วันนี้ เวลา 01:04 • ความคิดเห็น
เมื่อก่อน นั้น ก็ไม่รู้จัก คำว่า อารมณ์ ที่มันไหล ออกมาทาง วาจา เสียงที่เปล่ง ไปกระทบรูหู ยิงเข้าไปที่สมอง เสียงที่พูด น้ำเสียงต่ำๆ ทำนอง ว่า เนื้อเสียงที่พูด มันมีเหมือนมีดกรีด บาดเจ็บ มันก็ไม่พอใจ ทำนองเหมือน ถูกยุงกัด มันทนไม่ไหว .ตัวทิฐิไม่ยอม แหม..มาทำเราเจ็บ เหมือน ยุงกัด ตัวอัตตารักชีวิตตนเอง มันเจ็บมัน เร่าร้อน .อารมณ์มันเป็นไฟ ลุกพรึบขึ้นมา หน้าแดงหน้าดำ .โมโห .ไอ้ตัว ยักษียังขมูขี ก็แสดงออกมา จะเป็นตัวอันธพาลเสียให้ได้
พอเราฝึกหัด รู้จัก เรื่องราวสติสัมปชัญญะดีขึ้น อ้อ.นั่นมันวาจาของเค้า อารมณ์ของเค้า ไม่ใช่ของเรา เราก็ระมัดระวัง . ไม่ให้ตัวทิฐิไม่ยอม มาโผล่ ขึ้นที่กายเรา ส่วนมาก เราสงบเสงี่ยมเจียมตัว มันก็ไม่ค่อยมีเรื่องราวอย่างนี้ไม่ค่อยได้ ยินเสียงต่ำๆแบบนี้ ที่น้ำเสียงที่ไม่เป็นมงคล แต่นั่นแหละ คนเรามันก็ มีตา มีหู สามารถ ที่มองทะลุนิสัย สีราศรี ที่แสดงนิสัย นั้นได้ ว่าคนที่รู้จักเพื่อนฝูง นสัยใจคอเป็นอย่างไร คนไหนน่าคบ ครไหนไม่น่าคบ .ไอ้คนไหนมันกักขฬะ วาจาสามหาว มันรู้จักได้ อ่านได้
มีคนแหย่ ก็มีคนคัน รู้ไม่เท่าทัน ก็พ่ายแพ้ อับจนปัญญา .
.มีเด็กน้อย สามสี่ขวบ เราชวนไปวัด ไปหาหลวงตา เด็กน้อยพูดว่า ไม่ไปหาหาหรอก หลวงตาท่าน ดูออกว่า นึกคิดอะไรอยู่..เด็กน้อย บอกว่า กลัวหลงตารู้ . เราก็อดขำไม่ได้ ว่า เด็กน้อยมันรู้ได้อย่างไร .เราเอาเรื่องนี้ไปถามหลวงตา . ท่านก็บอกว่า เด็กน้อยนั่นเค้า สอนจิตเราน่ะ
โฆษณา