Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
𝐓𝐡𝐞 𝐂𝐮𝐫𝐢𝐨𝐮𝐬 𝐓𝐚𝐛𝐥𝐞
•
ติดตาม
14 ก.ค. เวลา 02:19 • ไลฟ์สไตล์
𝐇𝐨𝐰 𝐓𝐡𝐞𝐲 𝐓𝐡𝐢𝐧𝐤 : 𝗖𝗿𝗲𝗮𝘁𝗶𝘃𝗲 𝗗𝗶𝗿𝗲𝗰𝘁𝗼𝗿-𝗮𝘁-𝗟𝗮𝗿𝗴𝗲
บุคคลที่ทุกโปรเจกต์อยากมีอยู่ในทีม ผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ใหญ่ และทำให้งานสามารถเดินต่อได้เสมอ คุณตั้ม-นันทภพ วรรณวิโรจน์ เรามาถามเจ้าตัวกันว่า เขานิยามตัวเองเอาไว้ว่าอย่างไร “คืออาชีพอย่างพวกเรามันก็คือฟรีแลนซ์ครับ แต่ถ้าให้ผมนิยามผมนิยามว่า ผมเป็นมืออาชีพรับจ้าง
ภาพถ่ายคุณตั้มออกกองต่างประเทศ
คือ เราไม่ได้เป็นแค่โปรดิวเซอร์ แต่เรายังเป็นไดเรกเตอร์กำกับโฆษณาในหลายๆ งาน และเราก็ยังเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ในหลาย ๆ โปรเจกต์ ผมยังทำ 𝗗𝗢𝗣 (𝗗𝗶𝗿𝗲𝗰𝘁𝗼𝗿 𝗼𝗳 𝗣𝗵𝗼𝘁𝗼𝗴𝗿𝗮𝗽𝗵𝘆) และงานอีเว้นท์ผมก็รับทำทั้งเป็น Queue Director หรือทำเบื้องหลังต่างๆ ในงานอีเว้นท์ใหญ่ ๆ หลายงาน”
ภาพออกกองถ่ายรายการ
ด้วยความที่คุณตั้มเป็นคนที่ชอบงานในสายงานนี้อยู่แล้ว เลยทำให้คุณตั้มเป็นคนที่ขอบทำการบ้านกับไอเดียของตัวเอง “ผมมักจะนั่งดู reference อยู่เสมอ ๆ หรือมักจะดูหนัง โปรดักชั่นงานอื่น ๆ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ผมมีความสุขครับ” การมีหมวกหลายใบหรือมีบทบาทหลากหลายที่ต้องรับผิดชอบ คุณตั้มเลือกที่จะทำให้โปรเจกต์ที่เข้ามาพร้อมๆ กันให้มันสมบูรณ์ยังไง
ภาพคุณตั้มขณะทำงาน
“ผมมองว่าโปรเจกต์นี้ขาดอะไรมากกว่าครับ เช่น โปรเจกต์นี้เพื่อนเป็นผู้กำกับ ผมก็เข้ามาช่วยเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ หรือเพื่อนเป็นโปรดิวเซอร์ และมีผู้กำกับอยู่แล้ว เราก็ทำหน้าที่เป็น DOP ในการไปดีไซน์มุมกล้อง หรือการทำงานในฐานะครีเอทีฟกับเอเจนซี่ ผมก็ต้องรับหน้าที่ตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์ มู้ดบอร์ด และไปดูหน้างาน บางครั้งก็กำกับเอง บางครั้งก็ให้คนอื่นมากำกับ ผมเลยคิดว่าผมเป็นคนที่สามารถเข้าไปแทนหรือเข้าไปช่วยอุดช่องโหว่ของแต่ละงานได้ นั่นคือตัวตนของผมครับ”
ภาพคุณตั้มรับรางวัล
และหากพูดถึงรายการประกวดร้องเพลงที่ดังทั่วโลกอย่าง 𝗧𝗵𝗲 𝗩𝗼𝗶𝗰𝗲 ตั้งแต่ซีซัน 1 คุณตั้มเป็นผู้อยู่เบื้องหลังตั้งแต่ 𝗧𝗵𝗲 𝗩𝗼𝗶𝗰𝗲 เข้ามาไทยแรกๆ “ผมเข้ามาตั้งแต่ซีซันแรกเลยครับ ผมกับทีมในตอนนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบการไปถ่ายเซอร์ไพรส์ตามบ้าน คือซีซันแรกเราจะเคาะประตูตามบ้านของผู้ที่ได้เข้ารอบเป็นเหมือนการไปเซอร์ไพรส์ถึงหน้าประตูบ้าน
The Voice
จนซีซันหลัง ๆ เขาก็ไม่ได้ทำสิ่งนี้กันแล้ว พอมาซีซันหลัง ๆ เราก็เริ่มมารับผิดชอบตรงฟอร์เย่ (Foyer) และก็ VTR ก่อนเข้ารายการ ผมว่าเสน่ห์ของวงการนี้คือ ทุก ๆ งานที่เข้ามามันมักจะใหม่เสมอ” การทำงานในวงการบันเทิงคุณตั้มเล่าว่า งาน บันเทิงกับงานศิลปะมันคือศาสตร์เดียวกัน มันคือศาสตร์ของศิลปะ ดังนั้น เรื่องของความสวยงามมันแล้วแต่บุคคลจริง ๆ
The Voice
“คือพอพูดถึงความสวยงามในชิ้นงานในสายตาของเรากับของลูกค้ามักจะไม่เหมือนกันครับ สมัยที่ผมยังเด็กกว่านี้ ผมยังคิดในใจว่า ทำไมอะ ผมว่าอันนี้มันดีมากแล้วนะ พอเราโตขึ้นมาถึงวันนี้ ผมมองกลับไปว่าเราเองนั่นแหละที่โง่ เพราะเรามองแค่มุมเดียวของคนที่อยากจะสร้างงานแต่เราอาจจะลืมไปว่า มุมมองของ “เจ้าของ” แบรนด์เขาต้องการสื่ออะไร มันคืองานศิลปะที่ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าอะไรคือดีที่สุด”
การมัดใจลูกค้าในยุคที่เด็กเจนเนอร์เรชั่นใหม่ ๆ กำลังก้าวเข้ามาในเบื้องหลังวงการบันเทิง และเด็กรุ่นใหม่นี้เขายังคุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ผลงานได้ดีและคล่องกว่ารุ่นก่อนด้วยซ้ำ และด้วยราคาที่ถูกและความคิดที่สดใหม่ สมรภูมิรบนี้ไม่ได้ง่ายเลยสำหรับคนที่ทำงานเบื้องหลังมาก่อน “คือผมเข้าใจความเป็นลูกค้านะครับ แน่นอนว่าเขาต้องการอะไรที่ใหม่และราคาไม่แพง
ภาพคุณตั้มขณะกำกับภาพ
ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องปกติ แม้แต่ตัวเราเองที่บางบริบทเราก็เป็นลูกค้า เรายังมองหาซัพพลายเออร์ใหม่ ๆ หรือคนทำงานใหม่ ๆ ซึ่งผมมองว่าม้นไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าถามว่าให้ผมป้องกันยังไงหรือสู้กับเด็กรุ่นใหม่ยังไง มันป้องกันไม่ได้ครับ เราต้องยอมรับด้วยว่าเด็กสมัยนี้เขาก็เก่งเพราะเขาโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี เราต่างหากที่ต้องศึกษาเทคโนโลยี และมันทำให้เรามองย้อนกลับไปว่า เราเคยคิดว่าเราเก่งกล้ามาก ๆ ในสายงานนี้
ภาพคุณตั้มเป็นผู้กำกับ
แต่พอโตขึ้นเรามองอีกมุมว่า คนเก่งมีเยอะแยะแต่เราต้องทำอย่างไรให้เรายังมีงานอยู่ ผมว่ามันเป็นเรื่องการทำความเข้าใจยุคนี้มากกว่าครับ” การที่คุณตั้มเติบโตมาในยุคที่ทุกอย่างเป็นอะนาล็อคและค่อย ๆ ผลัดเปลี่ยนมาเป็นอินเตอร์เน็ตยุคแรก ๆ จนมาถึงปัจจุบัน การทำงานมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง “ในยุคนั้นเทคโนโลยีมันยังไม่ได้ดีมากนัก ถ้าอยากได้ดี ๆ ต้นทุนมันก็สูงมาก ดังนั้น การผิดพลาดมันจึงควรเกิดให้ “น้อยที่สุด”
เพราะในยุคนั้นการแก้ไขม้นยาก แต่พอเทียบกับยุคนี้ เช่น สมัยก่อนถ่ายโฆษณาจัดแสงทีใช้เวลานานมาก แต่สมัยนี้ อะจัดแสงแค่นี้พอละ เดี๋ยวไปทำต่อตอนโพสต์ (Post Production - คือการทำงานในห้องตัดต่อ) ค่อยไปเกลี่ยสีกันใหม่ ดึงแสงตรงนี้ขึ้น ใส่เอฟเฟคตรงนี้ ยุคนี้มันเป็นแบบนี้ เขาอาจจะไม่ได้ละเอียดในแง่ของกระบวนการเหมือนคนรุ่นผม แต่เขารู้ว่าเทคโนโลยีตอนโพสต์มันสามารถช่วยเขาได้
คือ เทคโนโลยีสมัยนี้ทำให้ขั้นตอนในการทำงานมันลดลงไปเยอะมากครับ และผมยังสังเกตเห็นอีกว่าทั้งลูกค้าและผู้บริโภคหรือคนดูเนี่ยแหละ เขาไม่ได้ต้องการคุณภาพงานขนาดพรีเมียมขนาดนั้นหรือเปล่า เขาต้องการเสพคอนเท้นต์เรื่องรายละเอียดอื่น ๆ เขาอาจจะไม่ได้ใส่ใจมาก แต่มันก็จะยังคงมีบางกลุ่มที่ยังต้องการเสพงานที่มีความละมุนละไมอยู่”
ภาพคุณตั้มขณะทำงาน
คุณตั้มทิ้งท้ายมุมมองวงการบันเทิงในบ้านเรา “ผมว่าวงการบันเทิงบ้านเราไม่ได้น้อยหน้าใครนะครับ เพียงแต่ว่าการสร้างการรับรู้ที่มันเป็นปัญหาสำหรับบ้านเรา ผมว่าภาคเอกชนทำผลงานออกมาแล้ว ถ้าได้ภาครัฐช่วยผลักดันวงการบันเทิงบ้านเราน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ครับ”
ผมว่าเสน่ห์ของวงการนี้คือ ทุก ๆ งานที่เข้ามามันมักจะใหม่เสมอ
คุณตั้ม-นันทภพ วรรณวิโรจน์
𝗣𝘂𝗹𝗹 𝘂𝗽 𝗮 𝗰𝗵𝗮𝗶𝗿 𝗮𝗻𝗱 𝘀𝗽𝗶𝗹𝗹 𝘁𝗵𝗲 𝘁𝗲𝗮 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝗺𝗲。
𝐓𝐡𝐞 𝐂𝐮𝐫𝐢𝐨𝐮𝐬 𝐓𝐚𝐛𝐥𝐞☕️
ธุรกิจ
ข่าวรอบโลก
ไลฟ์สไตล์
บันทึก
2
2
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย