เมื่อวาน เวลา 14:41 • ความคิดเห็น
คนดี ของโลก..ปรนเปรอด้วย ทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง ลาภยศ .จากโลกนี้ไป เค้่าได้อะไรไปกับจิต ที่เกิดมาอาศัยกายมนุษย์ เรื่องราวที่ว่า เป็นใหญ่เป็นโต บุญก็เยอะ กรรมก็เยอะ ที่ขึ้นอยู่กับสติปัญญาของจิตแต่ละดวง บางดวงจิต มีชีวิตสุขสบาย ด้วยทรัพย์สินลาภยศ.พอจิตใกล้ออกจากกาย ก็นึกห่วง บ้านเมือง บริวาร เพียงแค่นี้ก็ลอยขึ้นที่สูงไม่ได้ เป็นเหมือนบ่วงโซ่ ดึงจิตให้อยู่กับโลก
..มีผู้ใหญ่ สมัยอยุธยา สุโขทัยก็มี ที่ท่านเล่าเรื่องราว ตอนจิตจะออกจากสังขารให้ฟัง บางพระองค์ น่าจะขึ้น ชั้นพรหมได้ .แต่อารมณ์ห่วงบ้านเมือง ก็ดึงจิตให้อยู่ ในโลก ขึ้นไม่ได้ เรื่องราวเหล่านี้ ก็มาจากเรื่องราว การทำบุญ อุทิศกุศล ถวายใหญ่ที่ท่านท่านล่วงลับไป แต่จิตท่านก็ยังไม่ได้เปลี่ยนภพภูมิขึ้นที่สูงๆ บางองค์อยู่มานเป็นพันปี
.(หมายเรื่องที่เล่า อย่าเขื่อน่ะ เพราะออกจะเป็นเรื่องราว ส่วนตัว อย่าเชื่อ .แม้แต่ตัวเราเอง เราก็ต้องตรวจสอบตัวเอง เหมือนกัน คัดเอาแต่เหตุผล เรื่องที่ทำให้กิดตายๆ วนเวียนหยุดไม่ได้) เรื่องพระเจ้าอโศก เราได้ทำบุญ น้อมถวายท่าน ท่านก็สายธยาย https://www.blockdit.com/posts/600d6b3e76d27f0cde10e13a
จิตที่มาจากที่สูง หมดบุญ หนุนนำจิต เป็นเทพยดา ก็ลงมาเกิด เกิดมาบุญที่เคยสะสมมา ก็นำพาไปเกิด กับพ่อแม่ มีพระท่านเล่าเรื่อง จิตมาจากชั้น ที่ว่า .ชั้น จาตุมมหาราชา ก็มาเกิด อาศัยกายมนุษย์ มียศฐานบรรดาศักดิ์ พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สินบริวาร แต่นั้นแหละ ปัญหา มันอยู่ที่ ในอดีต สะสมนิสัยอะไรอยู่ ในสิ่งที่งว่า โลภมีให้ ตัณหา ราคา ความโลภโกรธหลง นิสัยเยาบางจากเรื่องราวเหล่านี้มั้ย การเกิดแต่ละครั้ง มันเสี่ยงทาย จะได้ขึ้นที่สูง หรือ ตกต่ำลงไป
เรื่องราวบางเรื่อง ที่ว่า จิตออกจากร่าง คนนิยม ก็ตั้ง ศาล ทำพิธีกรรม ให้คนมากราบไหว้ บนบานศาลกล่าว .มันมีเรื่องราว ที่ทำให้คน หลง.ใหล อย่างนั้นอย่างนี้ อวดเก่ง อวดดี เป็นนักเลง อันธพาล แต่เราก็ไม่อยากเขียนเรื่องราว เอ่ยชื่อท่าน มีแต่คนมาขอ ด้วยความโลภ .จิตที่อยู่โลกวิญญาณ .มีบุญบารมีอะไร สะสมอริยทรัพย์อะไร จะดลบันดาลให้ อยู่นานไป ตัวก็ผอมลงไปๆ บุญกุศลที่ทำมาก็ จางลงๆ พอหมดบุญ ก็ทุกข์ทรมานสถานเดียว
เรื่องราวของคนที่จากไป การได้ไปงานคนที่รู้จักกัน ตายจาก ที่ไปงานศพเค้า การที่ได้เรียนรู้ จิตที่ออกจากกาย ที่ว่า จิตออกจากกายไป มันทุกข์ทรมาน ยิ่งกว่า ตอนมีชีวิต ที่สังขารนี้ ยังไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อสังขาร เปลี่ยน มันทุกข์ทรมานแสนสาหัส
เราเริ่มสงสัย เรื่องที่ว่า จิตออกจากายนั้น ทำไม ถึงมีคนนั้นคนนี้เห็น มันมีเรื่องราว ของกรรมตัดรอน บันทอนอายุขัย ที่ว่า สมมุติ เค้าให้ชีวิตมนุษย์มา อายุแปดสิบปี่ มีคะแนนชีวิต ความเป็นมนุษย์ที่ว่า รู้จักดีชั่ว ได้ .แต่ก็ทำตน ใช้แต่อารมณ์ ทิฐิ .ใช้ชีวิตไปตามอารมณ์ปรุงแต่ง มีกิริยา เช่น วาจาสามหาว นักเลง ด่าผรุสวาท ยิ่งเวลาเมา วาจาก็ ด่านั้นด่านี่ มันก็ถูกหักคะแนนไปเรื่อย ..จนค่รของความเป็นมนุษย์ไม่มี ก็ต้องหมดลมหายใจ หรือ ก็จิตนั้นเสียหาย เหมือนคนเสียสติ
เรื่องราวหนึ่ง เรื่องจิตที่ออกจากกาย บางที่คนตาย ก็ยังไม่รู้ตัวว่า ตาย ทำนองตกภวังค์ งานศพเค้าก็ทักคนนั้นคนนี้ แต่ก็ไม่มีใครเห็นใครได้ยิน เคยมีสองสามคนเห็นจะได้ แหม เรานั่งสวดมนต์ ทำมายืนโบกไม้โบกมือ นั่นๆ ยังไม่รู้ตัวว่าตาย พระเค้าสวดมนต์ ญาติพี่น้อง พนมมือ ทำบุญให้ .คนตายก็ เที่ยวเดินทักคนนั้นคนนี้ เหมือนตอนที่มีชีวิตอยู่ สวดมนต์ไหว้พระ ทำบุญ คนอื่นเค้าทำกัน คนเองมางานทำบุญ ก็เที่ยวเดินเล่น คุยนั้นคุยนี้
.ถึงเวลาตนเองตาย ยังไม่รู้ว่าตาย ก็ทำตนเหมือนที่มีชีวิตอยู่ . พอถึงเวลาเค้าเปิดโลงเท่านั้นแหละ เห็นกายที่ตนเองอาศัย ..ตกใจ ร้องห่มร้องไห้ บางที่ก็กระโดดเกาะ คนที่มาร่วมงาน ญาติพี่น้องบ้าง ร้องเป็นวักเป็นเวร มีนักบวชที่รู้จักกัน ตาย. ก็ทำตัวแบบนี้ พอรู้ตัวว่า ระหว่างที่นั่งจะเริ่มสวดมนต์ ก็มา.. ร้อง หลวงตาช่วยด้วยๆ ท่านก็บอกว่า ฉันช่วยบอกไปแล้ว ว่าให้สร้างบุญกุศล ปฏิบัติธรรม .ตอนนี้ ไม่มีกาย ช่วยไม่ได้แล้ว ช่วยบอกให้ทำๆ ตอนนี้มันหมดเวลาแล้ว
เรื่องราวของจิตที่ว่า ออกจากกายไป มีน้องคนหนึ่ง ทำงานดี ตำแหน่งสูงขึ้น แต่นั้น ไม่นาน เส้นเลือดสมองแตก งานศพเค้า ก็มีประเภท ส่งวิญญาณ (เก่งกว่า พระพุทธเจ้าเสียอีก) พอเลิกสวด เค้าก็มาทำพิธีกัน บังเอิญ น้องอีกคนมดึงมือ ว่าให้ไปดู .อยากบอกชื่อ คนมาทำพิธีจัง เพราะมีชื่อเสียง ทางด้านจิตสัมผัส เค้าว่าอย่างนั้น
. เค้ากำลังปักธูป .ที่หน้าศพ .พอเราเดิน มองผ่านประตู . มองที่เค้ากำลังปักธูป ..เอ้า..มันเป็นเงาดำ วิ่งเค้ามาเรา พอถึงตน เราก็อ้วก ..ไอ้น้องที่มาจูงเรา บอกว่า พี่ไปดูใกล้ เราก็บอกว่าแค่นี้ ก็แย่แล้ว . เรื่องราวเล่านี้ เราก็ไปสอยถามพระที่นั้น ท่านบอกว่า นั้นเค้าเอาเรื่องคาถาอาคม มาท่อง มาจับจิต คนตายล่ามโซ่ ไปเป็นบริวาร บังเอิญอีกมีคนเรารู้จัก เป็นญาติแม่คนตาย มาเจอกัน เราก็ถามเรื่องนี้ แม่เค้าว่า จ่ายเงินไปห้าหมื่น ให้เค้ามาทำพิธี ส่งวิญญาณลูกชาย
..ไปอีกงานหนึ่ง พอพระให้พร . เราก็เห็นเป็นภาพหัวไก่วิ่งออกไป เราก็ไปถามพระ ว่าเค้าจะไปเกิดเป็นไก่ใช่มั้ย ท่านก็บอกว่า ให้ไปดูๆ ตรวจสอบดูว่า เมื่อมีชีวิตอยู่ใข้วาจาทำอะไร .
จิตที่ออกจากกายที่ รู้ตัวว่า ตาย..ก็มีเพื่อน .เรา มันตาย เราก็ไปรดน้ำศพ พอพระสวดให้พร เพื่อนเรามันมายืนตรงหน้า พนมมือ ท่านท่านเรียบร้อย ปิดกัยตอนมีชีวิตอยู่ เพราะ เรียนมาด้วยกัน ทำงานด้วยกันมา พอเห็นเค้ายืนพนมเรียบ ก็ยังนึกว่า ..เอ.ตอนที่นังไม่ตาย ทำไมไม่ทำตัวแบบนี้ . เราก็ไปถามพระ ว่าทำไม่เพื่อนดูเรียบร้อยจัง ท่านก็บอกว่า เค้ารู้ตัวว่า ตายแล้วเป็นยังไง
เรื่องจิตที่ออกจากกายไป มีน้อยมากที่มีบุญกุศลติดตัวไป เมื่อปีก่อน ก็มีคนรู้จักจากไป .เคยคุยกัน เค้าก็ว่า เค้าทำบุญ ปฏิบัติธรรม . แต่ ..เอ. . ตอนตาย ทำไม เปลี่ยนแปลงสังขาร ไปเป็นตัวสูงๆ มาแสดงให้เราดู ทำไมเป็นอย่างนั้นไปได้ . .
เรื่องราว บนถนน มีการคุยกัน ที่ว่า เค้าไปเชิญ วิญญาณคนตาย ที่อุบัติเหตุรถชนกันเสียชีวิต พระท่านบอกว่า พอคนตาย นั่น ยังไม่รู้ตัวว่า ก็นึกถึง คนนั้นคนนี้ นึกถึง ก็ไปถึงเลย เพราะเหลือแต่จิต มีพี่ที่ทำงาน ไปงานเผาศพพี่สาว กลับมาลงเครื่องดอนเมือง ก็มาหาที่ทำงาน พอพี่เค้านั่ง กมีเป็นดวงกลมเท่าลูกเทนนิส ลิยมาหาเรา ออกมาจากบ่า นั่น ก็เป็นจ้ตจองพี่สาวเค้า ที่ยังรู้ตัวว่าตาย พอรู้ตัวว่า ตาย ก็กลับน้องร้องคราญคราง ตรงที่ตาย
เรื่องราวของที่ว่า วันหนึ่งจิตต้องออกจากสังขาร พอเราได้พบเห็นบ้าง เราก็บอกคนรู้จัก บอกเค้า สวดมนต์ ทำบุญน่ะ สะสมบุญกุศลบารมีน่ะ บางคนก็ แอบไปนินทาเราเสียอีก . เราก็ได้แต่ว่า บอกๆเค้าไป เพร่าะเราก็อยากบุญ อยากมี กัลยามิตร ช่วยเหลือกันไป เมื่อเกิดชาติต่อๆไป เราเดินหลงทาง เจอกัลยาณมิตรสักคน สะกิดจิตเราให้สร้างบุญกุศลบารมี ก็ยังดี .
เรื่องราวจิตที่ออกจากกายไป .เรื่องราวสมัยอยุธยา เราไปงานศพ แหม .เค้าเอาพระไปแอบ สวด . เอาศพคนตาย มาตั้ง ดอกไม้จัดสวย . จัดคนเก้าอี้ หันหน้า เค้าหาศพ . เรานี้ไม่ขอบเลย เราขอบทีาจะกันหน้าเข้าหาพระ มากกว่า ยิ่งคนตาย เค้ามีบุมั้ยนี่ . เรานั่งฟัวพระสวด .นั่งพนมมือไป อยู่ก็ เอ้า .ข้างหน้าเรา กลายเป็นภาพทหารอยุธยา สมันนั้น เต็มศาลาเลย เค้ามานั่งข้างหน้า พรมมืิ เอาดาบวางข้างตัว เราก็.บอกตัวเอง จิตหลอน.ๆ มอวไปนอกศาลา ก็มีทหารยืนตรงถือหอก
เราก็ไปถามพระ ท่านว่า นั่นเพิ่งได้สี่ห้าวันเอง เค้ายังไม่ได้ไปไหน หนึ่งวันของเค้า เท่ากับเราร้อยปี อีกวัดหนึ่ง ไปงานศพ ก็มีมายืน เป็นระเบียบ ตัวดำๆ มีเป็นพันๆยืนกันเป็นแถว เราก็ไปถามพระ ท่านก็ว่า พวกที่อยู่วัดนี้ ลำบากอดอยาก ไม่เหมือนวัดก่อน พวกทหาร เค้าไม่ลำบากเท่าไหร่ เค้่ายังมีเรื่องราว ที่รักแผ่นดิน สละชีวิต รักษาบ้านเมือง เค้าไม่ค่อยลำบาก เค้าก็มาอยู่ในวัด ที่คนเค้า สร้างบุญกุศลกัน
เราก็ได้ฟัง เรื่องราวพระธุดงค์ ไปปักกลดที่ เค้าฝังศพ ที่เค้ามีพิธี เส้นไหว้ บรรพบุรุษ . พระท่านก็ ได้ไปพบเห็น ท่านบอกว่า มีแต่พวกสัมภเวสี มากิน .จิตเร่ร่อนบ้าง . ตัวบรรพบุรุษ บางที่เค้าเปลี่ยนแปล ชาติภพไปแล้ว .สมมุติว่า ไปสถานที่ทุกข์ .เอ. เค้าก็มาได้ .
