วันนี้ เวลา 05:45 • สุขภาพ

Stroke ชนิดขาดเลือด vs เลือดออก ต่างกันอย่างไร? เปิดสัญญาณอันตราย

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) รักษาได้หากถึงโรงพยาบาลเร็ว รู้จักอาการเตือนหลัก FAST แยกชนิดหลอดเลือดตีบ-เลือดออก พร้อมเช็กปัจจัยเสี่ยงและวิธีป้องกันก่อนสายเกินไป
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) คือหนึ่งในโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมาก และยังเป็นสาเหตุหลักของความพิการถาวร หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ในแต่ละปีทั่วโลกมีผู้ป่วยใหม่ประมาณ 10–15 ล้านคน โดย 5 ล้านคนเสียชีวิต และอีก 5 ล้านคนพิการถาวร สิ่งสำคัญที่สุดคือการ รู้ทันอาการ สังเกตปัจจัยเสี่ยง และเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็ว เพราะ “ทุกนาทีมีค่า” สมองสูญเสียเซลล์กว่า 1.9 ล้านเซลล์ต่อนาที เมื่อเกิด Stroke
โรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากการที่เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ ส่งผลให้เซลล์สมองตายและทำงานผิดปกติ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
  • Stroke ชนิดขาดเลือด (Ischemic Stroke) เกิดจากลิ่มเลือดหรือไขมันอุดตันในหลอดเลือด คิดเป็น 80% ของผู้ป่วยทั้งหมด
  • Stroke ชนิดเลือดออก (Hemorrhagic Stroke)เกิดจากหลอดเลือดในสมองแตกหรือรั่ว ทำให้เลือดออกไปกดเบียดเนื้อสมอง มักพบในผู้ที่มี ความดันโลหิตสูง
เปรียบเทียบ Stroke ชนิดขาดเลือด vs เลือดออก
Stroke ชนิดขาดเลือด (Ischemic Stroke)
เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ เพราะหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน เลือดออกในสมองเพราะหลอดเลือดแตกหรือรั่ว พบมากที่สุด ประมาณ 80% ของผู้ป่วย Stroke หากรักษาเร็ว โอกาสฟื้นตัวสูง
สาเหตุหลัก
  • ลิ่มเลือดอุดตัน
  • ไขมันสะสมในหลอดเลือด
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
อาการ Stroke ชนิดขาดเลือด
  • แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก
  • พูดไม่ชัด
  • มุมปากตก
การรักษาเบื้องต้น
  • ยาละลายลิ่มเลือด (tPA) ภายใน 4.5 ชม.
  • การดึงลิ่มเลือดออก
Stroke ชนิดเลือดออก (Hemorrhagic Stroke)
เกิดจากเลือดออกในสมองเพราะหลอดเลือดแตกหรือรั่ว พบประมาณ 20% ของผู้ป่วย Stroke อาการมักรุนแรงกว่า และเสี่ยงเสียชีวิตสูงกว่า
สาเหตุหลัก
  • ความดันโลหิตสูงควบคุมไม่ได้
  • หลอดเลือดโป่งพองแตก
  • ความผิดปกติของหลอดเลือด
  • การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดเกินขนาด
อาการ Stroke ชนิดเลือดออก
  • ปวดศีรษะรุนแรงทันที
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • หมดสติ
การรักษาเบื้องต้น
  • ควบคุมความดันโลหิต
  • ผ่าตัดระบายเลือด
อาการเตือนสำคัญ หลัก FAST
  • F (Face) ใบหน้าเบี้ยว ปากตก
  • A (Arm) แขนหรือขาอ่อนแรง
  • S (Speech) พูดไม่ชัด ฟังไม่เข้าใจ
  • T (Time) ต้องรีบโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที
Golden Hour หากรักษาใน 1 ชั่วโมงแรก มีโอกาสฟื้นตัวดีที่สุด และต้องถึงโรงพยาบาลภายใน 4.5 ชั่วโมงแรกสมาคมโรคหลอดเลือดสมองไทย
อาการอื่นๆ ที่ควรระวัง
  • ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน
  • เวียนศีรษะ เดินเซ หรือหมดสติ
  • มองเห็นภาพซ้อน หรือมองไม่ชัด
  • คลื่นไส้ อาเจียน
ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้
  • อายุ (เสี่ยงสูงขึ้นเมื่ออายุมากกว่า 55 ปี)
  • เพศ (ผู้ชายเสี่ยงมากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย)
  • ประวัติครอบครัว
ปัจจัยที่ควบคุมได้
  • ความดันโลหิตสูง
  • เบาหวาน
  • ไขมันในเลือดสูง
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
  • โรคอ้วน ขาดการออกกำลังกาย
  • ความเครียดเรื้อรัง
  • การใช้ยาคุมกำเนิดในผู้หญิงที่สูบบุหรี่
วิธีป้องกัน Stroke
  • ควบคุมความดัน น้ำตาล และไขมันในเลือด
  • เลิกสูบบุหรี่ และลดแอลกอฮอล์
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์
  • กินอาหารเพื่อสุขภาพ เน้นผัก ผลไม้ ปลา ธัญพืช
  • ลดเกลือไม่เกิน 6 กรัม/วัน
  • ตรวจสุขภาพประจำปี และทำ โปรแกรมตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดสมอง
การฟื้นฟูหลังป่วย Stroke
  • กายภาพบำบัด: ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว
  • กิจกรรมบำบัด: ฝึกทำกิจวัตรประจำวัน
  • การฝึกพูด: ฟื้นฟูการสื่อสาร
  • จิตบำบัด: ดูแลสุขภาพจิต ลดโอกาสซึมเศร้า
FAQ คำถามที่พบบ่อย
โรค Stroke รักษาหายขาดหรือไม่?
ไม่สามารถหายขาด 100% แต่หากรักษาทันเวลาและฟื้นฟูต่อเนื่อง ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติได้
ผู้ที่เคยเป็น Stroke แล้ว มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่?
มีโอกาสสูง หากไม่ควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดัน เบาหวาน หรือการสูบบุหรี่
ใครควรตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดสมอง?
ผู้ที่อายุเกิน 40 ปี หรือมีประวัติครอบครัว Stroke ควรตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อประเมินความเสี่ยง
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/health/care/7941
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา