6 ก.ค. เวลา 11:45 • ไลฟ์สไตล์
สวนลุมพินี

เหม่อไม่ได้ถ้ายังไม่เบื่อ: รีวิวกิจกรรม ‘นั่งเฉยๆ’ 1 ชั่วโมงที่สวนลุมพินี

วันเสาร์ผมไปร่วมกิจกรรม ‘นั่งเฉยๆ ไม่ทำเหี้ยไรเลย’ ที่สวนลุมพินีมา
ก่อนอื่นต้องบอกว่า ผมเป็นแฟนคลับงานนั่งเหม่อของเกาหลีมานานมาก ที่นั่นเขาจริงจังถึงขั้นจัดเป็นการแข่งขันแข่งขัน คนชนะยังเคยเป็นนักร้องดังมาแล้ว เลยคิดไว้เสมอว่าถ้าเมืองไทยมีกิจกรรมนั่งเฉยๆ แบบนี้เมื่อไหร่ จะไปนั่งเหม่อให้นานสะใจไม่แพ้ใคร พอรู้ว่ามีงานนี้จัดขึ้นที่สวนลุมพินีจริงเลยไม่พลาด ถึงจะไม่มีการแข่งขันเอาแชมป์อะไร แต่ก็ตั้งใจมาพักสมองและปล่อยใจลอยให้เต็มที่ดูสักวัน
ตามกำหนดการของงาน เขาแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ 30 นาทีแรกสำหรับการนั่งเงียบๆ และอีก 30 นาทีสำหรับพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน แต่ผมวางแผนจากบ้านแล้วว่าจะนั่งเต็มหนึ่งชั่วโมงไปเลย และธงอีกอันที่ปักไว้คือเราไม่ได้ตั้งใจไปหาคอนเน็กชันกับใคร จะเรียกว่าโลกแอนตี้โซเชียลทำงานทันที ตั้งแต่เท้ายังไม่ทันเหยียบสวนก็ได้ นั่นทำให้ผมรู้ตัวแล้วว่าคงไม่ไปนั่งตรงจุดที่เขานัดกันในกรุ๊ปไลน์แน่ พอไปถึงจริงก็เลือกอีกมุมที่ห่างออกไป เป็นโซนที่มองไม่เห็นจุดนัดหมายเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่ข้างหน้าเป็นบึงเดียวกันก็ตาม
🌿🚶‍♂️🦎ลอง ‘นั่งเฉยๆ ไม่ทำเหี้ยไรเลย’ ในสวนลุมพินี
ก่อนเริ่มผมมั่นใจมากว่าการนั่งเหม่อคงง่าย เพราะการเพ้อฝันกลางวัน ปล่อยชีวิตให้ไร้สาระ เป็นสิ่งที่ผมถนัดที่สุดอยู่แล้ว แต่พอมานั่งจริง กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด สวนลุมพินียามเย็นมีสิ่งเร้าเยอะกว่าที่คิด ตัวเหี้ยเดินปาดซ้ายขวาให้แอบเสียวเป็นระยะ อีกาบินโฉบไปมาจนนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง The Birds และพอถึงห้าโมงเป๊ะ เสียงเพลงแอโรบิกก็ดังขึ้นมาแทนที่ความเงียบ มาทั้งภาพทั้งเสียงพร้อมกันจนแทบอยากลุกหนี
แต่พอเวลาผ่านไป ทุกอย่างเริ่มเงียบลง คนบางตาลง ตัวเหี้ยหายไป กาบินกลับรัง เสียงเพลงเริ่มกลายเป็นพื้นหลังที่คุ้นชิน ผมคิดว่าคราวนี้แหละ น่าจะเข้าสู่โหมดนั่งเหม่อ พักสมองได้สักที
กลับกลายเป็นว่าหัวมันไม่คิดอะไรเลย...
ลองนับนกดู นับได้สักพักก็หมดนกให้นับ ลองนับเรือเป็ดในบึงต่อ นับไปนับมาก็จำจำนวนตัวเองไม่ได้ ลองฮัมเพลงโปรดที่อัดวนในหัวมาเป็นสิบรอบก่อนออกจากบ้าน หวังว่าจะร้องตามในใจได้ทั้งเพลง แต่พอถึงเวลาจริงกลับร้องไม่ออกสักท่อน อารมณ์ไม่มาเอาเสียเลย หัวยังคงวุ่นอยู่กับการหาอะไรทำอยู่ดี นับ ฮัม มอง สลับไปสลับมาไม่หยุด
จนถึงจุดหนึ่งที่ไม่มีอะไรให้นับ ไม่มีเพลงให้ฮัมต่อ ไม่มีอะไรให้หัวยึดจับอีกแล้ว ผมถึงฮัมเพลงนั้นออกมาได้เป็นครั้งแรกอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้เค้นออกมา แค่มันหลุดออกมาเอง
“เหม่อ… มองขึ้นไปบนฟ้า มีความจริงที่ฉันเข้าใจอย่างที่เธอยังไม่เคย”
💼🔥🚫🫠 บำบัดลัทธิบ้างานด้วยการเหม่อ
ข้อดีของการมานั่งคนเดียวคือ ตราบใดที่ใจแข็งพอไม่แตะมือถือดูเวลา ก็ไม่มีอะไรมาเร่งเรา มีอยู่ช่วงหนึ่งที่แอบคิดจะลุกไปเดินเล่นแทน คิดว่าเหม่อครึ่งชั่วโมงก็พอแล้ว แต่อีกใจหนึ่งเถียงกลับทันทีว่า ใครเป็นคนเร่งให้ต้องขยับเวลานั่งเหม่อลง ในเมื่อเวลานี้เป็นของเราเอง เรือเป็ดยังให้นั่งแค่รอบละสิบนาที ตรงนี้นั่งฟรีไม่มีใครไล่ จะรีบกลับไปสู่ชีวิตที่รีบคิดถึงการทำงานทำไม
ใจตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะนั่งร้องเพลงในหัวต่อไปเรื่อย ๆ จะเพ่งจนเหมือนทำสมาธิก็เกินไป แต่จะขยับตัวทุกนาทีก็ไม่ไหวเหมือนกัน สุดท้ายก็นั่งร้องเพลงในใจไปเรื่อย จนเรือเป็ดหายไปจากสายตา อากาศเริ่มเย็นลง ผมกะเอาเองว่านั่งมาได้สักสี่สิบนาทีได้
ทันใดนั้น นาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ก็ดังขึ้น บอกว่าผมนั่งมาครบหนึ่งชั่วโมงแล้ว!
หาาาาาาาาาาาาาาาาาาา! เวลาผ่านไปเร็วขนาดนี้เลยหรือ? นี่คือเวทมนตร์ของการนั่งเหม่อหรือเปล่า?
🧠✨🕊️⏰ สรุปบทเรียนจากการ ‘นั่งเหม่อ’
ขากลับ ผมเดินผ่านจุดที่ทุกคนรวมตัวกัน บางคนยังนั่งนิ่งอยู่ตรงเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมคิดกับตัวเอง ว่าคงมีคนเหม่อเก่งกว่าเราอีกเยอะ
ถ้าจะให้กลับมานั่งเฉยๆ ไม่ทำเหี้ยอะไรอีกครั้ง ผมก็คงมาเหมือนเดิม เพราะอย่างน้อยวันนี้ผมก็ได้ถอดบทเรียนและรู้แล้วว่า "ความเหม่อไม่ได้เริ่มต้นตอนที่เราหลับตา แต่มันเริ่มตอนที่เลิกพยายามจะเหม่อ" ใครที่กำลังเหนื่อยล้า เป็นมนุษย์ออฟฟิศที่สมองล้า ลองหาเวลามานั่งเฉยๆ ปล่อยใจลอยดูบ้างนะครับ มันช่วยฮีลใจได้ดีกว่าที่คิดจริงๆ
โฆษณา