12 ก.ค. เวลา 13:42 • ไลฟ์สไตล์
เรื่องราว ครั้งหนึ่ง เราไปเจอพระ ท่านบอกว่า โยมมาที่นี่ ไม่ต้องศึกษาอะไรมาก เอาแค่นี้พอ ศึกษากาย อารมณ์ จิต .พอเราได้ยิน สามคำนี้ มันเหมือนตัวเราเบาลอยเลย เราก็ได้ค่อยๆ มาเรียนรู้ คำว่า จิต นั้นเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร จิต.นั้นก็คือตัวตนของเราเอง ที่ว่า มาอาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์ชั่วขณะหนึ่ง แล้วที่ว่าจิตอาศัยอยู่ในกาย ก็ต้องรับทุกข์ ของกายของอารมณ์ต่างๆ . ที่เกิดขึ้น เป็นอารมณ์กรรมตัวกระทำ
.เช่น เป็นอันธพาล เป็นนางมาร้าย เป็น..สารพัดที่เป็นไปตามอาการ ของอารมณ์กรรม .ตัรกระทำที่เกิด ..จิตก็ใช้กายไปเดินไป แสดงท่าทางตามอารมณ์กรรม .โดยไม่รู้ตัว ไม่มีสติสังขาร รู้จักสิ่งที่ปรุงแต่งกาย ไม่สามารถที่แยกแยะ เรียนรู้ .สิ่งที่เรียกว่า อารมณ์นี้ได้ .มีเรื่องราวความยึดถือ เอาอารมณ์ที่ปรุงแต่งนึกคิด นั้นเป็นจิต มีความสับสนวุ่นวาย เอาจิตเป็นอารมณ์ เอาอารมณ์เป็นจิต
เรื่องราวการเรียนรู้จัก เรื่องราวสมาธิ .ที่ต้องอาศัยกายมาทำ มีพระท่านมาบอกว่า ให้ฝึกหัด ทำกายให้นิ่ง จิตให้นิ่ง ตรงนั้น จะเกิดปัญญาธรรม เกิดมีแสงสว่าง เรื่องราวการกราบพระ ท่านก็สินวิธีกราบพระ เอาจิตมากราบพระ พูดให้หูตัวเองฟัง เสียงตัวเอง บอกตัวเอง ให้หูได้ยิน เพื่อให้วิญญาณหูส่งไปให้จิต จิตส่งต่อลงไป บันทึกที่ธาตุทั้งสี่
นั้นก็ค่อยได้เรียนรู้จักขึ้น แล้วก็ยังมีเรื่องราวต่างๆ เช่น เรื่องราวที่ว่า สมอง นั้นทำงานไปตามอารมณ์ นึกคิดที่ไหลออกมา จากธาตุทั้งสี่ ซึ่งพระ ท่านก็แนะนำวิธี ให้ศึกษา ไปเรียนรู้ว่า จริงมั้ย
เรื่องราวของการที่ทำความเข้าใจตัวเอง จิตตัวเอง ก็เรื่องราว อยู่ในคำว่า หมั่นสร้างบุญกุศล ปฏิบัติธรรม อาศัยรอยทั้งสี่ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วการที่ได้เจอะเจอ พระที่ท่านสามารถทำได้ ตามรอยคำสอนพระพุทธเจ้า ที่เรียกว่า พระอเสขะ นั้น ก็ช่วยให้ข้อคิด ให้เหตุผล ให้เราได้ยินได้ฟัง บันทึกลงไปที่ธาตุทั้งสี่ของเราก่อน พอเราเจอเหตุ
.เมื่อปฏิบัติ . สิ่งที่เราบันทึก ก็ค่อยไหลออกมา ให้เราได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง .แต่นั้น ต้องอาศัยแสงรัตนะมาช่วยเหลือจิต เราถึงจะสามารถเรื่องราว เข้าไปได้ อีกทั้ง ยังมีเรื่องราว คำว่า กรรม นั้น ที่ไหลออกมาจากธาตุทั้งสี่ เป็นสีดำสีม่วง สีที่มี ให้อารมณ์ความรู้สึกเป็นทุกข์ หากจิตนั้นไม่เข้มแข็ง ขันติอดทน ก็ไม่สามารถเรียนรู้ ผ่านตัวทุกข์ได้ . ท่านก็มักเตือนบอกให้สร้างจิต ให้มีขันติเป็นบารมี ที่เมื่อฟังตอนแรกก็ไม่เข้าใจ ก็มีเรื่องราว
ของพระกัสสปะ ท่านมาบรรยายธรรม ในเรื่องราวการปฏิบัติของท่านพอสังเขป ระหว่างที่ท่านบรรยาย ร่างกายก็เจ็บปวดทุกข์ .เหมือนให้รับรู้ว่า ความทุกข์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร นั่นเป็นเพียง ให้จิตเราสัมผัสทุกข์เล็กๆน้อยๆ ไม่ทุกข์ที่ยิ่งใหญ่ เหมือนที่ท่านกำลังผจญ คลานจงกรม มือแขนขา มีแต่เลือด
เรื่องราวที่เราทำความเข้าใจ ก็เรื่องราว ว่าทำไม ถึงเวียนว่ายตายเกิด เกิดที่ไหน เป็นทุกข์หรือสุข เกิดแต่ละชาติ เป็นสุขมั้ย หาสุขได้มั้ย จนมาว่า เกิดแต่ละครั้ง มีแต่ทุกข์ .ทำอย่างไร จะยุติการเกิด . เราก็เรียนรู้ แล้วก็สร้างหนทางเดิน ให้จิตเราพ้นทุกข์ เพราะค่อยๆ มองเห็นว่า เกิดแต่ละครั้งมันมีแต่ทุกข์ ทำอย่าวไรจะยุติการเกิดได้
แม้ครูบาอาจารย์ ท่านก็เล่าเรื่องราว ของพระอรหันตให้ฟัง ว่า เรื่องราวแสงรัตนะนั้นเป็นอย่างไร มันมีรายละเอียดมากมาย พระท่านเคยบอกว่า เรื่องราวของแสงสี แสงสีแต่ละแสงแต่ละสี ก็ต้ิงไปเรียนรู้ อีก เราก็ว่าท่านรู้จักมากแล้ว ท่านก็ยังต้องไปเรียนต่อในชั้นดาวดึงส์ ลงมาอีกที ก็ชาติเดียว ก็ยุติการเกิดได้
เรื่องราวของท้าวสักกะเทวราช ที่ท่านเป็นใหญ่ ในชั้นดาวดึงส์ พระที่เรานับถือ ท่านก็เล่าเรื่องราว ท้าวสักกะให้เราฟัง ต่อมา เราก็ได้รับความเมตตาจากท่าน ก็ค่อยได้เรียนรู้ว่า พระอรหันต์ ทุกพระองค์ รู้จักท่านดี บางพระองค์ ท่านก็ได้รับความเมตตา จากองค์ท้าวสักกะเทวราช ช่วยเหลือ เกื้อกูล ไปจนบรรลุธรรม
เรื่ิองราวเหล่านี้ ก็ทำให้เราเราเรียนรู้จัก คุณธรรมของผู้ที่เป็นเทพ นั้นท่านมีเมตตา อย่างไร แต่นั้น ก็ เป็นเทพ ก็ยังต้องลงมาเกิด สร้างบุญกุศลต่ออีก ยิ่งเรื่องราวของกรรม ที่อยู่กับธาตุทั้งสี่ ก็ยิ่งเป็นเรื่องราวที่อยากจะชำระสะสางบั
ญชีกรรมให้หมดจด
เรื่องราวที่เรา ทำมาหากิน กินน้ำเลือดน้ำหนองผู้ที่มีกรรม เราไปใช้กายนี้ทำอะไร สร้างบุญกุศลหรือไม เรื่องราวตัวกินเลือดกินเนื้อ ที่มากัดกินสีงขารกรรม ที่จิตอาศัย จะทำอย่างไร ให้หมดจดไปจากกาย .จะใช้อะไร ไปละลาย ตัวกินเลือดกินเนื้อ ให้เค้่ไปเกิดใหม่ ที่ดีๆ ไม่ใช่ มาอาศัยกัดกินสังขาร ที่มีแต่กรรม มีแต่ทุกข์ .เรื่องราวอย่างไรมันมีรายละเอียดมากๆ ที่ว่า ทำให้ ธาตุทั้งสี่ ที่จิตอาศัย สะอาดสะอ้านหมดจด
เรื่องราวว่า ทำอย่างไร จะส่งบุญกุศล คืนกระจายบุญกับ จิตของผู้ที่ สละน้ำเลือดน้ำหนองมาหนุนนำกายที่อาศัย และตัวกินเลือดกินเนื้อในกาย ก็ต้องส่งบุญกุศลให้เค้า เรื่องราวอย่างนี้ มัน่เป็นบัญชีกรรม ตลอดจนการทำมาหากิน ที่ใช้แรงกายผู้อื่น .ก็บันทึกอยู่ในธาตุทั้งสี่ ต้องชดใช้กรรม
วิธีที่เข้าใจตัวเอง ก็สละเวลา ทางโลก มาเป็นเวลาของธรรม ก็สร้างบุญกุศล สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ฟังธรรม ปฏิบัติธรรมในรอยทั้งสี่ ยืน เดิน นั่ง นอน ไม่นึกคิดอะไร ภาวนาพุทโธ คิดก็นั่นคือ อารมณ์ คิดก็นั้นคือ กรรม . เวลาปฏิบัติธรรม เราก็มีสติคอยเตือนตัวเอง .พอออกจากปฏิบัติ .ก็เป็นเวลาของโลก ก็อยู่กับอารมณ์ทำมาหากินกันไป
โฆษณา