุดิบอาหารหลากหลายชนิด ซึ่งรวมถึงพิสตาชิโอด้วย
.
Dubai ยังเป็นเจ้าภาพในการจัดงานแสดงสินค้าและอาหารนานาชาติขนาดใหญ่มากมาย รวมไปถึงงาน “The Inaugural Dubai Food Festival” ในปีค.ศ. 2014 เพื่อเฉลิมฉลองให้กับการเป็น “เมืองหลวงด้านอาหารของภูมิภาค” ด้วยความเจริญนี้ยังทำให้ผู้คนใน Dubai ได้มีประสบการณ์กับอาหารมากมายหลายชนิด ทั้งอาหารนานาชาติและอาหารอาหรับ
.
ขนมหวานและขนมอบของตะวันออกกลางยังมีความสำคัญทั้งในด้านวัฒนธรรม ศาสนา และการเฉลิมฉลองต่าง ๆ มานานกว่า 700 ปี โดยแป้งชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ในขนมอบจะเรียกว่า “Filo” ซึ่งมีลักษณะเป็นแป้งแผ่นบาง ใช้สำหรับทำขนมประเภทพายต่าง ๆ และขนมที่มีลักษณะแป้งเป็นชั้น นอกจากนี้ยังมีการนำมาทำเป็น “Kadayif” (กาดายีฟ) โดยการขูดแป้งเป็นเส้นฝอยนิยมนำมาอบหรือทอดด้วยเนยให้กรอบ ใช้ทำเป็นไส้หรือชั้นของขนมหวานต่าง ๆ เช่น tel kadayıf และ Knafeh ที่คุ้นเคยกันในอีกชื่อว่า “Kunafa” (คูนาฟา) นั่นเอง
.
Kunafa เป็นขนมหวานอีกประเภทหนึ่งที่นำ Kadayif มาเรียงจนเป็นผืนเดียวกัน และสอดไส้ด้วยถั่วบดประเภทต่าง ๆ ผสมกับครีมหรือชีส เมื่ออบเสร็จแล้วนิยมโรยหน้าด้วยผงพิสตาชิโอ ในบางครั้งขนมหวานชนิดนี้ก็มักถูกเรียกสับสนกับแป้ง filo ที่ทำเป็นเส้นกรอบ เนื่องจากในบางประเทศ เช่นตุรกี ก็เรียก Knafeh ว่า Kadayif นั่นเอง
.
เช่นเดียวกับสินค้าอื่น ๆ โกโก้และช็อกโกแลตถูกนำเข้ามาใน Dubai ตั้งแต่เริ่มเปิดตัวเป็นเมืองท่า ระหว่างศตวรรษที่ 19 และ 20 ในฐานะขนมหวานชั้นสูง และมีจำหน่ายเฉพาะในร้านค้าหรูหราเท่านั้น จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจ ไม่นานก็เริ่มมีการทำธุรกิจร้านขายช็อกโกแลตที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นบุคคลทั่วไปทั้งคนพื้นที่และชาวต่างชาติ และนำไปสู่การแพร่หลายของช็อกโกแลตและการสร้างสรรค์เมนูจากช็อกโกแลตมากมาย
จนในปัจจุบันนี้ Dubai ก็อุดมไปด้วยแบรนด์ช็อกโกแลตในระดับอุตสาหกรรม และ Artisan chocolate ที่หมายถึงร้านช็อกโกแลตที่เน้นฝีมือและความปราณีตในการรังสรรค์
.
ในปี 2021 ได้มีร้าน Artisan chocolate ร้านหนึ่งถือกำเนิดขึ้น ชื่อว่า “Fix Dessert Chocolatier” โดย Sarah Hamouda ซึ่งเป็นชาวอังกฤษ-อียิปต์ที่ทำงานประจำและอยู่อาศัยในดูไบมา 9 ปี โดยความตั้งใจแรกเริ่มของ Hamouda คือการสร้างธุรกิจเล็ก ๆ ร่วมกับสามีเพื่อเป็นงานเสริมระหว่างที่กำลังตั้งครรภ์
.
สินค้าหลักของร้าน Fix คือช็อกโกแลตบาร์ Handmade สอดไส้ โดยเน้นไปที่รสชาติแปลกใหม่โดยอาศัยแรงบันดาลใจจากความอยากของหวานในช่วงเวลาตั้งครรภ์และความรักในช็อกโกแลต Hamouda เอง มีทั้งรสชาติขนมหวานตะวันตกและตะวันออกกลาง อีกจุดเด่นที่สำคัญของช็อกโกแลตบาร์จาก Fix คือมีลวดลายหลากสีสันอยู่ด้านบนของเปลือกช็อกโกแลต ซึ่ง Hamouda นั้นวาดลวดลายด้วยตัวเองชิ้นต่อชิ้น
.
ในช่วงเริ่มต้นแบรนด์ Fix เป็นเพียงร้านช็อกโกแลตเล็ก ๆ ที่มีออเดอร์ต่อวันเพียงหลักหน่วยเท่านั้น จนกระทั่งในปี 2022 Hamouda ได้รังสรรค์ช็อกโกแลตบาร์รสชาติใหม่ที่ชื่อว่า “Can't Get Knafeh of It” โดยเล่นคำระหว่าง “Knafeh” และ “Enough” ไส้ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Knafeh นี้ Hamouda ได้นำพิสตาชิโอบดผสมกับ Tahini (ซอสงาขาวสไตล์ตะวันออกกลาง) จนกลายเป็นครีมพิสตาชิโอ และนำ Kadayif เข้าไปคลุกเคล้า ในส่วนของเปลือกนอกของช็อกโกแลตบาร์จะใช้เป็น Milk Chocolate ซึ่งมีรสชาติหวานมัน
.
