Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
uma ?
•
ติดตาม
9 ก.ค. เวลา 10:19 • สุขภาพ
ธาลัสซีเมีย: โรคทางพันธุกรรมที่ควรรู้เท่าทัน
ธาลัสซีเมีย (Thalassemia) เป็นโรคโลหิตจางทางพันธุกรรมที่พบได้บ่อยในประเทศไทย และหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โรคนี้เกิดจากความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญในเม็ดเลือดแดง ที่ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อการสร้างฮีโมโกลบินผิดปกติ เม็ดเลือดแดงจะมีอายุสั้น แตกง่าย และทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะโลหิตจาง อ่อนเพลีย ซีด เหนื่อยง่าย และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนในระบบต่างๆ ของร่างกาย
ธาลัสซีเมีย เป็นโรคที่เกิดจากการกลายพันธุ์ หรือความผิดปกติของยีนที่ควบคุมการสร้างสายโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบิน การกลายพันธุ์นี้ทำให้ร่างกายสร้างฮีโมโกลบินได้น้อยลง หรือสร้างได้ผิดปกติ ส่งผลให้เม็ดเลือดแดงมีความเปราะบางและถูกทำลายได้ง่าย
โรคธาลัสซีเมียแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ อัลฟาธาลัสซีเมีย (Alpha-thalassemia) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีนที่ควบคุมการสร้างสายอัลฟาโกลบิน และเบต้าธาลัสซีเมีย (Beta-thalassemia) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีนที่ควบคุมการสร้างสายเบต้าโกลบิน ความผิดปกติเหล่านี้สามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกได้ หากทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะ บุตรอาจมีโอกาสได้รับยีนผิดปกติจากทั้งสองฝ่าย และป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง
ความรุนแรงของโรคธาลัสซีเมีย แตกต่างกันไปตามชนิด และระดับความผิดปกติของยีน ผู้ที่เป็นพาหะมักไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยและสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่เป็นธาลัสซีเมียชนิดปานกลางถึงรุนแรงอาจมีภาวะโลหิตจางเรื้อรัง ต้องได้รับเลือดเป็นระยะ และมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะเหล็กเกิน การทำงานผิดปกติของตับ ม้าม และหัวใจ
ในกรณีที่รุนแรงมาก เช่น Hb Bart’s hydrops fetalis ซึ่งเป็นอัลฟาธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง ทารกอาจเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือไม่นานหลังคลอด สำหรับผู้ป่วยธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงที่ได้รับการรักษา และติดตามดูแลอย่างเหมาะสม อัตราการเสียชีวิตในปัจจุบันลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับในอดีต เนื่องจากมีการพัฒนาการรักษา และการจัดการภาวะแทรกซ้อนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
แนวทางการรักษาธาลัสซีเมีย ในปัจจุบันมุ่งเน้นการลดอาการโลหิตจาง ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การรักษาหลักที่ใช้ ได้แก่ การให้เลือดเป็นประจำเพื่อเพิ่มระดับฮีโมโกลบิน และช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจางรุนแรง การให้ยาขับธาตุเหล็ก เพื่อลดการสะสมของเหล็กในอวัยวะต่างๆ เนื่องจากการได้รับเลือดบ่อยครั้งอาจทำให้เกิดภาวะเหล็กเกิน
การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดหรือไขกระดูก ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีผู้บริจาคที่เข้ากันได้ และยีนบำบัดรวมถึงเทคโนโลยีทางพันธุกรรม ซึ่งเป็นแนวทางการรักษาที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งแก้ไข หรือชดเชยความผิดปกติของยีนที่เป็นสาเหตุของโรค
เนื่องจากธาลัสซีเมียเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีน การตรวจโรคพันธุกรรมจึงมีบทบาทสำคัญในการป้องกัน และวางแผนครอบครัว โดยเฉพาะในคู่สมรสที่ต้องการทราบความเสี่ยงในการมีบุตรเป็นโรคธาลัสซีเมีย การตรวจดังกล่าวสามารถช่วยระบุการเป็นพาหะ ประเมินความเสี่ยงในการถ่ายทอดโรคสู่บุตร และสนับสนุนการให้คำปรึกษาทางพันธุกรรม
มีหน่วยงานที่ให้บริการด้านการตรวจโรคพันธุกรรม ซึ่งสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความเสี่ยงของโรคทางพันธุกรรม รวมถึงธาลัสซีเมีย การตรวจดังกล่าวช่วยให้ผู้รับบริการได้รับข้อมูลเกี่ยวกับภาวะพาหะ และความเสี่ยงในการถ่ายทอดโรค ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนครอบครัวและการดูแลสุขภาพในอนาคต
สุขภาพ
ร่างกาย
โรค
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย