9 ก.ค. เวลา 12:16 • ท่องเที่ยว
เฉิงตู

เฉิงตู เมืองคูลๆ ที่ไม่ได้มีแค่แพนด้า

Chapter 93/2: Chengdu, The Cool City Beyond Pandas
จากภูเขาสี่ดรุณีในตอนที่แล้ว ตอนนี้จะพาเที่ยวในตัวเมืองเฉิงตูกันค่ะ มาดูกันว่าเมืองนี้จะเจ๋งเหมือนที่เค้าว่ากันมั้ย
เราได้รู้จักเฉิงตูว่าเป็นเมืองแห่งหมีแพนด้าได้ยังไงในตอนก่อนหน้าไปแล้วนะคะ ตอนนี้ก็อยากพาไปรู้จักความเป็นมาเพิ่มเติมของเมืองนี้กันอีกซักหน่อย จะได้เที่ยวแบบสนุกยิ่งขึ้น
เฉิงตูเป็นเมืองหลวงของมณฑลเสฉวน และเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี เคยเป็นเมืองหลวงของจ๊กก๊กในยุคของสามก๊ก และเป็นที่ตั้งของมรดกโลกทางวิศวกรรมชลประทาน "เขื่อนตูเจียงเอี้ยน" อีกด้วย
เฉิงตูเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในจีนที่ไม่เคยย้ายหรือเปลี่ยนชื่อเลยนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 311 ปีก่อนคริสตกาลในยุคจ้านกว๋อ (Warring States) ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมสู่ (Shu) ก่อนที่กษัตริย์แห่งรัฐฉินจะพิชิตดินแดนนี้และนำระบบการจัดการน้ำขั้นสูงมาพัฒนา
1
คำว่า "เฉิงตู" มีความหมายว่า ค่อยๆ กลายเป็นเมือง เนื่องจากย้อนไปเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อนในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ ได้มีการจัดการระบบชลประทานขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี หลังจากการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมประสบความสำเร็จชาวนาชาวไร่เพาะปลูกได้ดีและเริ่มมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คนจากเมืองอื่นๆ จึงเริ่มอพยพตามเข้ามาอยู่อาศัยในเมืองนี้มากขึ้นเรื่อยๆ เมืองก็เลยได้ชื่อว่าเฉิงตูนั่นเอง
1
ปัจจุบัน เฉิงตูถือเป็นหนึ่งในมหานครสำคัญของจีนตะวันตก เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการเดินทางของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เมืองนี้ยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งอนุรักษ์หมีแพนด้า และอาหารเสฉวนที่โด่งดังทั้งในเรื่องของรสชาติและความเผ็ดชาอีกด้วย
วันนี้เราจะเริ่มเที่ยวกันที่ "วัดต้าฉือ" กันก่อนเลยค่ะ
วัดต้าฉือ (Daci Temple)
วัดต้าฉือ (Daci Temple) เป็นวัดพุทธมหายานเก่าแก่อายุกว่า 1,600 ปี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเฉิงตูในย่านไท่กู่หลี่ (Taikoo Li)
ในสมัยราชวงศ์ถัง วัดต้าสือเป็นหนึ่งในวัดที่ใหญ่ที่สุดและมีผู้เคารพบูชามากที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน พระภิกษุที่มีชื่อเสียงอย่างพระถังซำจั๋งก็เคยได้มาศึกษาพระธรรมและได้อุปสมบทเป็นภิกษุอย่างเป็นทางการที่นี่
ด้านหน้าวัดตรงข้ามกับประตูทางเข้าจะมีกำแพงหินที่สลักตัวอักษรจีนสีทอง 3 ตัวอยู่
ตัวอักษรเหล่านี้มีความหมายที่เป็นมงคล ได้แก่
福 (ฝู) หมายถึง โชคลาภและพรในชีวิต
禄 (ลู่) หมายถึง ความสำเร็จในหน้าที่การงานธุรกิจและความมั่งคั่ง
寿 (โซ่ว) หมายถึง สุขภาพที่ดีและการมีอายุยืน
ผู้คนที่มาเยี่ยมชมวัดแห่งนี้มักจะมาสัมผัสตัวอักษรเหล่านี้เพื่อรับความเป็นสิริมงคลติดตัวกลับไปค่ะ
ด้านในวัดใหญ่โตกว้างขวาง แต่ให้ความรู้สึกสงบร่มรื่นมาก ภายในมีทั้งศาลาและวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูป รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพร เช่น
พระศากยมุนีพุทธเจ้า ผู้ก่อตั้งพุทธศาสนา สื่อถึงความเมตตาและปัญญา ผู้คนมักมาสวดมนต์เพื่อคลายกังวล หลีกเลี่ยงภัย และขอความสงบสุข
พระอมิตาภะพุทธเจ้า สัญลักษณ์แห่งแสงสว่าง อายุยืน และปัญญา ผู้คนมักมาขอพรให้มีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืน
พระไภษัชยคุรุ เป็นตัวแทนการรักษา สุขภาพ และปัญญา ผู้คนมักมาสวดขอพรให้หายจากโรคภัย และมีร่างกายที่แข็งแรง
พระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นสัญลักษณ์ของความเมตตาและกรุณา ผู้คนมักมาสวดมนต์เพื่อขอพรในเรื่องดีงามต่างๆ
พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ แทนปัญญา ผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าในการศึกษา การสอบ หรือหน้าที่การงาน 
พระสังกัจจายน์ แทนความอดทน ความเมตตา ความสุข และความหวัง ผู้คนมักมาสวดมนต์ขอพรให้จิตใจสงบและโชคดี
เรียกว่าเป็นวัดที่มาทีเดียว สามารถไหว้พระขอพรได้ครบทุกเรื่องเลย
ทุกคนเห็นประตูนี้มั้ย
ไท่กู่หลี่ (Taikoo Li)
นี่ไม่ใช่ส่วนนึงของวัดต้าฉือนะ แต่มันคือบริเวณที่เป็นย่านช็อปปิ้งหรูแบรนด์เนมทั้งหลายที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดเลย เรียกว่าทดสอบกิเลสกันได้ตั้งแต่ตรงนี้เลย ถ่ายมาให้ดูแค่ร้านเดียวเพราะต้องไปที่อื่นต่อ รอดจากการเสียเงินได้พอดี อิอิ
แนะนำค่ะ ย่านนี้ควรมาเดินเล่นถ่ายรูปเพราะเป็นย่านที่สวยมากๆ เค้าใช้สถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นมาผสมกับอาคารไม้โบราณแบบจีนได้อย่างลงตัวมากๆ
เดินออกมานิดเดียวจะเจอกับถนนคนเดินชุนซี (Chunxi Road) ที่จะมี…เรียกว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเฉิงตูได้มั้ยนะ
แพนด้าปีนตึก
ที่ตึก IFS (International Finance Square) ที่เป็นย่านการค้าและธุรกิจของเฉิงตู จะมีน้องแพนด้าตัวนึงกำลังปีนตึกเล่นอยู่ ถือว่าเป็น landmark ที่ใครมาเฉิงตูก็มักจะต้องมาถ่ายรูปกับน้องกัน แม๋…เห็นก้นละมันน่าจิ้มเหลือเกิน 👆🐼
ภายในเมืองเราจะเห็นดงจักรยานให้เช่าสีสันน่ารักแบบนี้มากมาย ดีมากๆ เลย ลดมลพิษแถมได้ออกกำลังกายด้วย แล้วพื้นถนนที่นี่โคดดดดี ขี่กันได้เพลินๆ ไม่ต้องกลัวตกหลุมตกร่องกันเลย
จากถนนคนเดินชุนซีลู่ เราไปต่อกันที่ "ถนนโบราณซอยกว้างซอยแคบ" กันค่ะ
ถนนโบราณซอยกว้างซอยแคบ (Kuanzhai Alley)
ถนนโบราณซอยกว้างซอยแคบ (Kuanzhai Alley) หรือถนนควานจ๋าย เป็นอีกหนึ่ง Highlight ของเฉิงตูที่ต้องมาเพราะเป็นถนนที่น่ารักมาก
ถนนหน้าทางเข้ามีร้านของขายเก๋ๆ เยอะเลย
ชื่อถนน "ซอยกว้างซอยแคบ" นี้มาจากลักษณะของถนนที่แปลตรงตัวจากภาษาจีนเลย คือคำว่า ควาน (宽) ที่แปลว่า "กว้าง" และ จ๋าย (窄) ที่แปลว่า "แคบ"
