7 ก.ค. เวลา 09:15 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่

ตอนที่ 74 การปิดล้อมเมืองเบลเกรดของมูรัดที่ 2 (1440): ประตูสู่ยุโรปกลางอุปสรรคปราการที่ยากจะฝ่าฟัน

🟧 หลังการยึดครองเทสซาโลนิกา (Thessalonica) อย่างเด็ดขาดในปี 1431 และควบคุมความสงบในแอลเบเนีย 1432-1436 เรื่องวุ่นๆก็เกิดขึ้น ณ พรมแดนเซอรืเบียและฮังการี
🟧 สิ้นสุดยุทธการโคโซโว ในปี 1389 ที่จักวรรรดิเซอร์เบียแทบสิ้นชาติและตกเป็นรัฐบรรณาการของออตโตมัน เซอร์เบียจึงอยู่ในสถานะรัฐกันชน (Buffer State) ระหว่างจักรวรรดิออตโตมันกับราชอาณาจักรฮังการีมาตลอด
🟧 จนกระทั่งปี 1427 มีการโยกย้ายเมืองหลวงมายัง สเมเดเรโว นำโดยสเตฟาน ลาซาเรวิช และจอร์จ บรันคอวิช ผู้ปกครองเซอร์เบีย สร้างป้อมสเมเดเรโวขึ้นเพื่อเป็นแนวรับใกล้พรมแดนฮังการี แต่ปัญหาที่นำไปสู่ความตึงเครียด
🟧 ปี1435–1438 จอร์จ บรันคอวิช ผู้ปกครองเซอร์เบีย หันไปผูกมิตรและยกลูกสาวให้แต่งงานกับขุนนางระดับสูงของฮังการี สำหรับมูรัดที่ 2 จึงทรงเห็นว่าระบบรัฐบรรณาการไม่สามารถค้ำประกันความมั่นคงทางพรมแดนได้อีกต่อไป
🟨 ปี 1439 สุลต่านมูรัดที่ 2 (Murad II) ยกทัพปราบปรามล้อมป้อมสเมเดเรโวเพื่อผนวกรัฐบรรณาการอย่างเซอร์เบีย เข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโดยตรง พระองค์ปิดล้อมป้อมสเมเดเรโว 3 เดือน ฝ่ายเซอร์เบียเมื่อพิจารณาแล้วว่าไม่มีกองทัพหนุนจากฮังการียกมาช่วย และเสบียงภายในหมดสิ้น ฝ่ายป้องกันเมืองจึงตัดสินใจเจรจายอมจำนนในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1439
ปราบปรามล้อมป้อมสเมเดเรโว 1439
🟨 หลังจากสุลต่านมูรัดที่ 2 ทรงประสบความสำเร็จในการผนวกเซอร์เบียผ่านการยึดป้อมปราการสเมเดเรโว (Smederevo) ในปี ค.ศ. 1439 ทางโล่งสู่ใจกลางฮังการีก็เปิดออก แต่มี "กุญแจ" ดอกเดียวที่ล็อกประตูบานนี้ไว้ นั่นคือ ป้อมปราการเบลเกรด (Belgrade)
🟥 ป้อมปราการเบลเกรด (Belgrade) โครตพ่อโครตแม่ทางยุทธศาสตร์
🟥 ชาวออตโตมันเรียกป้อมปราการว่า Dar al-Jihad (บ้านแห่งการทำสงครามศักดิ์สิทธิ์) ซึ่งในขณะนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของราชอาณาจักรฮังการี
🟥 ในปี 1440 เมษายน มูรัดที่ 2 นำกองทัพหลวงเข้าปิดล้อมเบลเกรด พระองค์ค้นพบข้อจำกัดและโจทย์หิน (ที่เป็นหินจริงๆ) คือเมืองนี้มีชัยภูมิที่โคตรโกง!!
▪️ ชัยภูมิของเบลเกรดมีความได้เปรียบสูงเนื่องจากตั้งอยู่บนจุดบรรจบของ แม่น้ำดานูบ (Danube) และ แม่น้ำซาวา (Sava) การจะหักเอาป้อมปราการนี้ได้จำเป็นต้องคุมเส้นทางน้ำทั้งสองสายอย่างเด็ดขาด
ป้อมปราการเบลเกรด (Belgrade)
▪️ กองทัพออตโตมันไม่ได้เตรียมแผนปิดล้อมระบบโลจิสติกส์ทางน้ำส่งผลให้กองเรือฮังการีสามารถฝ่าวงล้อมเข้ามาเติมกำลังพลและเสบียงได้ตลอดเวลา
ระบบโลจิสติกส์ทางน้ำช่วงให้ฮังการีเติมเสบียงและกำลังพลได้ตลอด
🟥 พฤษภาคม–กรกฎาคม ออตโตมันใช้ปืนใหญ่หล่อสำริดยิงทำลายกำแพงเมืองชั้นนอกได้ และสั่งให้หน่วยช่างขุดอุโมงค์ลอบใต้กำแพง ทว่าฝ่ายป้องกันเมือง (นำโดย โจวานี โบราญี และกองทัพฮังการี-ระดมพลท้องถิ่น) สามารถตรวจพบและทำลายอุโมงค์ได้
สงครามใต้ดินระหว่างออตโตมัน-ฮังการี
กำแพงเบลเกรด คือ สุดยอดสถาปัตยกรรมที่ผสานเข้ากับปราการธรรมชาติ กำแพงไม่ใช้กำแพงหินโดดเดียวแบบกำแพงพธีโอโดเซียนของไบแซนไทน์ แต่เป็นกำแพงที่สร้างผสานไปกับหน้าผาและเนินดิน เป็นโครงสร้างกำแพงสองชั้น ขนาบด้วยหน้าผาสูง
ทหารฮังการรี ณป้อม เบลเกรด
การระดมยิงปืนใหญ่จึงเป็นเสมือนไปถล่มให้เกิดผนังแนวดินดูดซับแรงกระแทกจะลูกปืนใหญ่เข้าไปอีก ในขณะเดียวกันการบุกด้วยกองทหารราบหรือทหารเจนิสซารี (Janissaries) ก็ต้องวิ่งผ่านเนินเหล่านั้น นี้เสมือนส่งทหารไปให้อีกฝ่ายเลือกยิง
🟥 สิงหาคม ทัพหน้าของออตโตมันและกองทหารเจนิสซารีพยายามบุกทะลวงผ่านช่องกำแพงชั้นนอกที่พังลง แต่ต้องเผชิญกับกำแพงชั้นในที่ตั้งอยู่กลางเนินดิน ฝ่ายฮังการีสามารถเลือกยิงทหารออตโตมันด้วยปืนไฟ หน้าไม้ และการระดมขว้างระเบิดเพลิง สร้างความสูญเสียให้ฝ่ายออตโตมันอย่างมาก
ทหารเจนิสซารีพยายามทะลวงเข้าป้อมแต่ต้องเผชิญพื้นที่สังหาร
🟥 ตุลาคม หลังจากการล้อมยาวนานราว 6 เดือน กองทัพออตโตมันประสบปัญหาโรคระบาด ขาดแคลนเสบียง และเผชิญกับข่าวการระดมพลตอบโต้จากฮังการี สุลต่านมูราดที่ 2 จึงทรงสั่งถอยทัพกลับเอดีร์เน่
ถอยทัพกลับเอดีร์เน่ ของสุลต่านมูราดที่ 2
🟩 ความล้มเหลวในการปิดล้อมเบลเกรด วาดแผนที่ภูมิรัฐศาสตร์ของยุโรปกลางขึ้นมาใหม่ 🗺️
🟩 การผงาดขึ้นของราชอาณาจักรฮังการีในฐานะ "กำแพงแห่งคริสตจักร" ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เบลเกรดกลายเป็นปราการด่านหน้าที่ค้ำประกันไม่ให้ออตโตมันรุกคืบเข้าสู่ยุโรปกลางได้เกือบศตวรรษ
🟩 ถอดบทเรียนสู่การปฏิรูปกองทัพออตโตมันครั้งใหญ่ : สุลต่านมูราดที่ 2 ทรงตระหนักจากสมรภูมินี้ว่า การยึดป้อมปราการขนาดยักษ์ในยุโรปจำเป็นต้องใช้กองทหารราบที่ติดอาวุธปืนไฟจำนวนมาก
การรับปืนไฟมาใช้ในกองทัพอย่างเป็นลำเป็นสัน
เหตุการณ์นี้จึงเป็นแรงผลักดันให้เกิดการขยายขนาดของกองทหารเจนิสซารี การรับเทคโนโลยีปืนไฟมากใช้ในกองทัพขนานใหญ่ และการพัฒนาหน่วยปืนใหญ่หลวง (Topçu) อย่างจริงจังในทศวรรษต่อมา
🚩 บทสรุป : เมื่อฮังการีเคลื่อนไหวแนวรบใหม่ค่อยๆก่อตัว
🟪 ขณะที่ "บทเรียนราคาแพง" ที่ผลักดันให้จักรวรรดิออตโตมันเร่ง
ปรับปรุงนวัตกรรมการทหาร แต่ศัตรูไม่เคยคอยท่า ความล้มเหลวที่เบลเกรดปลุกขวัญกำลังใจให้ชาวยุโรปเลิกมุดหัวในกำแพง หันมาเริ่มเป็นฝ่ายบุกบ้างและในจังหวะนี้เองที่ฮังการีได้ค้นพบสุดยอดขุนศึกผู้ที่จะมาเป็นหนามยอกอกออตโตมันไปอีกนับสิบปี
จอห์น ฮุนยาดี ศัตรจากแนวรบด้านเหนือผู้พิทักษ์แห่งฮังการี
🟪 จอห์น ฮุนยาดี (John Hunyadi) ขุนนางสายทหารได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าการแคว้นทรานซิลเวเนีย (Transylvania)
ตอนที่ 75 จอห์น ฮุนยาดี ผู้พิทักษ์ชายแดน: คู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อของสองสุลต่าน อัศวินสีขาวแห่งบอลข่าน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา