•
15 ก.ค. เวลา 08:40 • ปรัชญา

รัฐศีลธรรม vs รัฐนิติรัฐ: หน้าที่ของรัฐสิ้นสุดลงตรงไหน เมื่อพลเมืองก้าวเข้าสู่พื้นที่อโคจร?

เรามักวิจารณ์ แนวคิดรัฐศาสนา หรือการนำหลักศาสนามากำหนดสิทธิของพลเมืองผ่านอำนาจรัฐ
แต่ถ้าเคสนี้ รัฐปฏิเสธการเยียวยาผู้เสียหายเพียงเพราะเห็นว่าเขาไม่ควรไปสถานที่อโคจรแบบนั้น แบบนี้ถือว่า เราก็กำลังปล่อยให้หลักศาสนามากำหนดการคุ้มครองของรัฐทางอ้อมมั้ย?
เพราะว่าตามแนวคิด Social Contract รัฐเกิดขึ้นเพื่อคุ้มครองชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงกำกับดูแลอาคาร การออกใบอนุญาต และบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัย
หากเกิดสาธารณภัยจากกิจการที่รัฐเป็นผู้กำกับดูแล รัฐย่อมมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และทบทวนระบบกำกับดูแลของตน
ซึ่งแน่นอนว่า ผู้ประกอบการเอกชน ต้องรับผิดในส่วนของผู้ประกอบการอยู่แล้ว แต่การที่เอกชนต้องรับผิด ไม่ได้หมายความว่ารัฐจะหมดหน้าที่ต่อประชาชน เพราะทั้งสองฝ่ายมีฐานความรับผิดคนละแบบ
รัฐย่อมมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พิจารณามาตรการเยียวยาที่เหมาะสม และทบทวนระบบกำกับดูแลของตน
แต่ที่สำคัญคือ สิทธิในการได้รับการคุ้มครองจากรัฐ ไม่ควรถูกตัดสินจากพฤติกรรมส่วนบุคคลหรือความเชื่อทางศีลธรรม แต่ควรตั้งอยู่บน หลักนิติรัฐ และ ความเสมอภาค ของความเป็นพลเมือง
หากเราใช้คุณค่าทางศีลธรรมเป็นเกณฑ์กำหนดว่าใครสมควรได้รับหรือไม่ได้รับความคุ้มครองจากรัฐ วันหนึ่งเราก็อาจต้องยอมรับตรรกะเดียวกันว่า คนที่บริจาคมากกว่า เสียภาษีมากกว่า หรือดำเนินชีวิตตามอุดมคติของคนส่วนใหญ่ สมควรได้รับความคุ้มครองจากรัฐมากกว่าคนอื่นด้วยหรือไม่?
นั่นแหละคือคำตอบว่า... สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน คือการได้รับความคุ้มครองจากรัฐอย่างเสมอภาค
ส่วนการเยียวยาเป็นมาตรการที่รัฐอาจจัดให้ตามกฎหมายและความรับผิดของรัฐในแต่ละกรณี
เพราะในระบอบนิติรัฐ รัฐมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิของประชาชน ไม่ใช่ตัดสินคุณค่าของประชาชนก่อนจะคุ้มครองสิทธินั้น
#รัฐศาสตร์ #กฎหมายมหาชน #นิติรัฐ #สัญญาประชาคม #การบริหารภาครัฐ #ฅนตื่นธรรม
โฆษณา