เมื่อวาน เวลา 09:24 • ข่าว
กรุงเทพ Bangkok

เขย่าขวัญ 3 ล้านชีวิต! รัฐบาลเดินหน้า “รื้อโครงสร้างราชการ” ปฏิรูปจริง หรือแค่ทุบหม้อข้าวตัดงบประจำ?

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าที่สั่นสะเทือนไปทั้งทำเนียบรัฐบาลและทุกกระทรวง ทันทีที่ผู้บริหารระดับสูงขยับแผนปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ ภายใต้คำขวัญสวยหรู “รัฐขนาดเล็ก คล่องตัว โปร่งใส” แต่สำหรับคนในระบบราชการกว่า 3 ล้านชีวิต นี่อาจเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ
เกมนี้รัฐบาลไม่ได้มาเล่นๆ เพราะรอบนี้มี “ตัวเลขงบประมาณ” เป็นตัวประกัน หลังพบว่างบรายจ่ายประจำ โดยเฉพาะเงินเดือนและสวัสดิการข้าราชการ พุ่งสูงจนเบียดบังงบพัฒนาประเทศ การเดินหน้า “ศัลยกรรม” โครงสร้างราชการไทยจึงถูกผลักดันอย่างรวดเร็ว โดยมี 3 ไฮไลต์สำคัญที่กำลังเป็นงูเหลือมจ้องกลืนหางคนในระบบ
ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลเลือกใช้มาตรการ "เกษียณอายุก่อนกำหนด" หรือ Early Retire เป็นยาแรงในการลดขนาดกำลังคน โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มงานธุรการและเสมียนที่เทคโนโลยีสามารถทำแทนได้ ควบคู่ไปกับการเบรกแนวคิด “ขยายอายุเกษียณ 60 ปี” ชนิดพับแผนใส่ลิ้นชัก เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่และระบบ Agentic AI เข้ามาขับเคลื่อนงานแทน หวังรีดไขมันส่วนเกินที่อุ้ยอ้ายให้ผอมเพรียว
อีกหนึ่งแรงกระเพื่อมทางการเมืองคือเสียงสะท้อนจากฝ่ายการเมืองเองที่ออกมาชำแหละว่า โครงสร้างราชการไทยกำลังเกิดภาวะ “หัวโตตัวลีบ” มีตําแหน่งผู้บริหารและข้าราชการระดับสูงนั่งล้นสำนักงานในส่วนกลาง แต่ในพื้นที่ต่างจังหวัดที่เป็นหน้างานระบายทุกข์ให้ประชาชนกลับขาดแคลนกำลังพลอย่างหนัก การรื้อโครงสร้างรอบนี้จึงถูกจับตาว่าจะสามารถ “เกลี่ยคน” และกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นได้จริง หรือจะเป็นเพียงแค่เกมการย้ายเก้าอี้ดนตรีเพื่อจัดสรรอำนาจของฝ่ายการเมือง
นี่คือจุดที่เปราะบางและสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดแรงต้านมากที่สุด เพราะรัฐบาลกำลังศึกษาแนวทางเปลี่ยนระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ จากระบบ “เบิกจ่ายตรง” ในปัจจุบัน ไปสู่ “ระบบประกันสุขภาพ” โดยจะเริ่มนำร่องกับข้าราชการบรรจุใหม่ก่อน แม้ข้อดีคือทำให้รัฐสามารถควบคุมวงเงินงบประมาณในแต่ละปีได้ชัดเจน แต่ในมุมของคนทำงาน นี่คือการหั่นสวัสดิการที่เป็นแรงจูงใจเดียวในการดึงดูดคนเก่งให้อยู่ในระบบราชการ
การขยับตัวของรัฐบาลในครั้งนี้ มองมุมหนึ่งคือความเด็ดขาดที่กล้าแตะ “แดนสนธยา” ที่ไม่มีใครกล้าทุบมานาน แต่อีกมุมหนึ่ง หากรัฐบาลมุ่งเน้นเพียงแค่การ "ลดตัวเลขรายจ่าย" หรือ "ลดจำนวนคน" โดยไม่ยอมแตะต้องวัฒนธรรมการทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ระบบเส้นสาย และขั้นตอนกฎหมายที่ล้าสมัย
การรื้อโครงสร้างครั้งนี้ก็อาจเป็นได้เพียงแค่นิยายเล่มเก่าที่เปลี่ยนปกใหม่ สุดท้ายประชาชนก็ยังต้องแบกรับระบบราชการที่อุ้ยอ้ายเหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนคนคุมเกมเท่านั้น!
รายงานโดย : เออาร์ทีนิวส์
โฆษณา