วันนี้ เวลา 08:23 • ความคิดเห็น
การสร้างสติ ปัญญา .อาศัยกายนิ่ง จิตนิ่ง
การที่จะทำจิตทำใจ ปลดปล่อยเรื่องราวของกรรม การที่จะไปรู้เรื่องราวของกรรมก่อน เอาทุกข์ก่อน เพราะความคิดของเรา ตื่นขึ้นมา ไม่มีเรื่องอะไร คิด..ทำไอ้โน้นไอ้นี่ มีแต่กรรมทั้งนั้น จึงต้อง ..ลืมตาขึ้นมา ก็จะต้อง มาศึกษาเรื่องราวของกรรม กรรมนั้นมีทุกข์ หรือ สุข เราก็จะมองเห็น..สัจจะธรรม
.มีทุกข์ ทุกข์จากกายบ้าง ทุกข์จากวาจาบ้าง จากใจบ้าง เสร็จแล้ว มันก็เป็นทุกข์ทั้งนั้น เมื่อมีเวลาใช้สติปัญญาของเรา ส่งไปให้จิตพิจารณา ว่าสิ่งนั้น มันเป็นทุกข์ ทุกข์แล้วเรามีความสบายมั้ย แล้วสิ่งนั้นมันอยู่กับเรา มันก็อยู่ยาวนาน แต่มันก็ไปจากเราเหมือนกัน แม้แต่สุข อยู่ได้ไม่นาน เค้่าก็ไปจากเรา แต่กายยังตั้งอยู่ ยังไม่ฉลาด แล้วเดี๋ยวๆ ก็มาอีกแล้ว เรื่องนั้นเรื่องนี้เกิดขึ้น
เพราะความนึกคิด ความคิดต่างๆเกิดขึ้น ทำให้ไม่มีสติสัมปชัญญะที่ดี ก็ต้องตาม ให้จิตของเราตามมันไป ตามตัวอุปโลกน์ขึ้นมา บางครั้งก็ขอบใจ บ้างครั้งไม่ชอบใจ มีการเสียใจ น้อยใจ มีความโมโห แล้วก็มีการยึดเกิดขึ้น สิ่งต่างๆเหล่านี้ ไม่มีใครเค้าให้เรา เกิดจากความคิดของเรา แต่ความคิด นี้ จะคิดไม่ใช่ เราจะคิดธรรมดาไม่ เราทำไว้ทั้งนั้น แล้วก็จับเอามาใหม่ มาปรุงแต่ง ให้เป็นเรื่องเป็นราวเกิดขึ้น มีคิด มีความไม่พอใจ มีความโกรธ มีความหลงเกิดขึ้น อะไรต่างๆนานา แล้วแต่เราคิดขึ้นมาเกิดขึ้น
เมื่อเรามีสติสัมปชัญญะ เราก็ตั้ง หาสติ ให้คู่กับจิตของเรา เพื่อจะไปอยู่ร่องรอยที่ ที่คิดขึ้นมาแล้ว มีเราอะไรบ้าง เข่น เราอยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้ แล้วเราก็เป็นทุกข์ พิจารณาไม่ถึง
เมื่อเราได้มาแล้ว เราก็ถาม ถามว่า อารมณ์มีสุขมั้ย .มันบอกว่า..มีสุจ แต่กว่าจะได้มา ก็ต้องสร้างทุกข์กันเสียอีกแล้ว มีตัวยึดเกิดขึ้น ว่าสิ่งนั้นว่าเป็นของตัวเอง แต่ไม่รู้เลยว่า เป็นของตัวเอง มันจะอยู่กับเรา .เราจะอยู่ได้นานแค่ไหน หรือ มันแค่ ..ผ่านทางแล้วก็จากไป โลกธรรมแปดมันก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วก็ดับไป รูปเวทนา สังขารต่างๆ ก็เปลี่ยนไปอยู่เรื่อยหาคงที่ไม่
แม้แต่สังขารของเราก็ไม่ได้อยู่คงที่ แสดงว่า สังขารนี้ เราอาศัย ถ้าเป็นของเรา เราก็จะบังคับให้มีเป็นรูปปั้น บังคับไม่ให้แก้ ไม่ให้เจ็บ ไม่ให้ตาย ตั้งอยู่เป็นเสาปูนไปอยู่อย่างนี้ บังคับไม่ให้แก่ ไม่ให้เจ็บไม่ให้ตาย ให้มันตั้งเป็นเสาปูนเลย ถ้าปล่อยให้มันเดินไปอีก มันก็มีแต่รูปร่างต่างๆ ก็จะเปลี่ยนแปลงไป ตามรูปเวทนา ของขันธ์ห้า
ฉะนั้นเมื่อไม่ใช่ของเราก็ แสดงว่า เรายืมโลกเค้ามาใช้ ใช้เพื่อให้รู้จักกรรม แล้วปลดเปลื้องเรื่องของกรรมออกมา เป็นบุญบารมี มีอะไรยบ้างมีกรรมเนี่ย เราก็ต้องมาสร้างสติของเราก่อน สร้างกายภาวนาเกิดขึ้น เดินตามรอยองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าที่ท่านมีปัญญามา
ท่านทำอะไร ท่านทำอย่างไร ถึงมีปัญญา จึงมีสติ ต้องคั้งสติอย่างไร มานั่งกายนิ่ง จิตนิ่ง เดินก็จิตเฉย นั่งก็ กายนั่งเฉย จะเดินก็นิ่ง เค้าเรียกว่า ขยับขยาย ที่เราสร้างสติอยู่ที่ลมหายใจเข้าออก เมื่อมันเป็นหนึ่ง สิ่งทั้งหลายก็หนึ่ง ที่หนึ่งที่เป็นสติ นั่นคือของเรา เพราะเราสร้าง สร้างมาจากจิตที่ คอยดูแลเรื่องราวต่างๆ ว่า เราควรจะยึดต่อไปมั้ย หรือ ปลดเปลื้องออกไป แต่ละอย่างๆ ของไม่ใช่ของง่าย แต่่ก็ ไม่ใช่เป็นของยาก
โฆษณา