6 ก.ค. เวลา 17:10 • ท่องเที่ยว
สวนเบญจกิติ

สวนป่าเบญจกิติ: "ปอดธรรมชาติ" ใจกลางเมือง

เมื่อฉันก้าวพ้นจากสถานีรถไฟฟ้าอันแสนวุ่นวายย่านอโศก สิ่งที่เข้ามากระทบผิวไม่ใช่ไอร้อนจากท่อไอเสียบนท้องถนนเหมือนอย่างเคย แต่กลับเป็นสายลมอ่อน ๆ ที่หอบเอาความชุ่มชื้นจากต้นไม้ใบหญ้าเข้ามาทักทาย ฉันกำลังยืนอยู่บนสกายวอล์กของ "สวนป่าเบญจกิติ" พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 259 ไร่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่ซึ่งอดีตเคยเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมโรงงานยาสูบอันแสนทรุดโทรม แต่ในวันนี้มันถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ให้กลายเป็นสวนป่าเชิงนิเวศ (Eco-Wetland) ระดับแม่แบบของเมืองหลวง
สวนป่าแห่งนี้อาจเป็นเพียงแค่หมุดหมายยอดฮิตในโซเชียลมีเดีย เป็นที่ถ่ายรูปกลางแจ้งชั้นดี แต่ในแง่ของความยั่งยืนเมือง สวนแห่งนี้กำลังทำหน้าที่อย่างหนักหน่วงในการเป็น "เกราะกำบังทางธรรมชาติ" บ่อน้ำชุ่มน้ำทั้ง 4 บ่อที่นี่สามารถรองรับและบำบัดน้ำเสียได้ถึง 128,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันด้วยวิถีธรรมชาติ พืชน้ำอย่างต้นธูปฤาษีและต้นกกกำลังช่วยกรองสารพิษ ในขณะที่ไม้ยืนต้นนับหมื่นต้นกำลังช่วยดูดซับฝุ่นควันและลดความร้อนสะท้อนของเมืองคอนกรีตลงอย่างเงียบเชียบ
หลังจากที่ฉันเดินเก็บภาพความร่มรื่นของป่าชายน้ำอยู่นาน สายตาก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มในชุดวิ่งคนหนึ่งที่เพิ่งหยุดพักเหนื่อยและกำลังบิดตัวยืดกล้ามเนื้ออยู่ริมบ่อน้ำ ฉันจึงถือโอกาสเดินเข้าไปทักทายและพูดคุยในฐานะคนเมืองด้วยกัน
เอ (นามสมมติ) นักศึกษา ย่านสุขุมวิท เล่าให้ฉันฟัง เขามักจะมาวิ่งที่นี่สัปดาห์ละครั้งหลังเลิกเรียน หรือ ช่วงที่มีเวลาว่าง เพราะสวนป่าแห่งนี้ให้ความรู้สึกที่ต่างจากฟิตเนสหรือสวนสาธารณะทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
"ช่วงที่กรุงเทพฯ วิกฤตเรื่องฝุ่น PM 2.5 สวนป่าเบญจกิตินี่แหละครับที่ทำหน้าที่เป็นเกราะกรองอากาศและฟอกปอดให้ผม เวลามาวิ่งตรงนี้จะรู้สึกเลยว่าอากาศมันเย็นและสดชื่นกว่าริมถนนข้างนอกอย่างเห็นได้ชัด มันช่วยเซฟทั้งสุขภาพกายและลดความเครียดจากงานได้ดีมาก" พี่กานต์กล่าวด้วยแววตาเป็นประกาย
แต่สิ่งหนึ่งที่พี่กานต์ฝากไว้ให้คิดและตรงใจกับฉันมาก ๆ ก็คือ ความขัดแย้งระหว่างการเข้ามาท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ พี่กานต์แชร์ว่าบางครั้งเขาแอบเห็นขยะพลาสติกปลิวลงไปในบ่อน้ำชุ่มน้ำ หรือมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มเดินลุยลงไปในพงหญ้าด้านล่างเพื่อหามุมถ่ายรูป ซึ่งอาจจะไปทำลายรังของสัตว์เล็ก ๆ หรือรบกวนระบบนิเวศบำบัดน้ำโดยไม่รู้ตัว
บทเรียนที่ฉันได้เรียนรู้จากการลงพื้นที่สวนป่าเบญจกิติในวันนี้คือ เสน่ห์และลมหายใจของสวนป่าแห่งนี้จะยั่งยืนได้ ไม่ใช่เกิดจากการที่พวกเราหลั่งไหลมาตักตวงความสวยงามใส่กล้องเพื่อยอดไลก์บนโลกออนไลน์ แต่เกิดจากการที่พวกเราทุกคนที่เข้ามาใช้งาน "ตระหนักรู้" ถึงความสำคัญของระบบนิเวศ ร่วมกันท่องเที่ยวแบบ Low Carbon พกกระบอกน้ำมาเอง ไม่ทิ้งขยะ และเคารพกฎของพื้นที่ เพื่อให้ปอดใจกลางเมืองหลวงแห่งนี้ยังคงทำหน้าที่ส่งต่ออากาศบริสุทธิ์เยียวยาคนเมืองไปได้อีกนานแสนนาน
#สวนเบญจกิติ #SPUCAหนีเรียนไปเที่ยว
โฆษณา