16 ก.ค. เวลา 12:04 • ข่าว

ความบัดซบ (บัด = สิ้นไป ซบ = สัพพะ/ทั้งหมด) "ณ​ ลาดพร้าว" ของโครงสร้างกฎหมายไทย

ผมเป็นคนสนใจเรื่อง "อุบัติเหตุ" ทุกประเภท และชอบหาข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่เรื่องไฟไหม้ ซานติก้าผับ เอกมัย ซ.9 (ที่มีผู้เสียชีวิต 67 คน บาดเจ็บ 222 คน) ปี 2551 จนถึงเคส Mountain B ที่สัตหีบ ที่มีผู้เสียชีวิต 26 คน มาจนถึงเคสโรงเบียร์​​ ณ ลาดพร้าวที่มีผู้เสียชีวิต 27 คนเลยทีเดียว ทุกครั้งที่เกิดเหตุ ผมก็จะมานั่งสงสัยว่า ทำไม ประเทศนี้มันถึงเป็นอย่างนี้ (วะ)
ถ้านักข่าวท่านไหนเอาไปทำข่าว ยินดีเลยนะครับ
สิ่งที่ผมพบเจอ คือ มันเป็นเพราะความเลวร้ายของกฎหมายไทยครับ ผมต้องบอกว่า นักกฎหมายไทยที่ทำงานกัน พอเจอกับสภาพระบบนิติบัญญัติไทย ก็ต้องทำอะไรแบบ "มักง่าย" พอๆ กับเหตุที่เกิดเพลิงไหม้เลยทีเดียว
เรื่องนี้มันเรื่องต้นมาจาก พรบ. ชื่อดูธรรมดาๆ ชื่อ พรบ. สถานบริการ พ.ศ.​ 2509 ถ้าไปอ่านดีๆ มันออกมาเพื่อควบคุมการประกอบกิจการสถานบริการ ให้ไม่ดำเนินกิจการไปในลักษณะที่ขัดต่อความสงบ เรียบร้อย ศีลธรรม วัฒนธรรม และประเพณีอันดีของชาติและไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน
อ่านง่ายๆ มันแปลว่าอะไรเหรอครับ เอาจริงๆ "สถานบริการ" นั้นมันเขียนด้วยความหน้าบาง เอาจริง มันเขียนทางอ้อม โดยนิยาม "สถานบริการ" ว่า
1) สถานเต้นรำ รำวง หรือรองเง็ง เป็นปกติธุระประเภทที่มี และประเภทที่ไม่มี คู่บริการ เช่น ไนต์คลับ บาร์ สถานที่มีเวทีหรือพื้นที่สำหรับเต้นรำ หรือลีลาศ
(2) สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายและบริการ โดยมี ผู้บำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกค้า เช่น โรงน้ำชา
(3) สถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัว ซึ่งมีผู้บริการให้แก่ลูกค้า เช่น อาบ อบ นวด
(4) สถานที่ที่มีอาหารสุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายหรือให้บริการ โดยมีรูปแบบ
อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(ก) มีดนตรี การแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง และยินยอมหรือ ปล่อยปละละเลยให้นักร้อง นักแสดง และพนักงานอื่นใด นั่งกับลูกค้า เช่น ผับ
(ข) มีการจัดอุปกรณ์การร้องเพลงประกอบดนตรีให้แก่ลูกค้า โดยจัดให้มีผู้บริการขับร้อง เพลงกับลูกค้า หรือยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้พนักงานอื่นใด นั่งกับลูกค้า เช่น คาราโอเกะที่มีเด็กนั่งดริ้ง
(ค) มีการเต้นหรือยินยอมให้มีการเต้น หรือจัดให้มีการแสดงเต้น เช่น เธค
(5) สถานที่ที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย โดยจัดให้มีการแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใด เพื่อการบันเทิง ที่ปิดทำการหลังเวลา 24.00 นาฬิกา เช่น สวนอาหารที่มีการแสดงดนตรี และเปิดให้บริการเกิน 24.00 นาฬิกา
(ตอนหลังมีแก้กันอีกหลายรอบให้เพิ่มโน่นเพิ่มนี่อีก)
เอาจริง มันแปลว่าอะไรเหรอครับ จริงๆ มันแปลอ้อมๆ ว่า สถานบริการ "ทางเพศ" หรือสถานบริการที่อาจจะคล้ายสถานบริการ "ทางเพศ" หรือ สถานที่ที่อาจจะส่งเสียงดัง และห้ามไม่ให้ตั้งใกล้วัด ใกล้สถานศึกษา โรงพยาบาล หอพัก ใกล้ที่อยู่อาศัยครับ
กฎหมายโคตรโบราณออกมา 60 ปีแล้ว แต่แค่นั้นยังไม่พอความโบราณกว่า คือ การไปจำกัดพื้นที่ที่มี"สถานบริการ" ได้ โดยมี พรฏ. กําหนดพื้นที่ตั้งสถานบริการในกรุงเทพมหานคร พ.ศ.​ 2545 ออกมาระบุว่า
ทั้ง กทม. เนี่ย มีที่ที่มีสถานบริการได้แค่ที่ พัฒนพงศ์​ เพชรบุรีตัดใหม่ และรัชดาภิเษก เอาง่ายๆ คือ พื้นที่โลกีย์นั่นแหล่ะ นอกนั้นห้ามเปิดให้บริการ ไม่งั้นผิดกฎหมาย (เลวกว่านั้น คือ มี พรฏ ออกมาปี 2561 สั่งว่า 22 จังหวัดในไทย ห้ามมีสถานบริการ ทั้งจังหวัด!)
