14 ก.ค. เวลา 14:07 • ดนตรี เพลง

Album Review: Xiu Xiu — Eraserhead Xiu Xiu (2026)

จากความสยองฝังใจในวัยเยาว์สู่ของขวัญชิ้นสุดท้ายอันยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนหยาดน้ำตาและความสูญเสียให้กลายเป็นบทสรุปอันแสนโรแมนติก
แนวเพลง: Dark Ambient, Drone, Sound Collage, Musique concrète, Noise, Industrial
การจากไปของ David Lynch ผู้กำกับภาพยนตร์และศิลปินระดับตำนานชาวอเมริกันในปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการภาพยนตร์โลกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวงการดนตรีร่วมสมัยที่เขาได้ฝากมรดกและอิทธิพลเอาไว้แก่ศิลปินรุ่นหลังมากมายมหาศาล ผ่านผลงานซาวนด์แทร็กประกอบภาพยนตร์อันบิดเบี้ยวและทรงพลังที่เขาประพันธ์ร่วมกับ Alan R. Splet และถ้าจะมีวงไหนบนโลกที่ซึมซับจิตวิญญาณความหลอนนี้ไปได้เต็มๆ คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Xiu Xiu วงดนตรีเอ็กซ์เพอริเมนทัลร็อกระดับแถวหน้าจากแคลิฟอร์เนีย
ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำวงอย่าง Jamie Stewart กับผลงานของ Lynch นั้นฝังรากลึกมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น นับตั้งแต่ที่เขาหลงเข้าไปดูภาพยนตร์ Twin Peaks: Fire Walk With Me ในโรงจนกลายเป็นความสยองฝังใจ และกลายเป็นต้นแบบวิธีคิดในการทำเพลงของวงที่ว่า “อยากทำเพลงที่โอบรับทุกอารมณ์อันหลากหลายไว้ในเวลาเดียวกัน โดยที่ยังคงสื่อสารประเด็นที่เฉพาะเจาะจงได้อย่างเฉียบคม”
หลังจากที่ในปี 2016 Xiu Xiu เคยปล่อยอัลบั้มคัฟเวอร์ Plays The Music of Twin Peaks จนได้รับคำชมอย่างล้นหลามมาแล้ว ในปี 2026 นี้ สองแกนหลักอย่าง Stewart และ Angela Seo ได้หวนคืนสู่จักรวาลอันมืดหม่นของ Lynch อีกครั้งเพื่อส่งคำไว้อาลัยแด่ไอดอลผู้ล่วงลับ โดยหยิบยกผลงานภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกอย่าง Eraserhead (1977) มาตีความใหม่ให้กลายเป็นฝันร้ายผ่านสุ้มเสียงในอัลบั้ม Eraserhead Xiu Xiu โปรเจกต์ที่ผสมผสานทั้งงานประพันธ์ดนตรีขึ้นใหม่และการคัฟเวอร์บทเพลงดั้งเดิมจากภาพยนตร์
ในแง่ของซาวด์ดีไซน์ดั้งเดิมที่เต็มไปด้วยซาวด์อินดัสเทรียลอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lynch และ Splet นั้น การจะเข้าไปแตะต้องถือเป็นเรื่องที่บ้าบิ่นมาก อย่างไรก็ตาม Xiu Xiu กลับมองว่านี่คือบททดสอบชั้นยอดในการทำลายกำแพงศิลปะของตัวเอง พวกเขาแปลงโฉมโลกขาวดำอันน่าอึดอัดของ Henry Spencer ตัวละครหลักของเรื่อง ให้กลายเป็นงานศิลปะจัดวางทางเสียงระยะสั้นที่โอบล้อมผู้ฟังด้วยบรรยากาศแห่งความวิตกกังวล ความกลัวในการเป็นพ่อคน และความเสื่อมโทรมของนิคมอุตสาหกรรมได้อย่างถึงแก่น
โครงสร้างดนตรีในอัลบั้มนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจนและมีจังหวะจะโคน โดยครึ่งแรกเปิดฉากด้วยไตรภาคขนาดจ้อยที่บีบอัดอารมณ์อย่างเชื่องช้า แทร็กเปิดตัวอย่าง “Viento” สาดคลื่นเสียงโดรนขนาดมหึมาที่ตัดสลับกับเสียงบันทึกภาคสนามและเสียงหวีดหวิว ก่อนจะแทรกด้วยไลน์ออร์แกนเย็นยะเยือกชวนหลอน ซึ่งเป็นการคารวะสุ้มเสียงแสนรื่นรมย์ปนสยองของ Fats Waller จากภาพยนตร์ต้นฉบับ
จากนั้นดนตรีก็พาดำดิ่งสู่วิหารแห่งความกลัวใน “Sleep Synth” และ “Tetra” สองบทเพลงความยาวเกือบ 10 นาทีที่รักษาสมดุลระหว่างความตลกขบขันและความสยองขวัญสไตล์ลินช์ (Lynchian) ได้อย่างยอดเยี่ยม เสียงสไลด์นกหวีดและเสียงหวีดร้องแปลกๆ อาจฟังดูน่าขันในตอนแรก แต่ความพยายามกดดันซ้ำๆ ของมันจะค่อยๆ ไต่ระดับความตึงเครียดจนถึงขีดสุด
โดยเฉพาะการแซมเปิ้ลเสียงกรีดร้อง “SHUT UP!” วนลูปของตัวละคร Mary X ท่ามกลางบีตกลองที่กระหน่ำรัวและเสียงเด็กร้องไห้เหนอะหนะที่ชวนสะอิดสะเอียนอยู่เบื้องหลัง จนทำให้การฟังผ่านหูฟังตัดเสียงรบกวนกลายเป็นการทารุณกรรมประสาทสัมผัสที่สมจริงอย่างยิ่ง
เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง อัลบั้มปรับทิศทางมานำเสนอผ่านบทเพลงขนาดสั้นที่มุ่งเป้าทำลายล้างอย่างเจาะจง “Steampipe” ซูมเข้าหาเสียงลมหายใจฟืดฟาดของท่อไอน้ำอุตสาหกรรม ก่อนจะเร่งเร้าด้วยการบีบอัดเสียงลูกโป่งจนกลายเป็นท่วงทำนองที่พุ่งทะยานสู่ฟรีแจ๊สอันโกลาหล
ขณะที่ “Smashy Smashy” ปลดปล่อยความเกรี้ยวกราดดิบเถื่อนในสไตล์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ และนอยส์ ชวนนึกถึงซาวด์ในอัลบั้มเก่าอย่าง Girl With Basket of Fruit (2019) ผ่านเสียงร้องบิดเบี้ยวแผดจ้าและการใส่แซมเปิ้ลเสียงเด็ดอย่าง “OKAY, PAUL!” เข้ามาเพิ่มเลเยอร์ความบ้าคลั่ง และหลังจากปูทางด้วยเสียงช็อตไฟฟ้าสั้นๆ ใน “Ether” อัลบั้มก็เดินทางมาถึงจุดผ่อนปรนอันงดงามและตราตรึงที่สุดในแทร็กปิดท้ายอย่าง “In Heaven” บทเพลงคัฟเวอร์ระดับไอคอนิกที่ Stewart ถ่ายทอดเสียงร้องสั่นเครือแผ่วเบาเลียนแบบเสียงกระซิบของภูตผี
คลอเคลียไปกับเสียงออร์แกนและระฆังที่ตีจังหวะช้าๆ ก่อนจะระเบิดออกด้วยเสียงแก้วแตกกระจายอันรุนแรงและป่าเถื่อน ซึ่งในเวอร์ชั่นแสดงสด Stewart ถึงขั้นโยนลังขวดแก้วลงถังขยะแล้วกวาดเศษแก้วอย่างรุนแรงเพื่อสร้างเสียงนี้ขึ้นมา มันคือบทสรุปที่สับสน โหดร้าย อบอวลด้วยความโรแมนติกที่แปลกประหลาด และงดงามอย่างเหลือเชื่อ
ในเวอร์ชั่นสตูดิโอนี้ Xiu Xiu ทำหน้าที่ขัดเกลาและเก็บรายละเอียดซาวด์ดีไซน์ได้อย่างคมชัดและทรงพลังกว่าพาร์ตแสดงสดอย่างเห็นได้ชัด ความน่ากลัวถูกนำเสนออย่างมีไดนามิก พลิ้วไหวอยู่ระหว่างความเงียบงันอันน่าสงสัยและความโกลาหลของเสียงกรีดร้องแบบอินดัสเทรียล
แม้อัลบั้มนี้จะมอบประสบการณ์ที่อึดอัดและรบกวนจิตใจอย่างรุนแรงประหนึ่งภาพยนตร์สยองขวัญแบบใต้ดิน แต่มันกลับเป็นงานที่เปี่ยมไปด้วยหัวใจและห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันก้าวร้าวรุนแรง Eraserhead Xiu Xiu จึงไม่ใช่แค่การลอกเลียนแบบความสำเร็จในอดีต แต่คือการสร้างโลกคู่ขนานที่บิดเบี้ยวและโดดเดี่ยวขึ้นมาใหม่ มันเป็นทั้งของขวัญและคำบอกลาชิ้นสุดท้ายที่ Xiu Xiu มอบให้แก่ David Lynch ผู้เป็นดั่งศาสดาได้อย่างสมศักดิ์ศรีและน่าเกรงขามที่สุดจริงๆ
คะแนน: 8.8/10
แทร็กไฮไลต์: Viento, Sleep Synth, Tetra และ In Heaven
โฆษณา