ถนนเส้นนี้ประกอบไปด้วยซอยหลัก 3 เส้นในย่านประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์ชิง ซอยกว้าง (Kuan Alley) จะเป็นตรอกที่กว้างที่สุด มีพื้นที่กว้างขวาง เป็นที่ตั้งของบ้านคฤหาสน์โบราณ และร้านอาหารหรูหรา
เป็นร้านกาแฟที่เท่ห์จัด
ส่วนซอยแคบ (Zhai Alley) เป็นตรอกที่มีขนาดแคบลงมา เป็นจุดเดินเล่นชิลๆ สไตล์ย้อนยุคที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ บาร์ และร้านขายของที่ระลึก
และซอยเบ็ดเตล็ด (Jing Alley) เป็นตรอกที่คั่นกลางระหว่างซอยกว้างและซอยแคบนั่นเอง
เราเดินกันมั่วตั้วมาก ไม่รู้หรอกว่าอันไหนคือซอยกว้างซอยแคบ รู้สึกว่ามันไม่แคบไปหมดเพราะคนเยอะมาก แต่ความสวยของร้านค้าสองข้างทาง รวมทั้งของกินทั้งหลายที่ตั้งเรียงรายทำให้เดินได้เพลินมากๆ…แนะนำที่นี่ค่ะ ควรมาเช่นกัน
กลับมาที่ "ชุนซีลู่" กันอีกครั้ง มีแหล่งช้อปปิ้งหลายที่ที่อยากแนะนำไม่ว่าจะเป็น High Wave Sports
High Wave Sports
เป็นตึกที่รวมแบรนด์กีฬาดังๆ ไว้ในที่เดียว และมีชั้น 7-8 เป็น Outlet ด้วย ถ้าซื้อสินค้าแบรนด์ต่างประเทศที่ไม่ใช่ของจีนสามารถทำ Tax Refund ได้ แต่ความลำบากคือถ้าจ่ายด้วยบัตรเครดิตต้องเดินไปจ่ายที่ชั้น 4 (หรือ 3 จำไม่ได้) เพราะร้านค้าจะรับแต่ Alipay เท่านั้น พอจ่ายเสร็จก็ต้องกลับมาที่ร้านมาเอาใบเสร็จไปทำ Tax Refund ต่อ จะมีความยุ่งยากนิดหน่อย 
ใกล้ๆ กับ High Wave Sports จะเป็นห้าง GOGO EGO
GOGO EGO
GOGO EGO เป็นศูนย์รวมแฟชั่นวัยรุ่นสุดฮิตแห่งใหม่ของเฉิงตูที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ด้านในตึกจะทำทางเดินเป็นทางลาดไล่ระดับขึ้นไปแทนบันได ดูเก๋ดี เต็มไปด้วยบรรดาร้านขายของที่จัด Display กันได้น่าเสียตังค์มาก
และสุดท้าย ก่อนจบวันเราแวะมาดูป้ายโฆษณา 3D ที่เค้าว่ากันว่าเจ๋งมาก และเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นเมืองทันสมัยของเฉิงตูได้เลย
ป้าย LED ขนาดยักษ์นี้ใช้เทคโนโลยีภาพลวงตาแบบ Anamorphic Illusion ทำให้ภาพบนจอดูมีมิติ เหมือนกำลังเด้งทะลุออกมาจากหน้าจอโดยไม่ต้องใส่แว่นตา 3 มิติ
แต่เอาจริงๆ นะ ตอนเราไปดู ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามือน้องแมวยื่นออกมาชัดขนาดนั้น อาจจะต้องยืนในมุมที่พอดีจริงๆ ถึงจะเห็นเอฟเฟกต์เต็มที่ แต่โดยรวมก็ถือว่าสวย แปลกตา และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเดินเล่น ถ่ายรูป และช้อปปิ้งในย่านนี้ได้เยอะมากเลยค่ะ
ก็จบไปแล้วกับ Blog เที่ยวเฉิงตู 2 ตอน ที่เราพาไปสัมผัสทั้งความสวยงามของธรรมชาติที่บอกเลยว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อย และกลับเข้ามาเดินเล่น ช้อปปิ้ง เที่ยวในตัวเมืองเฉิงตูต่อ
ส่วนตัวต้องบอกว่าเฉิงตูเป็นเมืองที่เดินสนุกมาก โดยเฉพาะโซนช้อปปิ้งที่สนุกกว่าตอนไปฉงชิ่งอีก อารมณ์คล้ายๆ กับการเดินช้อปปิ้งที่ฮ่องกงเลย มีทั้งความทันสมัย ร้านน่าเดิน และมุมเมืองที่มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง เป็นอีกเมืองที่รู้สึกว่าน่ากลับมาซ้ำจริงๆ ค่ะ
ขอบคุณที่มาเที่ยวไปด้วยกันใน Blog นี้นะคะ แล้วพบกันในตอนต่อไปว่าเราจะพาไปเที่ยวที่ไหน อย่าลืมติดตามกันนะคะ 😊
โฆษณา