แต่หลังจากนั้น มีเคสของซานติก้าผับ นักกฎหมาย ก็ไปตามหาว่า เอ จะออกกฎหมายใหม่ควบคุมเคสแบบนี้ไม่ให้เกิด ทำไงดีกว่า แต่ไม่เจอกฎหมายแม่ดีๆ เลยไปคว้า พรบ. สถานบริการ พ.ศ.​ 2509 มาใช้ แล้วไปออก กฎกระทรวงกำหนดประเภทและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการเป็นสถานบริการ พ.ศ. 2555 มาเป็นกฎหมายลูกของ พรบ. นี้
(แต่ดันใช้เวลา 3-4 ปี กว่าจะออกไอ้กฎกระทรวงนี้ออกมาได้!) เพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยอาคาร โดยระบุว่า สถานบริการที่เข้าข่าย ต้องมีการออกแบบระบบดับเพลิง มีทางหนีไฟ มีการออกแบบอาคารโดยใช้วัสดุกันไฟ เป็นต้น
ดังนั้นกฎหมายที่ออกมาเพื่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดี (แบบจอมปลอม) จู่ๆ เลยกลายมาเป็นกฎหมายควบคุมความปลอดภัยของอาคารขึ้นมาได้
แต่พอไปออกกฎแบบนี้ออกมา ดันไม่ได้ไปดูกฎหมายดีๆ เลยกลายเป็นว่า ใครๆ ก็ขอใบอนุญาต "สถานบริการ" ไม่ได้ ถ้าไม่ได้อยู่ในพื้นที่บาปสามพื้นที่นั้น ใครๆ ก็เลยต้องเลี่ยงบาลีไปเปิด "ร้านอาหาร" แทน
ใครๆ ที่เปิดสถานที่ที่มีคนเยอะๆ ที่ควรจะเข้าข่าย "สถานบริการ"​​​ (ที่ไม่ใช่ทางเพศ) ก็เลยไม่เข้าข่ายตามกฎกระทรวงนี้ เลยทำให้กฎที่ออกมาเพื่อความปลอดภัยดันไม่มีประโยชน์อย่างที่ตั้งใจไว้
ในต่างประเทศ แทนที่จะมาทำอะไรแบบนี้ (อย่างของสหรัฐอเมริกา) เขาจะระบุไปเลยว่า สถานที่ประกอบธุรกิจ แต่ละที่จะมีคนใช้บริการได้ไม่เกินกี่คน แล้วถ้ามีคนเข้าไปใช้บริการสูงสุดได้ X คน ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยอย่างไร ถ้ามีคนเข้าไปใช้พื้นที่เกินก็ผิดกฎหมาย ถ้ามีคนใช้เยอะ แต่อาคารไม่ปลอดภัย มีการตั้งอะไรขวางทางออก ไม่มีป้ายบอก ประตูหนีไฟไม่ได้มาตรฐาน จะโดนสั่งปิดหมด แต่ของไทยเรา ยกเว้นโน่นนี่นั่น ไม่ได้สนใจความปลอดภัยของประชาชนเลย!
นี่แหล่ะ ระบบกฎหมายเมืองไทย ตอนออก ออกกันมาแบบนี้ เลิกฝันเลย ว่าจะทำ regulatory guillotine ได้ง่ายๆ ตอนออกกฎหมาย ออกกันแบบมักง่ายแบบนี้ ตอนแก้ แก้กันเป็นลิงแก้แหแน่ๆ
โฆษณา