วันนี้ เวลา 04:05 • ปรัชญา

10 อย่าง ที่หมอดูแลคนไข้ระยะท้าย อยากบอกคุณ

1. ใช้ชีวิตเลย ไม่ต้องรอป่วย หลายครั้งได้ยินคนไข้หรือครอบครัวบอกว่า เสียดาย ว่าจะทำนู่นทำนี่ ยังไม่ได้ทำ มาป่วยก่อน ดังนั้น ชีวิตนี้ ถ้าคิดว่าอยากทำอะไรจริงๆ ให้ทำได้เลย การผัลดวันประกันพรุ่ง คือสิ่งที่หลอกหลอนคนไข้ระยะท้าย มากๆ
2. สุขภาพ คือสินทรัพท์ ที่ถูกประเมินค่าต่ำสุด หลายคนลงทุนในเรื่องต่างๆมากมาย แต่ไม่ได้ลงทุนในสุขภาพ เมื่อถึงวันที่เสียมันไปแล้ว หลายครั้งเอาอะไรไปแลกสุขภาพที่ดีกลับมาไม่ได้อีกเลย
1
3. สิ่งที่คนที่คุณรักต้องการจากคุณมากที่สุด คือ เวลา ไม่ใช่กระเป๋าหรู ไม่ใช่แหวนเพชร แต่มันคือ "เวลา" ถ้าคุณมีเวลาให้เขา อยู่ตรงนั้นกับเขาเต็มที่ ใช้เวลาที่มีคุณภาพร่วมกัน นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด
1
4. อย่ารอที่จะพูดคำว่า “ขอบคุณ” หรือ “ขอโทษ” โดยเฉพาะกับคนที่สำคัญในชีวิตคุณ เพราะบางครั้งคุณอาจจะได้เก็บมันไว้กับคุณตลอดไปก็ได้
1
5. คุณมีค่า แม้วันที่ทำอะไรไม่ได้
บางคนชอบยึดโยงคุณค่าความหมายการมีชีวิต กับงานหรือผลงานที่ทำ พอวันนึงไม่สามารถทำได้เหมือนเดิม ก็บอกว่าชีวิตไร้ค่า ซึ่งจริงๆแล้ว การเกิดมาเป็นมนุษย์นั้น เรามีคุณค่าตั้งแต่เกิดมา อย่าลืมว่าตอนคุณเกิดมาบนโลกนี้ คุณก็ทำงานไม่ได้ หาเงินไม่ได้ แต่พ่อแม่ก็รักคุณแบบไม่มีเงื่อนไข
1
ดังนั้น การมีอยู่ (being) ของคุณต่างหาก ที่มีคุณค่า ไม่ใช่การทำ (doing)
ข้อนี้สำคัญมาก เพราะเราชอบไปยึดกับคำว่า “ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน” ซึ่งมันคือกับดักความทุกข์ของคนที่ป่วยระยะท้าย
2
6. การคุยเรื่องความตาย ไม่ได้ทำให้ใครตายเร็วขึ้น การเตรียมตัวตาย ทำให้เราและคนที่เรารักเปิดใจคุยเรื่องนี้ได้ ซึ่งลดความวิตกกังวลไปได้มาก และทำให้การดูแลช่วงท้ายสมบูรณ์มากขึ้น
1
7. ไม่มีใครเสียใจที่ใช้เวลากับครอบครัว มากเกินไป คุยกับคนไข้มาเป็นพันเคส มีแต่คนที่เสียใจที่ใช้เวลากับคนที่เค้ารักน้อยเกินไป เอาจริงๆเมือคำว่าระยะท้ายมาถึง ใช้เวลาไปมากเท่าไหร่ มันก็เหมือนจะไม่พออยู่ดี ดังน้ันวิธีก็คือ ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป แล้วใช้เวลาของเราให้คุ้มค่ากับคนที่เรารัก
2
8. ความสุข ไม่ต้องรอเหตุการณ์ใหญ่ๆ จริงคนส่วนหนึ่งคิดว่า จะมีความสุขต้องไปเที่ยวนู่นนี่ ต้องมีเงินเท่านี้ ต้องมีนาฬิกาแบบนี้ หรือแม้แต่ต้องได้กินของบางอย่าง เอาจริงๆ คนเราชอบตั้งเงื่อนไขไปต่างๆ ถึงอนุญาตให้ตัวเองมีความสุขได้ ซึ่งแท้จริงแล้ว ความสุขมีง่ายมากๆ แค่วันนี้คุณตื่นขึ้นมา เดินเองได้ กินข้าวเองได้ ไม่ปวด ไม่เจ็บตรงไหน แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว อย่ารอให้ต้อง “เสียความปกติ” ถึงจะรู้คุณค่าของความปกติ
เหมือนที่แนตเซนต์หนังสือ “วันธรรมดา = วันที่มีความสุข”
1
9. “ให้อภัย” คือสิ่งที่ผู้ให้สบายใจกว่าผู้รับ หลายครั้งเราโกรธบางสิ่งบางอย่าง แบกสิ่งนี้ไว้โดยไม่รู้ตัว และบางครั้งไม่ได้ยอมรับด้วยซ้ำว่าเราโกรธ (เพราะเราชอบตีค่าความโกรธ ว่ามันไม่ดี) ซึ่งพอเราแบกสิ่งนี้ไว้โดยไม่รู้ตัว ก็ยากที่จะสบายใจขึ้น แต่ถ้าเรายอมรับว่าเราโกรธ และสามารถให้อภัยได้ เมื่อนั้นตัวเราก็จะเบา ดังนั้นการให้อภัย คือการปลดล้อคที่สำคัญมากๆ
10. ปัจจุบัน สำคัญที่สุด ความทุกข์ส่วนมากเกิดเมื่อเราคิดถึงอดีต และอนาคต ซึ่งเราควบคุมไม่ได้ ดังนั้น การ “รู้สึกตัว” และการกลับมาอยู่กับปัจจุบัน โฟกัสแค่ปัจจุบัน จึงเป็นทักษะที่สำคัญมากๆ สิ่งนี้สามารถฝึกฝนได้ตั้งแต่ตอนนี้โดยการทำ mindfulness
เผื่อว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆนะคะ
โฆษณา