16 ก.ค. เวลา 09:57 • สิ่งแวดล้อม

เมื่อคุณเห็นกับตาว่า "โลกร้อน"

วันนี้ ผมได้มีโอกาสฟัง อาจารย์เปิ้ล รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ มาพูดให้ฟังเป็นครั้งแรกในการอบรม Net Zero #3
ผมว่า ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสมาเข้าร่วมการอบรมนี้ อาทิตย์ที่แล้ว มีเพื่อนร่วมรุ่นพูดให้ฟังว่า บางที การที่จะบอกว่า โลกร้อน ถึงเวลาแล้วที่เราต้องทำอะไรสักอย่าง บอกกันปากเปียก ปากแฉะ เอาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาเล่าให้ฟังแค่ไหน คนก็อาจจะไม่สนใจ ไม่อิน ไม่เก็ต บางทีมันต้องอาศัยอะไรอย่างอื่น ไม่ว่าอาจจะเป็นความเชื่อ การโน้มน้าว แต่ที่ดีที่สุด คือ การเห็นผลกระทบของโลกร้อนเองกับตา
อาจารย์เปิ้ล เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้เห็นผลกระทบโลกร้อนดังกล่าวที่ชัดเจนกับตาตนเอง และได้มีโอกาสไปทั้งขั้วโลกเหนือ และขั้วโลกใต้ หลายครั้ง เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ร้อนขี้นอย่างชัดเจน เห็นผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมในทุกๆ มิติ ได้เห็นหมีขาวที่หากินยากขึ้น
จนต้องหันมากินไข่นก จนทำให้นกแทบสูญพันธ์ุ ได้เห็นนกเพนกวินที่อยู่บนแผ่นน้ำแข็งที่หลุดออกมา จนต้องตายยกฝูง เพราะว่ายน้ำกลับไม่ไหว ได้เห็นลูกนกที่ต้องตาย เพราะพ่อแม่หาอาหารไม่ได้ง่าย ต้องทิ้งลูกนกตามลำพัง เพื่อไปหาอาหาร ได้เห็นบริเวณขั้วโลกที่แทบจะมองไม่เห็นน้ำแข็ง เพราะอากาศอุ่นจนน้ำแข็งละลาย
มันกำลังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า โลกกำลังเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปเร็วขึ้นเรื่อยๆ และกำลังอาจจะถึงจุดที่มันหยุดไม่อยู่แล้ว
ผมเองเชื่อว่า ต่อให้คนที่อาจจะไม่เชื่ออย่างท่านประธานาธิบดี ถ้าท่านได้ไปเห็นเหมือนที่อาจารย์เปิ้ลเห็น ก็คงจะต้องเปลี่ยนความเชื่อเป็นแน่
ทีนี้ สำหรับเมืองไทยเรานั้น เป็นหนึ่งในประเทศต้นๆ ที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนหนักที่สุด แต่เรากลับเป็นหนึ่งในประเทศต้นๆ ที่สร้างมลภาวะ สร้างขยะ สร้างก๊าซเรือนกระจกด้วยเช่นกัน คนส่วนใหญ่ของประเทศสนใจแต่ปากท้อง สนใจแต่ความสบาย
แต่ลืมว่าการกระทำของตัวเองส่งผลกระทบกับโลกนี้อย่างไร ผมก็ยังนึกไม่ออกว่า อะไรจะมาปลูกสำนึกให้คนไทยเปลี่ยนแปลงได้ รัฐบาลเองก็ไม่ได้ดูเอาจริงเอาจังมาก กว่าจะเข็น พ.ร.บ. อากาศสะอาด ออกมาได้ ก็ผ่านหลายสภา หลายรัฐบาล ส่วน พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ก็ยังไม่ออกมา ผู้ประกอบการเองก็ยังไม่พร้อมกับการเปลี่ยนผ่าน
อยากให้คนไทยทุกคนได้มีโอกาสเห็นด้วยตา เหมือนอย่างที่อาจารย์เปิ้ลเห็นบ้างจังครับ เราจะได้ลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างกันอย่างพร้อมเพรียงสักที
โฆษณา