Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Think Trade Think DITP
•
ติดตาม
14 ก.ค. เวลา 01:30 • ข่าวรอบโลก
แคนาดาจัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมชั่วคราวสำหรับสินค้าผักกระป๋องนำเข้า
แคนาดาประกาศมาตรการ จัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมชั่วคราว (Surtax) อัตราร้อยละ 10 สำหรับสินค้าผักกระป๋องนำเข้า เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศที่กำลังเผชิญกับการคุกคามจากกลุ่มสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ
โดยกระทรวงการคลังแคนาดาแถลงว่ามาตรการจัดเก็บภาษีพิเศษนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2569 และจะมีกำหนดระยะเวลาบังคับใช้สูงสุดไม่เกิน 200 วัน โดยมาตรการนี้จะใช้กับผักกระป๋อง ได้แก่ ข้าวโพด, ถั่ว peas, green beans, wax beans, ผักรวมระหว่าง peas กับแครอท และผักรวมถั่วขาว ถั่วแดง ถั่ว pinto และ chickpeas และใช้กับประเทศผู้ส่งออก อาทิ จีน อิตาลี เปรู ตุรกี เวียดนาม และไทย
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวยกเว้นไม่บังคับใช้กับสินค้าที่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก อิสราเอล ชิลี รวมถึงกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ได้รับสิทธิพิเศษจากแคนาดา
การประกาศเก็บภาษีพิเศษในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากหน่วยงาน Canadian International Trade Tribunal (CITT) เริ่มการไต่สวนในกลุ่มสินค้าผักกระป๋องและผักแช่แข็งมาแล้วเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวมีกำหนดเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กันยายน 2569
โดยกระทรวงการคลังแคนาดาบังคับใช้มาตรการภาษีก่อนที่ผลการไต่สวนของ CITT จะเสร็จสิ้น โดยให้เหตุผลว่าพบข้อบ่งชี้ว่าปริมาณการนำเข้าที่พุ่งสูงขึ้นกำลังสร้างความเสียหายอย่างไม่เป็นธรรมและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ผลิตชาวแคนาดา รัฐบาลจึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการอย่างเร่งด่วนเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ
อย่างไรก็ตาม การออกมาตรการชั่วคราวกระทรวงการคลังแคนาดาในการขึ้นภาษีนำเข้าชั่วคราวครั้งนี้ สร้างความกังวลให้แก่กลุ่มผู้ค้าปลีกในแคนาดา ซึ่งมองว่ารัฐบาลกำลังเร่งรัดกระบวนการ ไม่ยอมปล่อยให้กระบวนการทางกฎหมายเดินหน้าไปตามขั้นตอนปกติ โดย นาง Kim Furlong ประธาน สภาค้าปลีกแห่งแคนาดา (Retail Council of Canada) ระบุว่า การกระทำเช่นนี้เป็นการเข้าไปก้าวก่ายและบิดเบือนแนวทางการพิจารณาของศุลกากร
และช่วงเวลาในการประกาศใช้มาตรการนี้ ทำให้หลายฝ่ายเกิดความไม่สบายใจอย่างมาก เนื่องจากมาตรการปกป้อง (Safeguard) เพื่อเยียวยาอุตสาหกรรมภายในประเทศที่ถูกคุกคามจากสินค้านำเข้า เป็นกลไกที่นำมาใช้ได้ยาก ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา CITT เคยเปิดการไต่สวนในลักษณะนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นก่อนเดือนมีนาคม 2569
ในช่วงเริ่มของการไต่สวน Safeguard ครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของแคนาดา ระบุว่าความผันผวนในตลาดโลก
คือสาเหตุที่ทำให้สินค้านำเข้าทะลักเข้ามา โดยนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดการเบี่ยงเบนทิศทางการค้า (Trade Diversion) เข้าสู่แคนาดา เมื่อประเทศยักษ์ใหญ่ปิดกั้นการนำเข้า สินค้าเหล่านั้นก็จะเปลี่ยนทิศทางมาเทขายในประเทศระบบเศรษฐกิจเปิดอย่างแคนาดา
ข้อมูลเบื้องต้นจากสำนักงานสถิติแห่งชาติแคนาดา (Statistics Canada) บ่งชี้ว่า มูลค่าการนำเข้าผักกระป๋องในภาพรวมปรับตัวสูงขึ้นจากประมาณ 21 ล้านเหรียญแคนาดา ในเดือนพฤษภาคม 2567 มาอยู่ที่ 25 ล้านเหรียญแคนาดาในเดือนเมษายน 2569 คิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 23 และยังพบว่าแคนาดามีการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากประเทศไทย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 179) ตามด้วยตุรกี (เพิ่มขึ้นร้อยละ 159) และเปรู (เพิ่มขึ้นร้อยละ 85)
แม้จะพบตัวเลขการนำเข้าที่พุ่งสูงขึ้น แต่นาย Matthew Kronby ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าจากบริษัท Osler, Hoskin & Harcourt LLP ได้แสดงความเห็นว่าการขึ้นภาษีชั่วคราวนี้ถือเป็นเรื่องไม่ปกติ เนื่องจากตามหลักการทั่วไป หากความจำเป็นในการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศอยู่ในขั้นวิกฤต อัตราภาษีชั่วคราวควรจะถูกนำมาบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการเปิดการไต่สวน ไม่ใช่ประกาศใช้ในช่วงกึ่งกลางของกระบวนการเช่นนี้
ซึ่งหากการจัดเก็บภาษีตั้งแต่เริ่มการไต่สวน และในท้ายที่สุดมีการพิจารณาแล้วพบว่าอุตสาหกรรมได้รับความเสียหายจริง มาตรการภาษีจะดำเนินต่อไป แต่หากไม่พบความเสียหาย ผู้นำเข้าก็จะได้รับเงินคืน นอกจากนี้ การออกมาตรการก่อนสรุปผลการไต่สวน อาจเป็นการส่งสัญญาณว่าผลลัพธ์ของการไต่สวนได้รับการกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งที่กระบวนการควรจะมีความยุติธรรมในการรับฟังข้อเท็จจริง และตัดสินด้วยพยานหลักฐานเป็นสำคัญ
สำหรับที่มาของการเปิดไต่สวนในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการรวมตัวยื่นคำร้องของสมาคมผู้ปลูกและผู้แปรรูปผักแห่งแคนาดา (Canadian Association of Vegetable Growers and Processors)
โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ผู้ผลิตผักแปรรูปรายใหญ่หลายรายในแคนาดา ได้ยกประเด็นการแข่งขันที่รุนแรงกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศขึ้นมาและกดดันรัฐบาลกลางแคนาดาอย่างต่อเนื่องให้ดำเนินมาตรการ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ บริษัท Nortera Foods ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตสินค้าผักแปรรูปในรัฐควิเบก ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันการเงิน Caisse de dépôt et placement du Québec และ Fonds de solidarité FTQ ได้ประกาศแผนการปิดโรงงานแปรรูปไปแล้วถึง 2 แห่ง ซึ่งการปิดโรงงานเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ จนนำไปสู่การตัดสินใจยื่นคำร้องต่อภาครัฐเพื่อขอให้มีการเข้ามาตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในครั้งนี้
ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโทรอนโต ประเทศแคนาดา
แม้มาตรการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมร้อยละ 10 สำหรับผักกระป๋องนำเข้า จะเป็นเพียงชั่วคราวและยังอยู่ในระหว่างการไต่สวนของ Canadian International Trade Tribunal (CITT) ซึ่งจะสรุปผลในเดือนกันยายน 2569 นี้ แต่สะท้อนให้เห็นว่าแคนาดาพร้อมใช้กลไกปกป้องทางการค้าเพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารและพยุงอุตสาหกรรมภายในสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม อาหารแปรรูป สินค้าเกษตรมูลค่าเพิ่ม
และสินค้าอุปโภคบริโภค จึงเป็นสัญญาณเตือนให้กับผู้ประกอบการไทยต้องจับตาสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยงที่มาจากมาตรการการกีดกันการค้า รวมถึงพิจารณาพัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่ม หลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา (Price War) ซึ่งเป็นกลยุทธ์การขายตัดราคาในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ อาทิ ผักแปรรูปกระป๋อง และอาหารกระป๋องอื่นๆ จะยิ่งสร้างความเสี่ยงต่อการถูกมาตรการกีดกันทางการค้า
ผู้ส่งออกไทยต้องเร่งปรับพอร์ตสินค้าไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value-added) เช่น สินค้ากลุ่มออร์แกนิก สินค้าพร้อมรับประทาน (Ready-to-eat) หรือการใช้เทคโนโลยีแปรรูปที่รักษาคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อสร้างความแตกต่างที่ผู้ผลิตในแคนาดาไม่สามารถผลิตได้หรือเลียนแบบได้ยาก สร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
Reference : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโทรอนโต ประเทศแคนาดา
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)
กระทรวงพาณิชย์
www.ditp.go.th
หรือสายด่วน 1169
แคนาดา
เศรษฐกิจ
ธุรกิจ
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย