10 ก.ค. เวลา 06:44 • การศึกษา

คุณหญิงผะอบ โปษะกฤษณะ (พ.ศ 2445 - 2536)) : ครูผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวัฒนธรรมไทย

คุณหญิงผะอบ โปษะกฤษณะ (สกุลเดิม วิโรจน์เพ็ชร์) เกิดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ 2455 ย่านถนนวรจักร อำเภอป้อมปราบศัตรูพ่าย จังหวัดพระนคร เป็นบุตรคนโตของพลตรีพระรณรัฐวิภาคกิจ(อุ่ณห์ วิโรจน์เพ็ชร์) และ คุณหญิงผัน รณรัฐวิภาคกิจ
คุณหญิงผะอบมีคุณตาเป็นครูคนแรก ที่สอนการเขียน การอ่าน และการท่องสูตรคูณ หนังสือเรียนเล่มแรกที่เรียนคือ "มูลบทบรรพกิจ" แล้วเข้าเรียนระดับประถมที่โรงเรียนเสาวภา เรียนต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนเบญจมราชาลัย เมื่อจบชั้นมัธยมปีที่ 6 ก็สามารถสมัครสอบได้ประกาศนียบัตรวิชาครูประถม (ป.) แล้วเรียนต่อที่โรงเรียนเดิมจนสำเร็จชั้นมัธยมปีที่ 8 ก็สอบเข้าศึกษาต่อที่คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รับทุนของมหาวิทยาลัย
ขณะนั้นคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ยังไม่มีการสอนระดับปริญญา จึงต้องไปเรียนแผนกฝึกหัดครูมัธยม ที่ตึกอักษรศาสตร์อีก 1 ปี สามารถสอบได้ประกาศนียบัตรครูมัธยม(ป.ม.) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เมื่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดสอนระดับปริญญาตรี ในคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ คุณหญิงผะอบก็เข้าเรียนต่อ ได้รับปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต(อ.บ.) วิชาเอกภาษาไทย และประวัติศาสตร์ ในพ.ศ 2478 นับเป็นอักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นแรกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมา พ.ศ 2497 เมื่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งคณะครุศาสตร์ ก็เข้าศึกษาต่อที่คณะนี้ ได้รับปริญญาครุศาสตรบัณฑิต(ค.บ.) เกียรตินิยมอันดับ 2
คุณหญิงผะอบเริ่มเข้ารับราชการครูครั้งแรกที่โรงเรียนเบญจมะราชาลัย เมื่อ พ.ศ.2474 แล้วย้ายมาสอนที่โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ พ.ศ 2498 โอนไปรับราชการตำแหน่งอาจารย์ประจำกองการศึกษา ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า สอนวิชาภาษาอังกฤษ ได้ยศร้อยเอกหญิง นับเป็นนายทหารหญิงรุ่นแรกของกองทัพบก ต่อมาได้เลื่อนเป็นอัตราพันโทใน พ.ศ 2504
พ.ศ 2505 โอนไปเป็นอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากสอนในคณะศิลปศาสตร์ตามปกติแล้ว ยังได้ปฏิบัติงานอื่นอีกหลายอย่าง เช่น เป็นประธานกรรมการร่างหลักสูตรวิชาภาษาไทย เพื่อเปิดสอนวิชาภาษาไทย และเป็นหัวหน้าแผนกวิชาภาษาไทย จนเกษียณอายุราชการ ในพ.ศ 2515
คุณหญิงผะอบมีผลงานทางวิชาการ ที่ตีพิมพ์เผยแพร่แล้วหลายประเภท เช่น
1. ตำราและเอกสารประกอบคำบรรยาย ได้แก่ หลักภาษาไทย ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ รวม 9 เล่ม, ลักษณะสำคัญของภาษาไทย, การเขียนภาษาความเรียง, เอกสารประกอบคำบรรยายวิชามนุษย์และวรรณกรรมเอก เรื่อง "บุคคลในสามก๊ก", ราชาศัพท์สำหรับนักเรียนนักศึกษา, มารยาทไทยสำหรับนักเรียนนักศึกษา เป็นต้น
2. บทความทางวิชาการ เกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมไทย ตีพิมพ์อย่างต่อเนื่อง
3. งานวิจัย ได้แก่ วรรณกรรมประกอบการเล่นหนังใหญ่, การเล่นลิเก, การเล่นละครชาตรี, การเล่นหนังตะลุงภาคกลาง, บทกล่อมเด็กและบทร้องเล่นของเด็กภาคกลาง, และการละเล่นของเด็กภาคต่างๆ
4. บทโทรทัศน์และวิทยุ เผยแพร่วัฒนธรรมไทย ประมาณ 50 เรื่อง
5. สารนิพนธ์นำเสนอในต่างประเทศ
6. งานเขียนด้านวิเคราะห์เหตุการณ์ในประเทศและต่างประเทศ ที่เป็นหนังสือเล่มได้แก่ สาวชาวกรุง และจดหมายจากเมืองจีน
7. งานจัดทำภาพยนตร์เผยแพร่ ได้แก่ หนังใหญ่รามเกียรติ์, การเล่นของเด็กภาคต่างๆ, บ้านไทย, สงกรานต์, รับขวัญแม่โพสพ, ลิเกแขก(ภาคใต้), หนังตะลุง, รำแม่บทมโนราห์, ศิลปะปูนปั้นเพชรบุรี เป็นต้น
คุณหญิงผะอบได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์พิเศษจากมหาวิทยาลัยศิลปากร และได้รับปริญญาศึกษาศาสตร ศิลปศาสตร และอักษรศาสตร ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามลำดับ
นอกจากนั้นยังได้รับรางวัลเกียรติยศอื่นๆได้แก่รางวัลชมเชย จากสภาวิชัยแห่งชาติ สาขาปรัชญา, รางวัลเมขลา จากสมาคมสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย, รางวัลสังข์เงิน จากสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย, เป็นบุคคลดีเด่นสาขาการพัฒนาสังคม ของคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ, และได้รับรางวัลพระเกี้ยวทองคำจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คุณหญิงผะอบสมรสกับนายเกษม โปษะกฤษณะ มีบุตร 4 คนคือ นางมัทนา เกตุนุติ, นางจันทนาโปษะะกฤษณะ ซองเกอร์, นางสาวอิศรา และนายอานนท์ โปษะกฤษณะ
แม้เกษียณอายุราชการแล้ว คุณหญิงผะอบก็ยังคงทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสถาบันการศึกษาต่างๆอีกเป็นจำนวนมาก เช่น สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ, ราชบัณฑิตยสถาน, ทบวงมหาวิทยาลัย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต, มหาวิทยาลัยหอการค้า, มหาวิทยาลัยสยาม และสมาคมภาษาและหนังสือ โดยมีผลงานปรากฏเป็นอันมาก
คุณหญิงผะอบเป็นผู้รักอาชีพครู มีความสุขในการสอน การให้ความรู้แก่นักศึกษาและอนุชนอยู่เสมอ ท่านเคยกล่าวไว้ว่า "งานสอนเป็นงานที่รักมาก เพราะได้อยู่กับนักศึกษาในวัยสดชื่น ทำให้จิตใจชุ่มชื่นไปด้วย และได้ทำให้เขาเป็นคนดีของชาติ จึงพอใจในการเป็นครู ... และเราเป็นคนไทย ไฉนจึงไม่พยายามศึกษาให้เข้าใจภาษาไทยให้ดี ยิ่งศึกษาก็ยิ่งรักภาษาไทย เห็นความเป็นอัจฉริยะของภาษาไทยมากขึ้น ตลอดจนเห็นความสัมพันธ์ของภาษาไทยกับวัฒนธรรมและกฎหมายด้วย"
แม้เมื่ออายุมากขึ้นแล้ว คุณหญิงผะอบก็ยังมีความจำดี สายตาดี เสียงแจ่มใส และจิตใจมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อสังคม พ.ศ. 2535 คุณหญิงผะอบ ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ต่อมน้ำเหลือง และถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ 2536 สิริอายุได้ 80 ปี 11 เดือน 23 วัน
ธเนศ ขำเกิด สรุป เรียบเรียง
cr. ภาพและข้อมูลจากหนังสือประวัติครูของคุรุสภา พ.ศ 2439
โฆษณา