Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Think Trade Think DITP
•
ติดตาม
10 ก.ค. เวลา 11:00 • ธุรกิจ
อินโดนีเซียปรับกฎระเบียบการนำเข้าเพื่อลดความล่าช้าของสินค้าและเพิ่มการปฏิบัติตามกฎหมาย
รัฐบาลอินโดนีเซียได้ทำการปรับปรุงนโยบายการนำเข้าสินค้า ผ่านระเบียบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (Permendag) ฉบับที่ 18 ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่อปรับปรุงแก้ไขขั้นตอนเกี่ยวกับมาตรกรการรายงานของผู้ตรวจสอบ การตรวจสอบความถูกต้องของใบอนุญาตนำเข้า หน้าที่ในการรายงานผล ตลอดจนการแก้ไขปัญหาคอขวดและอุปสรรคในการกระจายสินค้านำเข้า
นายอันดรี กิลัง นูกราฮา (Andri Gilang Nugraha) ผู้อำนวยการฝ่ายการนำเข้า ได้แถลงชี้แจงระหว่างการถ่ายทอดสดโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศว่า: “การแก้ไขกฎระเบียบในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบริการด้านการนำเข้า สร้างความชัดเจนทางกฎหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้นให้แก่ผู้ประกอบการ และเสริมสร้างการกำกับดูแลของภาครัฐให้มีความเข้มงวดมากขึ้น”
สรุปความเปลี่ยนแปลงสำคัญ 4 ประการ: 1. การอนุญาตให้ออกรายงานตรวจสอบสินค้า (LS) ได้ แม้ใบอนุญาตนำเข้า (PI) จะหมดอายุไปแล้ว 2. การกำหนดให้มีการตรวจสอบความถูกต้อง (Validation) ระหว่างหมายเลขใบอนุญาตนำเข้าในใบขนสินค้าขาเข้า (PIB) และรายงานตรวจสอบสินค้า 3. การปรับบทลงโทษสำหรับผู้นำเข้าที่ละเลยการส่งรายงานผลการนำเข้าจริง 4. การเพิ่มมาตรการทางกฎหมายเพื่อคลี่คลายอุปสรรคที่ขัดขวางการไหลเวียนของสินค้านำเข้า
“ข้อบัญญัติ 3 ประการแรกจะมีผลบังคับใช้ 30 วันหลังจากระเบียบนี้ประกาศใช้ ซึ่งจะตรงกับวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ส่วนข้อบัญญัติประการที่ 4 มีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ประกาศกฎระเบียบ คือวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569” นายอันดรี กล่าว
●
การออกรายงานตรวจสอบสินค้า (LS) หลังใบอนุญาตนำเข้าหมดอายุ
รัฐบาลระบุว่าการแก้ไขเนื้อหาในมาตรา 29 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจและลดความเสี่ยงให้แก่ผู้นำเข้าในกระบวนการเคลียร์สินค้า ในอดีต ผู้นำเข้าบางรายต้องเผชิญปัญหาสินค้าติดค้างเนื่องจากใบอนุญาตนำเข้า (PI) หมดอายุก่อนที่เอกสารทางธุรการทั้งหมดจะเสร็จสิ้น ทั้งที่การตรวจสอบสภาพสินค้าเสร็จสมบูรณ์และสินค้าได้ขนส่งมายังอินโดนีเซียแล้ว ภายใต้กฎระเบียบฉบับใหม่
เอกสารการรายงานตรวจสอบสินค้า (LS) จะยังคงสามารถออกให้ได้แม้ใบอนุญาตนำเข้าจะหมดอายุไปแล้ว ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า กระบวนการตรวจสอบหรือยืนยันความถูกต้องต้องเสร็จสิ้นก่อนที่ใบอนุญาตดังกล่าวจะหมดอายุ และสินค้าจะต้องเดินทางมาถึงท่าเรือปลายทางเป็นที่เรียบร้อย
●
การตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลเอกสารนำเข้า
การแก้ไขมาตรา 31 ได้นำกลไกการตรวจสอบความถูกต้องรูปแบบใหม่มาใช้สำหรับใบอนุญาตนำเข้า (PI) และรายงานตรวจสอบสินค้า (LS) เพื่อเพิ่มความสอดคล้องทางข้อมูลในระบบดิจิทัลของรัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตรวจพบความไม่ตรงกันระหว่างหมายเลขใบอนุญาตนำเข้าที่ระบุในรายงานตรวจสอบสินค้ากับหมายเลขที่ใช้ในใบขนสินค้าขาเข้าของศุลกากร ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในขั้นตอนการตรวจสอบ
โดยเกณฑ์ใหม่ได้กำหนดให้ข้อมูลเอกสารทั้งสองฉบับต้องตรงกันและสามารถที่จะสืบค้นเชื่อมโยงกันได้ในทุกระบบ มีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
●
การยกระดับบทลงโทษการไม่รายงานข้อมูลนำเข้า
มาตรา 69 และ 70 ได้เพิ่มความเข้มงวดในบทลงโทษสำหรับผู้นำเข้าที่ไม่ส่งรายงานผลการนำเข้าจริง ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่ภาครัฐใช้ในการติดตามสินค้าและประเมินนโยบายทางการค้า หากผู้นำเข้าไม่ส่งรายงานภายใน 30 วัน หลังจากได้รับการแจ้งเตือนทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องเผชิญกับมาตรการลงโทษ การกีดกันการนำเข้า
รวมถึงการระงับใบอนุญาตนำเข้า (PI) ในหมวดหมู่สินค้าประเภทเดียวกันทันที การปรับใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น ทางกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า เพื่อให้ผู้นำเข้าได้มีการปฏิบัติตามกฎหมายและให้รัฐมีข้อมูลที่แม่นยำในการกำหนดนโยบายและมาตรการ
●
การแก้ปัญหาคอขวดและอุปสรรคในการขนส่งสินค้า
มาตรา 91A ได้ขยายขอบเขตอำนาจของรัฐบาลในการเข้าแทรกแซง เมื่อเกิดปัญหาติดขัดในการกระจายสินค้านำเข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติ ความเป็นอยู่ของประชาชน โครงการของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญเฉพาะ หรือคำสั่งโดยตรงจากประธานาธิบดี
รัฐบาลสามารถประกาศข้อยกเว้นหรือบังคับใช้มาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน โดยการตัดสินใจจะต้องผ่านการประชุมร่วมกัน โดยมีกระทรวงประสานงานฝ่ายเศรษฐกิจ กระทรวงประสานงานฝ่ายอาหาร หรือคณะทำงานเฉพาะกิจ ที่จัดตั้งขึ้นโดยประธานาธิบดี เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อห่วงโซ่อุปทาน ความต้องการของชาติ ในขณะเดียวกัน ก็สามารถที่จะแก้ปัญหาและบริหารปริมาณของสินค้าภายในตลาดได้อย่างครบด้าน
ความเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
รัฐบาลอินโดนีเซียได้ออกระเบียบกระทรวงพาณิชย์ (Permendag) ฉบับที่ 18 ปี 2569 เพื่อปรับปรุงกระบวนการกำกับดูแลการนำเข้าสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดปัญหาความล่าช้าในการเคลียร์สินค้า และเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลผู้นำเข้า โดยมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 4 ประการ ได้แก่
(1) อนุญาตให้ออกรายงานตรวจสอบสินค้า (LS) ได้แม้ใบอนุญาตนำเข้า (PI) จะหมดอายุแล้ว หากการตรวจสอบเสร็จสิ้นก่อนวันหมดอายุและสินค้าถึงอินโดนีเซียแล้ว เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าตกค้างที่ท่าเรือ
(2) กำหนดให้มีการตรวจสอบความสอดคล้องของหมายเลขใบอนุญาตนำเข้าในรายงานตรวจสอบสินค้า (LS) และใบขนสินค้าขาเข้า (PIB) เพื่อเพิ่มความถูกต้องของข้อมูลในระบบดิจิทัลภาครัฐ
(3) เพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้นำเข้าที่ไม่รายงานผลการนำเข้าจริง โดยอาจถูกระงับสิทธิ์หรือใบอนุญาตนำเข้าสินค้าประเภทเดียวกัน หากไม่ดำเนินการภายในกำหนดหลังได้รับการแจ้งเตือน
(4) เพิ่มอำนาจให้รัฐบาลสามารถใช้มาตรการพิเศษหรือข้อยกเว้นเพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดและอุปสรรคในการกระจายสินค้านำเข้าในกรณีที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือโครงการสำคัญของรัฐบาล โดยมาตรการข้อ 1-3 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2569
ส่วนมาตรการข้อ 4 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2569 การแก้ไขกฎระเบียบครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลอินโดนีเซียในการสร้างสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลการนำเข้า โดยเฉพาะการอนุญาตให้ออกรายงานตรวจสอบสินค้า (LS) ภายหลังใบอนุญาตนำเข้าหมดอายุ จะช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุนและความล่าช้าของภาคธุรกิจ
ขณะที่มาตรการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและการเพิ่มบทลงโทษกรณีไม่รายงานผลการนำเข้าจริง จะช่วยยกระดับความโปร่งใสและคุณภาพของฐานข้อมูลการค้าของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกสินค้ามายังอินโดนีเซียควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเอกสารนำเข้าและการรายงานข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วนมากยิ่งขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากมาตรการลงโทษที่เข้มงวดขึ้น ในภาพรวม ระเบียบฉบับใหม่จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการนำเข้าสินค้าและเสริมเสถียรภาพ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)
กระทรวงพาณิชย์
www.ditp.go.th
หรือสายด่วน 1169
ข่าวรอบโลก
เศรษฐกิจ
ธุรกิจ
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย