13 ก.ค. เวลา 00:30 • ข่าวรอบโลก

“ปูตินเครียด” ความนิยมลดลง รัสเซียกำลังเพลี่ยงพล้ำจริงหรือไม่?

ปูตินกำลังสูญเสียมนต์เสน่ห์ อำนาจยังคงอยู่ในมือของเขา แต่มนต์เสน่ห์นั้นกำลังจางหายไป แม้แต่ผู้ภักดีก็ยังบ่นเกี่ยวกับการจำกัดและการปราบปรามที่เพิ่มมากขึ้น และนักธุรกิจที่เคยมีความกระตือรือร้นก็เริ่มสิ้นหวังแล้ว
อเล็กซานเดอร์ บาวนอฟ จากศูนย์วิจัยคาร์เนกี รัสเซีย ยูเรเซีย เขียนในบทวิเคราะห์
จากผลสำรวจล่าสุดของ VTsIOM (ศูนย์วิจัยความคิดเห็นสาธารณะแห่งรัสเซีย) พบว่า ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อวลาดิมีร์ ปูติน มีคะแนนความนิยมลดลงติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว
🌿
สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนกลับมาเป็นประเด็นสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง⤵️
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน คณะกรรมาธิการยุโรปได้ปล่อยเงินเกือบ 2.8 พันล้านยูโรให้แก่ยูเครน เพื่อสนับสนุนงบประมาณบริหารประเทศภายใต้โครงการช่วยเหลือยูเครน (Ukraine Facility) และสนับสนุนการฟื้นฟู ปฏิรูปยูเครนสู่การเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
🌿
ต่อมาในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 คณะกรรมาธิการยุโรปก็เบิกจ่ายเงินงวดแรกจำนวน 3.2 พันล้านยูโร ให้แก่ยูเครนสำหรับการจัดซื้อโดรน ภายใต้โครงการเงินกู้สนับสนุนยูเครนจำนวน 90 พันล้านยูโร
ผู้นำกลุ่ม G7 ก็ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงการสนับสนุนยูเครน และให้คำมั่นว่าจะเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันภัยทางอากาศให้กับยูเครน การสนับสนุนเหล่านี้ทำให้รัฐบาลเคียฟ ฮึกเหิมขึ้นอีกครั้ง
🌿
ยูเครนได้เพิ่มการโจมตีโรงงานผลิตน้ำมันของรัสเซีย โดยมีเป้าหมายเพื่อตัดรายได้ด้านพลังงานของรัสเซีย และพยายามบีบให้ปูตินยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่าสี่ปี
🌿
กองกำลังยูเครนได้เปิดฉากโจมตีรัสเซียอย่างหนักในเย็นวันพุธที่ 17 มิถุนายน และต่อเนื่องถึงวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน การโจมตีครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของของกรุงมอสโกเป็นหลัก
🌿
มีรายงานว่ามีการใช้โดรนเกือบ 200 ลำในการโจมตีครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดของยูเครนต่อเมืองหลวงของรัสเซีย ทางการระบุว่ามีผู้บาดเจ็บ 16 คน ขณะที่สนามบิน 4 แห่งในมอสโกต้องระงับเที่ยวบินชั่วคราว
🌿
ยูเครนยังได้เปิดปฏิบัติการโดยใช้โดรนระยะไกลโจมตีโรงงานผลิตน้ำมัน 2 แห่งในเมืองเคิร์ชในแคว้นไครเมีย และท่าเรือคัฟคาซ ซึ่งใช้ขนส่งเชื้อเพลิงไปยังแนวหน้าของรัสเซีย โดรนระยะไกลยังโจมตีโรงกลั่นน้ำมันสลาฟยานสค์และยาโรสลาฟล์ซึ่งอยู่ห่างจากแนวหน้าประมาณ 300 และ 700 กิโลเมตร (190 และ 435 ไมล์) ตามลำดับอีกด้วย
🌿
นอกจากนี้ โรงกลั่นน้ำมันนอร์ซี ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของรัสเซียและเป็นผู้ผลิตน้ำมันเบนซินรายใหญ่เป็นอันดับสอง ก็ถูกโจมตีด้วยโดรนของยูเครนจนต้องระงับการดำเนินการด้วยเช่นกัน
🌿
19 มิถุนายน 2569 รัสเซียขู่จะยกระดับความขัดแย้งหลังจากยูเครนโจมตีมอสโกด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
🌿
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประกาศผ่านทาง Telegram เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน อนุมัติปฏิบัติการ 40 วัน (40-day operation) เพื่อ "กดดันรัสเซียให้ยุติสงคราม" โดยจะโจมตีเป้าหมายทางทหาร พลังงาน ศูนย์สื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ และโลจิสติกส์ของรัสเซีย รวมถึงคลังกระสุน โรงงานก๊าซและน้ำมัน
เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวผู้บาดเจ็บออกจากอาคารที่พักอาศัยที่เสียหายหลังจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ในช่วงเช้ามืดของวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม รูปภาพ Genya Savilov / AFP
เช้ามืดของวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 (ตามเวลาท้องถิ่น) กองทัพรัสเซียได้บุกโจมตียูเครนทางอากาศอย่างรุนแรง ด้วยขีปนาวุธแบบลอยตัว และโดรนติดเครื่องยนต์ไอพ่น โดยมีเป้าหมายประมาณ 25 แห่งทั่วกรุงเคียฟ
🌿
การระดมยิงอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง 11 ชั่วโมง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน บาดเจ็บอีกกว่า 90 ราย อาคารที่พักอาศัยมากกว่า 130 หลัง ได้รับความเสียหาย และประชาชนประมาณ 52,500 คน รวมทั้งเด็ก 4,500 คน ต้องใช้เวลาค้างคืนหลบภัยอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินของกรุงเคียฟ นับเป็นการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่รัสเซียเริ่มรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ
🌿
โดรน Geran-4 ขับเคลื่อนด้วยไอพ่น เป็นยุทโธปกรณ์ใหม่ของรัสเซีย สามารถบินด้วยความเร็วสูงสุดถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (310 ไมล์ต่อชั่วโมง) และหลบหลีกระบบป้องกันของยูเครนได้ การที่รัสเซียนำเทคโนโลยีในระบบโดรนมาใช้ในการโจมตีครั้งนี้ ได้เพิ่มความเสียหายต่อพลเรือนในยูเครนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ภาพถ่ายแสดงรถยนต์ที่ถูกเผาไหม้ด้านนอกอาคารอพาร์ตเมนต์ที่ถูกโจมตีโดยกองทัพรัสเซียในเขตเปเชอร์สกี กรุงเคียฟ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 Yevhen Kotenko
ยูริ อิห์นัต (Yurii Ihnat) โฆษกของกองทัพอากาศยูเครน กล่าวว่า ในบรรดาขีปนาวุธที่รัสเซียยิงในครั้งนี้ มีขีปนาวุธเซอร์คอน ซึ่งเป็นขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง ซึ่งมีศักยภาพเหมือนขีปนาวุธข้ามทวีป และด้วยความเร็วที่สูงมากจึงมีเพียงระบบแพทริออตเท่านั้นที่สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธดังกล่าวได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่กระทรวงกลาโหมยูเครนพยายามส่งหนังสือไปยัง 40 ประเทศ เพื่อขอรับการสนับสนุนขีปนาวุธแพทริออต
🌿
ยูเครนได้เพิ่มการโจมตีไครเมีย ซึ่งรัสเซียยึดครองไปในปี 2557⤵️
ไครเมียเคยถูกกล่าวขานว่าเป็นดั่งอัญมณีล้ำค่าของวลาดิมีร์ ปูติน แต่ในขณะนี้ ไครเมียกลับกลายเป็นหนึ่งในจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของเขา และอาจเป็นเส้นแดงของปูติน
🌿
เกิดเหตุเพลิงไหม้หลังจากโดรนของยูเครนโจมตีอาคารแห่งหนึ่งในเมืองเซวาสโตโพล แคว้นไครเมีย ซึ่งดูเหมือนว่ายูเครนกำลังพยายามปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าว (ภาพ: ช่อง Telegram ของมิคาอิล ราซโวจาเยฟ นายกเทศมนตรีเมืองเซวาสโตโพล ผ่านทาง AP)
คาบสมุทรไครเมียเป็นสัญลักษณ์ของจักรวรรดินิยม มีบทบาทสำคัญในตำนานประจำชาติของรัสเซีย และเป็นที่ตั้งของศาสนจักรนิกายออร์โธดอกซ์รัสเซีย
🌿
การควบคุมไครเมียถูกโอนจากมอสโกไปยังเคียฟในปี 2497 เมื่อทั้งสองประเทศเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ต่อมาเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย ประกอบกับยูเครนหันไปหาพันธมิตรตะวันตก ได้จุดชนวนให้เกิดการแย่งชิงดินแดนดังกล่าว แม้กระทั่งก่อนการผนวกดินแดนในปี 2557 คนส่วนใหญ่ในคาบสมุทรแห่งนี้ก็ยังคงเป็นคนเชื้อสายรัสเซีย
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ควันดำพวยพุ่งขึ้นจากบริเวณโรงกลั่นน้ำมันมอสโกของบริษัทก๊าซพรอม เนฟต์ ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซีย ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมอสโก / เอเอฟพี
จากรายงานของสำนักข่าวเอพี พบว่าตั้งแต่เดือนมีนาคม มีการโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน คลังเก็บน้ำมัน สถานีขนส่งน้ำมัน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอื่นๆ ของรัสเซียโดยยูเครนมากกว่า 50 ครั้ง รวมทั้งการโจมตีในคาบสมุทรไครเมียด้วย
🌿
คาบสมุทรแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงอำนาจของประธานาธิบดีรัสเซีย ปัจจุบันไครเมียกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนยอดนิยมของชาวรัสเซีย ตั้งแต่ถูกผนวกเข้ากับดินแดนรัสเซียรัฐบาลกลางได้สนับสนุนให้พลเมืองจากส่วนอื่นๆ ของประเทศย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่นั่นด้วย และขณะนี้ปริมาณน้ำมันเบนซินกำลังขาดแคลนอย่างมากในคาบสมุทรแห่งนี้
🌿
ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวประมาณ 7 ล้านคนหลั่งไหลไปยังคาบสมุทรแห่งนี้ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องสภาพอากาศอบอุ่น ความงดงามทางธรรมชาติ และชายหาดทะเลดำ
🌿
ปูตินกล่าวว่า การโจมตีทั้งหมด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่โครงสร้างพื้นฐานของเราที่ใดก็ตาม ไม่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในแนวหน้าหรือแนวปะทะในการสู้รบอย่างแน่นอน หากแต่เจตนาของยูเครนนั้น กำลังพยายามทำลายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะต่อฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง
🌿
การโจมตีอย่างต่อเนื่องของยูเครนภายในรัสเซีย ซึ่งเซเลนสกีอธิบายว่าเป็น "การโจมตีแบบสายฟ้าแลบ 40 วัน" นั้น มุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นน้ำมันเป็นพิเศษ ทำให้เกิดวิกฤตเชื้อเพลิงซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชาวรัสเซียที่กำลังเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามอยู่แล้ว
🌿
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ยอมรับว่าประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิง หลังจากโดนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญหลายระลอก แต่อย่างไรก็ตาม ปูตินกล่าวว่ารัสเซียจะนำเข้าเชื้อเพลิงมากขึ้นและเร่งซ่อมแซมโรงงานผลิตน้ำมันเพื่อยุติสิ่งที่เขาเรียกว่า ”การขาดแคลนชั่วคราว”
ประชาชนต่อแถวเพื่อเติมน้ำมันรถยนต์ที่สถานีบริการน้ำมัน Rosneft ในกรุงมอสโก เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 [AFP]
เราจะจัดการกับความท้าทายทั้งหมดที่เราเผชิญอยู่ในปัจจุบันอย่างแน่นอน รวมถึงการโจมตีของผู้ก่อการร้ายต่อดินแดนและโครงสร้างพื้นฐานของเรา
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมใหญ่ของพรรคยูไนเต็ดรัสเซีย เมื่อเดือนมิถุนายน 2569
รัฐบาลรัสเซียได้สั่งห้ามการส่งออกน้ำมัน และได้ผ่อนปรนกฎระเบียบด้านคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง โดยอนุญาตให้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานในตลาดภายในประเทศเป็นการชั่วคราว
🌿
เนื่องจากฤดูเก็บเกี่ยวทางการเกษตรที่กำลังจะมาถึงนั้นต้องอาศัยน้ำมันดีเซลอย่างต่อเนื่อง ทางการจึงจัดลำดับความสำคัญของการจัดสรรน้ำมันดีเซลให้แก่ภาคการเกษตรเพื่อป้องกันผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร
🌿
และเพื่อชดเชยการขาดแคลนภายในประเทศ รัสเซียจึงพยายามนำเข้าเชื้อเพลิงจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เบลารุส รวมถึงตลาดในเอเชีย
🌿
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมที่อ้างโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า รัสเซียได้นำเข้าน้ำมันเบนซินจากอินเดียประมาณ 60,000 ถึง 80,000 ตัน และมีรายงานว่ารัสเซียวางแผนที่จะนำเข้าน้ำมันเบนซินเดือนละ 400,000 ตันจากอีกหลายประเทศ
🌿
คาดว่าการขาดแคลนเชื้อเพลิงในรัสเซียซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดของโลก จะส่งผลกระทบต่อฤดูเก็บเกี่ยวที่สำคัญในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงในการเดินเครื่องรถแทรกเตอร์ ปั๊มน้ำ และเครื่องจักรอื่นๆ ในฟาร์ม รวมถึงการขนส่งผลผลิตไปยังตลาด
🌿
วิกฤตการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงยังกระตุ้นให้เกิดการกักตุนสินค้า ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง นอกจากนี้ ยังส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสินค้าเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยา วัสดุก่อสร้าง ล้วนเกี่ยวข้องกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั้งสิ้น
กลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นเหนือท่าเรือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย หลังจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 (AP)
มีรายงานว่าบริษัทน้ำมันของอินเดีย Nayara Energy ได้ขายปิโตรเลียมให้กับรัสเซีย ในขณะที่ยูเครนยังคงโจมตีโรงกลั่นน้ำมันทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง น้ำมันเบนซินอย่างน้อย 60,000 เมตริกตันได้ถูกส่งจากอินเดียไปยังรัสเซียแล้ว โดยเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ
🌿
แม้ว่านายนายาราจะยังไม่ยืนยันเรื่องนี้ แต่นายฮาร์ดีป ซิงห์ ปูรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมันของอินเดีย กล่าวว่า แม้บริษัทอินเดียจะไม่ได้ขายเชื้อเพลิงโดยตรงให้กับรัสเซีย แต่ก็เป็นไปได้ที่รัสเซียจะซื้อเชื้อเพลิงจากอินเดียผ่านผู้ค้าระหว่างประเทศ
🌿
บริษัท Nayara ซึ่งเป็นบริษัทกลั่นและจำหน่ายน้ำมัน ดำเนินการโรงกลั่นน้ำมันเอกชนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินเดีย โดยหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ของบริษัท Nayara เป็นของบริษัทบริหารสินทรัพย์สัญชาติรัสเซียชื่อ United Capital Partners
🌿
สหภาพยุโรปได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัท Nayara เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว โดยห้ามการนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่แปรรูปโดยใช้น้ำมันดิบจากรัสเซีย และจำกัดการเข้าถึงประกันภัยการขนส่งทางเรือของสหภาพยุโรป ตลอดจนบริการทางการเงินและบริการอื่นๆ ของโรงกลั่นดังกล่าว
🌿
โรงกลั่นวาดินาร์ของบริษัท Nayara ในภาคตะวันตกของอินเดียได้แปรรูปเฉพาะน้ำมันจากรัสเซียเท่านั้น นับตั้งแต่ซัพพลายเออร์รายอื่นถอนตัวออกไปเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตร ดังนั้น นับตั้งแต่นั้นมา Nayara จึงต้องพึ่งพาผู้ค้าระหว่างประเทศในการเป็นตัวแทนนำเข้าน้ำมันดิบและส่งออกเชื้อเพลิงสำเร็จรูป
🌿
วิกฤตการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรัสเซีย ประเทศที่เป็นหนึ่งในผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังการกลั่นน้ำมันของรัสเซียประมาณหนึ่งในสามถูกตัดขาด การโจมตีดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างถาวรซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมากในการซ่อมแซม และปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงก็ได้แพร่กระจายไปทั่วรัสเซีย ส่งผลให้ต้องมีการปันส่วนน้ำมันในหลายภูมิภาค
🌿
การโจมตีด้วยโดรนที่อุกอาจมากขึ้นของยูเครนนั้น ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบทางการเมือง แต่ยังส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียด้วย ซึ่งทำให้ความไม่พอใจของประชาชนในรัสเซียทวีความรุนแรงขึ้น และการเพิ่มการโจมตีทางอากาศของรัสเซียต่อเมืองหลวงของยูเครน ก็อาจหวังว่าจะช่วยพยุงคะแนนนิยมภายในประเทศที่ตกต่ำลง
🌿
เหตุการณ์โจมตีดังกล่าวเน้นย้ำถึงความมั่นใจทางทหารที่เพิ่มขึ้นของยูเครน รวมทั้งเน้นย้ำถึงความเข้าใจของเคียฟที่ว่าต้องโจมตีรัสเซียต่อไป ”ในจุดที่เจ็บปวดที่สุด” ด้วยการตัดรายได้จากพลังงานของรัสเซีย
🌿
ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลรัสเซียเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ปูตินกล่าวว่ายูเครนได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายยุติการโจมตีระยะไกลร่วมกันเพื่อก้าวไปสู่สันติภาพ แต่ประธานาธิบดีรัสเซียเห็นว่าข้อเสนอนี้เกิดขึ้นเนื่องจากกองกำลังของยูเครนกำลังถูกกดดันตามแนวรบยาว 1,250 กิโลเมตร (775 ไมล์) ประกอบกับขณะนี้กองทัพยูเครนขาดแคลนกำลังพลอย่างหนัก
🌿
ผู้นำรัสเซียกล่าวเพิ่มเติมว่า เคียฟยังเสนอที่จะจำกัดการสู้รบไว้เฉพาะใน 4 ภูมิภาคที่รัสเซียผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งแต่ไม่เคยยึดครองได้อย่างสมบูรณ์ ได้แก่ โดเนตสก์ ลูฮันสก์ เคอร์ซอน และซาโปริชเชีย แต่เขาปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยปูตินกล่าวว่าข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้ายจะต้องบังคับให้ยูเครนละทิ้งความพยายามที่จะเข้าร่วมนาโต้ ลดกำลังทหาร และปกป้องภาษาและวัฒนธรรมรัสเซีย
รัสเซียทำการซ้อมรบนิวเคลียร์ในเบลารุสเมื่อเดือนพฤษภาคม อาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีมีหัวรบขนาดเล็กกว่าและออกแบบมาเพื่อใช้ในสนามรบ (ภาพ: กระทรวงกลาโหมรัสเซีย/AP)
รัสเซียมองว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศที่อ่อนแอของยูเครนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความสำเร็จในสนามรบ แต่ก็ยอมรับว่ารัสเซียจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันภัยทางอากาศเพื่อรับมือกับการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้น
🌿
เจ้าหน้าที่รัสเซียขู่ว่าประเทศของตนอาจใช้การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีเพื่อยับยั้งยูเครนที่กำลังฮึกเหิม ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารชื่อดังอย่าง ยูริ คนูตอฟ ก็เรียกร้องให้มีการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ "ที่มีอานุภาพต่ำ" โจมตีแนวหน้าของยูเครน
ภาพความเสียหายจากการโจมตีสะพานเคิร์ชในไครเมียที่รัสเซียยึดครองโดยกองทัพยูเครนในสัปดาห์นี้ ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่ามอสโกอาจใช้มาตรการนิวเคลียร์หากไม่สามารถปกป้องคาบสมุทรแห่งนี้ได้ (ภาพ: Vantor/Reuters)
นอกจากนี้ เซอร์เกย์ คาราคานอฟ อดีตที่ปรึกษาของปูตินและหัวหน้าศูนย์วิจัยนโยบายต่างประเทศและการป้องกันประเทศในมอสโก ก็ได้เสนอแนวคิดและเรียกร้องให้มีการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์แบบ "จำกัด" ต่อประเทศในยุโรปที่สนับสนุนยูเครน
🌿
เป็นเรื่องยากที่ปูตินจะถอนตัวออกจากสงครามได้โดยไม่เสียหน้า และไม่สูญเสียอำนาจไป ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะยกระดับสถานการณ์ให้บานปลายยิ่งขึ้นไปอีก.
โฆษณา