แล้วทำอย่างไร จึงจะส่งบุญได้ นั้น ก็เรื่องราว ที่ว่า ทำบุญ ถวายพระ ผ่านเครื่องหมายธรรม ทำให้เกิดแสงรัตนะ ส่วไปถึง . สมมุติว่า เอ้าตกนรก อะไรล่ะที่จะส่วถึง แล้วก็มีเรื่องราว พระมาลัย ที่ท่านลงไปโปรดสัตว์ ก็นำเรื่องราวนรกมาเล่าให้คนเป็นฟัง ท่านบอกว่า คนทร่เค้่ไปเซ่นไหว้ บรรพบุรุษ เค้าก็ได้เรื่องราวความกตัญญูรู้คุณ ระบึกได้ แต่ก็ไม่สามารถส่งบุญกุศลถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปได้
มีพระที่เรานับถือท่าน เป็นเสมือน ครูบาจารย์ เหมือนพ่อเราคนหนึ่ง ที่ท่านบอกเราว่า ข้างบนบอกว่า ฉันจะต้องกลับละน่ะ เราก็อาราธนาท่าน ทั้งสามหน หนที่สาม ท่านบอกว่าไม่ได้อยู่กับฉัน ขึ้นอยู่กับ .. องค์ ..ผู้ที่เป็นมัคนายกใหญ่ เราก็ไปขอ..ท่านบอกว่า เทพ.เค้าเตรียมงานไว้หมดแล้ว จากนั้นท่านก็ละสังขารจริง ท่านเป็นพระที่..พูดน้อย .แต่ค่อยๆ แนะนำ สินเราให้ฝึกหัด .เรากระลึกนึกถึงพระคุณท่านมาตลอด
เรื่องราวที่ว่า เมื่อร่างกาย แข็งแรง พระท่านเตือนเราเสมอว่า ให้หมั่น สร้างบุญ กราบพระ สวดมนต์ ปฏิบัติธรรมขึ้นมา กายจะได้มีบุญจิตก็มีธรรมเข้าไป ไปหล่อเลี้ยงจิต พอร่างกายเจ็บป่วยแก่ชรา ก็ทำไม่ได้ .ยิ่งปฏิบัติธรรม เพิ่งมาทำตอนแก่ เป็นไปไม่ได้ เพราะแบกกรรมมามากทั้งชีวิต ใช้อารมณ์ต่างๆมากมาย
..ยิ่งเป็น สว. หายากที่จะปฏิบัติธรรม มันใกล้จะจากโลก ก็ไปเที่ยวที่นี่นที่นี่ สนุกกว่ากันเยอะ ยิ่งเป็นคนดีของโลก .ปฏิบัติธรรมไม่ได้เลย ไม่มีเวลาให่้แก่จิตของตัวเอง .เพร่ะเคยชินกับอารมณ์นึกคิดมาทั้งชีวิต ไม่เคยว่างเว้นได้เลย
ระยะนี้ ก็มีเรื่องราว เค้าเก็บจิต กันทีละมากๆ เ็บด้วย สิ่งที่ว่า ดินฟ้าอากาศ ธาตดิน น้ำ ลม ไฟ ขยับเขยื้อน พลัดไหล แต่ละที่ ก็เก็บจิตไปเรื่อยๆ มนุษย์ก็น้อยลงไปๆ ยิ่งไปใกล้ ยุคพระศรี.ก็ยิ่งน้อย . เค้าเก็บจิตที่ไม่มีบุญกุศลคัดออกไป ไม่ให้มาอาศัยกายมนุษย์
โฆษณา