วันนี้ เวลา 04:00

การพัฒนาดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โดยใช้ข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์

งานศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ (Economic Sentiment Index: ESI) จากข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเป็นเครื่องชี้ทางเลือกที่มีจุดเด่นด้านความทันสถานการณ์ ต้นทุนจัดทำต่ำ และครอบคุมฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยยกระดับการติดตามภาวะเศรษฐกิจและลดข้อจำกัดของดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบันที่ส่วนใหญ่พึ่งพาการสำรวจ ซึ่งมีความท้าทายในเรื่องระยะเวลาการรายงานผล ทรัพยากรในการจัดเก็บข้อมูล และขอบเขตของกลุ่มตัวอย่าง
ผลการศึกษาพบว่า การจำแนกทัศนคติข้อมูลด้วย Large Language Model มีความแม่นยำสูงถึงร้อยละ 83 เมื่อเทียบกับเกณฑ์อ้างอิงที่ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งการใช้ระบบประมวลผลอัตโนมัติดังกล่าว นอกจากจะช่วยยกระดับกระบวนการทำงานที่พึ่งพาบุคคลในการประเมินเนื้อหาทีละข้อความ และลดต้นทุนและระยะเวลาในการประมวลผลได้อย่างมีนัยสำคัญแล้ว ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผลของดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจออกมามีความแม่นยำและน่าเชื่อถือ
โดยจากการศึกษาพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นแบบรายวัน สามารถสะท้อนผลกระทบของเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจได้อย่างแม่นยำ ทั้งในทิศทางเชิงบวกและเชิงลบ
นอกจากนี้ จากการทดสอบทางสถิติ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นแบบรายเดือน มีคุณสมบัติเป็นเครื่องชี้นำ (Leading indicator) โดยสามารถส่งสัญญาณสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจได้ล่วงหน้าก่อนดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (Business Sentiment Index; BSI) ถึง 2 เดือน และส่งสัญญาณล่วงหน้าก่อนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index; CCI) เป็นเวลา 1 เดือน
ผลลัพธ์ข้างต้น แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ถูกสร้างใช้ฐานข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และมีต้นทุนต่ำ ซึ่งช่วยยกระดับการติดตามภาวะเศรษฐกิจ ตลอดจนสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการวางกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและเท่าทันต่อสถานการณ์
ผู้จัดทำ
บูรณ์เมตต์ วิวัฒนานุกูล
Stat Horizon กรกฎาคม 2569
ธนาคารแห่งประเทศไทย
โฆษณา