เนื่องจาก Fix ไม่ได้มีงบประมาณในการโปรโมทมากนัก จึงอาศัย Influencer บนโลกออนไลน์ในการรีวิวช็อกโกแลตของร้าน โดยเฉพาะการถ่ายวิดิโอขณะลองชิม ซึ่งวิดิโอประเภทนี้ก็ได้รับความนิยมในปัจจุบัน แผนการตลาดนี้ได้ผลเกินคาด เมื่อ Maria Vehera ซึ่งเป็น influencer ชื่อดังที่รีวิวอาหารต่าง ๆ ในอาหรับเอมิเรตส์ ได้โพสต์วิดิโอ ASMR ลงใน TikTok ซึ่งเป็นการลองรับประทานช็อกโกแลตบาร์ 3 รสชาติของร้าน Fix ได้แก่ Mind Your Own Bisicoff, Crazy Over Caramel และ Can't Get Knafeh of It
.
Can't Get Knafeh of It ได้รับความสนใจในทันที ด้วยไส้สีเขียวที่แปลกตา พร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูชุ่มฉ่ำ แต่มีความกรุบกรอบเมื่อเคี้ยว และเป็นส่วนผสมที่ผู้คนนอกตะวันออกกลางไม่คุ้นเคย และเรียกต่อ ๆ กันว่า “Dubai Chocolate” โดยปัจจุบันวิดิโอของ Vehera มียอดการรับชมถึง 129 ล้านครั้ง และมี 7 ล้านการกดถูกใจ หลังจากวิดิโอนี้ได้รับความนิยม ก็มี influencer คนอื่น ๆ และบุคคลทั่วไปพากันทำวิดิโอและสั่งซื้อ Dubai Chocolate จาก Fix มากกว่าวันละ 500 ออเดอร์
.
อย่างไรก็ตาม Hamouda ยังคงยึดมั่นในการทำช็อกโกแลตด้วยมือ และรักษาคุณภาพเอาไว้ Dubai Chocolate ต้นตำรับของ Fix จึงกลายเป็นสินค้าที่หายาก จนเกิดการลอกเลียนและแอบอ้างชื่อร้านมากมาย ครั้งหนึ่งเธอต้องออกประกาศเตือนลงใน Social Media ของร้าน อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีหลายคนที่ทดลองคิดค้นสูตรการทำขึ้นมาในรูปแบบของตัวเอง ซึ่ง Hamouda ก็รู้สึกยินดีที่ได้เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้ทำสิ่งใหม่ ๆ ในร้าน Fix เองก็มีการเพิ่มจำนวนพนักงานขึ้นเป็น 10 คน โดยยังคงคุณภาพการผลิต Homemade ไว้เช่นเดิม
.
ความนิยมของ Dubai Chocolate ยังทำให้การค้าขายพิสตาชิโอของดูไบเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก และยังทำให้พิสตาชิโอมีราคาสูงขึ้น
เมื่อ Dubai Chocolate ได้กลายมาเป็น “ชนิด” ใหม่ของช็อกโกแลตที่แพร่หลาย บรรดาบริษัทช็อกโกแลตขนาดใหญ่ในโลกตะวันตกได้เริ่มผลิตช็อกโกแลตที่มีรสชาติคล้ายกันด้วยการใช้ชื่อทางการค้าว่า “Dubai Chocolate” ซึ่งการใช้ชื่อนี้ได้เกิดปัญหาขึ้นในบางประเทศ เนื่องจากช็อกโกแลตเหล่านี้ไม่ได้ผลิตที่ดูไบจริง ๆ เช่น ในเดือนมกราคม ปี 2025 แบรนด์ Aldi จากประเทศเยอรมนี ถูกศาลตัดสินให้หยุดใช้ชื่อ “Alyan Dubai Handmade Chocolate” เนื่องจากชี้นำให้เข้าใจผิดว่าผลิตในดูไบ แต่ในความเป็นจริงผลิตที่ประเทศตุรกี
.
อย่างไรก็ตาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่ได้เข้าร่วม The Geneva Act of Lisbon Agreement (กรรมสารเจนีวา แห่งความตกลงลิสบอนว่าด้วยเครื่องหมายแหล่งกำเนิดและสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ซึ่งมีความคุ้มครองครอบคลุมถึงระบบ GI (Geographical Indications หรือ การบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของผลิตภัณฑ์)
ท้ายที่สุด คำว่า Dubai Chocolate จึงกลายเป็นเครื่องหมายการค้าทั่วไปของตลาดยุโรปและประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก นอกจากแบรนด์ช็อกโกแลตขนาดใหญ่แล้ว ร้าน Artisan Chocolate และ ร้านขนมหวานทั่วโลก ได้มีผลิตภัณฑ์ที่ประยุกต์จาก Dubai Chocolate มากมาย เช่น เครื่องดื่ม ไอศกรีม เค้ก และมาการอง
สามารถหาซื้อวัตถุดิบสำหรับขนมหวานแสนอร่อยได้ที่ริมปิงทุกสาขานะคะ
โฆษณา