บลจ.แอสเซท พลัส ชี้ AI ไม่ใช่แค่กระแส แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลก 🌐
AI กำลังกลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของโลกอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูล การวิเคราะห์ธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร
จากเดิมที่หลายคนอาจมอง AI เป็นเพียงกระแสเทคโนโลยีใหม่ หรือเครื่องมืออย่าง Chatbot และ AI Assistant ปัจจุบัน AI กำลังถูกนำไปใช้งานจริงในหลากหลายอุตสาหกรรม และเริ่มมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ความต้องการพลังประมวลผลเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทั่วโลก หรือ Hyperscalers เดินหน้าลงทุนใน AI Infrastructure อย่างต่อเนื่อง
โดยในไตรมาส 1 ปี 2026 กลุ่ม Hyperscalers มีการลงทุนด้าน AI Infrastructure CapEx เพิ่มขึ้นราว 70% (YoY) เมื่อเทียบกับปีก่อน สู่ระดับประมาณ 1.32 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนการเร่งลงทุนครั้งใหญ่เพื่อรองรับการเติบโตของ AI ในอนาคต
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงกระแสการลงทุนระยะสั้น แต่กำลังกลายเป็นวัฏจักรการลงทุนขนาดใหญ่ระดับอุตสาหกรรมที่มีผลต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว
💡AI ไม่ได้โตแค่ฝั่งซอฟต์แวร์ แต่ดันทั้ง Ecosystem
แม้ผู้บริโภคจะคุ้นเคยกับ AI ผ่านเครื่องมืออย่าง Chatbot, AI Assistant หรือเครื่องมือช่วยสร้างคอนเทนต์ แต่ในความเป็นจริง AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีหน้าบ้านที่ผู้ใช้งานมองเห็น
เบื้องหลังการทำงานของ AI ยังต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานอีกหลายส่วนที่ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ชิปประมวลผลขั้นสูง ศูนย์ข้อมูล ระบบ Cloud หน่วยความจำ ระบบเครือข่ายความเร็วสูง ไปจนถึงพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
กล่าวได้ว่า ทุกครั้งที่ AI มีความสามารถเพิ่มขึ้น ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้โอกาสไม่ได้อยู่เฉพาะบริษัทที่พัฒนา AI เท่านั้น แต่ยังขยายไปยังธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของ AI ทั้งระบบ
หากมองในภาพใหญ่ของ AI Ecosystem จะประกอบด้วยหลายส่วนสำคัญ ได้แก่
Compute หรือชิปประมวลผลที่ทำให้ AI คิดและวิเคราะห์ได้เร็วขึ้น
Memory หรือหน่วยความจำที่ช่วยรองรับโมเดล AI ขนาดใหญ่
Networking หรือระบบเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูงที่ทำให้ AI Cluster ทำงานร่วมกันได้
Foundry หรือโรงงานผลิตชิปขั้นสูง
Wafer Fab Equipment หรืออุปกรณ์สำคัญสำหรับการผลิต Semiconductor
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะบริษัทที่อยู่ปลายน้ำเท่านั้น แต่ยังส่งแรงหนุนไปตลอดทั้งระบบนิเวศของอุตสาหกรรม
💡Semiconductor คือหัวใจสำคัญของการเติบโต AI
หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์เด่นชัดจากกระแส AI คือ Semiconductor เนื่องจาก AI ต้องใช้ชิปประมวลผลขั้นสูงในการฝึกโมเดล วิเคราะห์ข้อมูล และรองรับการใช้งานจริงในระดับ Data Center
บลจ.แอสเซท พลัส ระบุว่า การเติบโตของ AI Infrastructure ไม่ได้ส่งผลบวกเฉพาะต่อชิปประมวลผลขั้นสูงเท่านั้น แต่ยังขยายไปตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน Semiconductor ตั้งแต่ Memory, Networking, Foundry ไปจนถึง Wafer Fab Equipment หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตชิป
นอกจากนี้ โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI หรือ AI ที่สามารถคิด วิเคราะห์ และทำงานเชิงซับซ้อนได้มากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการชิปประมวลผลไม่ได้จำกัดอยู่เพียง GPU เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึง CPU, AI Accelerator และชิปเฉพาะทางที่จำเป็นต่อการประมวลผล AI ระดับ Data Center
อีกหนึ่งแนวคิดที่น่าสนใจคือ “AI Bottleneck” หรือการลงทุนในบริษัทที่เป็นจุดคอขวดสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน AI ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรงจากกระแส AI Infrastructure Boom ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก
💡ราคาหุ้น AI ขึ้นมาแรง แต่พื้นฐานยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในธีม AI ยังมีความผันผวนสูง เนื่องจากเป็นธีมที่ตลาดให้ความคาดหวังสูง ราคาหุ้นอาจเคลื่อนไหวแรงตามผลประกอบการ การลงทุนของ Big Tech ทิศทางดอกเบี้ย และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
ดังนั้น การมอง AI ในเชิงลงทุนไม่ควรจำกัดอยู่แค่ “หุ้นตัวไหนขึ้นแรง” แต่ควรเข้าใจว่า AI กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ
ตั้งแต่ต้นน้ำอย่าง Semiconductor กลางน้ำอย่าง Data Center และ Cloud ไปจนถึงปลายน้ำอย่างการนำ AI ไปประยุกต์ใช้จริงในสินค้า บริการ และกระบวนการทำงานขององค์กร
บลจ.แอสเซท พลัส มองว่า AI เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญที่มีแนวโน้มขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในระยะยาว
สรุปได้ว่า AI ไม่ใช่แค่กระแสที่มาแล้วไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล และการทำความเข้าใจ AI Ecosystem ทั้งระบบ อาจเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการมองหาโอกาสลงทุนในโลกยุคใหม่