14 ก.ค. เวลา 13:08 • ความคิดเห็น
เราได้เห็น เป็นเวลาหลายปี ที่เราไปที่กุฏิ เราก็ไปนวด หลวงตา เพราะท่านก็ร่างกาย ก็ชราภาพไป มีอาการเส้นตึง เป็นตะคริวบ่อย ก็จะมีน้องผู้หญิงอีกคน มาวัด .พอมาถึง ก็เล่าเรื่องราวนั้นเรื่องนี้ ระบายออกมา หลวงตาก็ฟังเฉย .ผ่านไปเป็นปี ก็มาเล่าเรื่องราวอย่างนี้ เล่าระบาย .หมด ก็ลุกไปออกไป หลายตา ท่านก็บอกว่า มเค้ามาระบายทุกข์ รับายอารมณ์ที่ค้างคาใจ พอระบายหมด เค้าก็ลุกไป ไม่ได้มาถามอะไร แค่ระบายให้คนฟัง
ท่านก็บอกว่า หากเค้่าไม่ระบาย .ไม่อดทน ฟังเค้าเฉยๆ เค้าก็อกแตกตาย น้องเค้าก็เป็นอย่างนี้ มาวัดกลับไปบ้าน เรื่องราวที่พระท่านสอน ก็ไม่นำกลับไปพิจารณา ทบทวนแก้ไข นำไปฝึกหัด ก็รู้แค่ตอน ที่ฟังท่าน .พอออกจากกุฏิ ก็หายไปหมด อีกทั้งเวลานั่งสมาธิ ก็เห็นนั้นเห็นนี่บ่อย หลงคิดว่าตนเองทำได้ ที่แท้ เค้าหลอกให้หลง ตอนหลังเราก็ถามว่า อะไรทำให่เค้าเก็น ท่านก็บอกว่า เรื่องราวของไสยศาสตร์นั้นแหละ ที่ทำให่เห็น เหมือนผีเห็นผี
เรื่องราวการรับฟัง นั้น หากถามว่า มีความสุข มั้ย มันไม่มีความสุขหรอก มันต้องอดทน ฟังอารมณ์เค้าเรื่องราว ที่ว่า เป็นเหมือนขยะขี้โคลน ที่ติดมากัยกานกับจิต มันก็ระบายออกมา หูเร่ได้ยิน ตาเราเห็น ก็ไปสัมผัส สิ่งที่เป็นขยะ ลอยมากับอากาศ ไหลเข้ามาทางวิญญาณหก มันก็มาเกาะ ติดกาย วิญญาณหก ให้สกปรกไปด้วย เรื่องราวอย่างนี้ เรื่องราวอย่างนี้ คนฟังทำจิต ให้อารมณ์เป็นทานไม่ได้ ก็ยากที่จะรักษาจิตของตนได้ แหม. บางครั้งไม่ได้ระบายเปล่า มันมีผรุสวาท มีอารมณ์แรงออกมาด้วย .น้ำเสียงกระแทกกระทั้น ระคายหูเหลือเกิน
หากเรา ดูแล จิตตัวเองไม่เป็น ไม่ระมัดระวัง ก็จะไปรับอารมณ์เค้ามา เอาอารมณ์ของเค้ามายึดถือ ทุกข์มาก็วิ่งมาหาเรา ไปรัยกรรมของเค้ามา รับอารมณ์ของเค้ามาด้วย เกิดวิตกวิจารณ์ ไปตามเรื่องราวของเค้า จดจำทุกข์ของเค้ามา สะสมอยู่ในกาย แล้วคราวนี้ จะเอาออกอย่างไร
บางเรื่อง ก็รับฟังได้ ส่วนเรื่องราวปัญหา ขาดเงินทอง นี่ตัวใครตัวมันละกัน
โฆษณา