Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เขียนไว้ให้เธอ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 17:02 • ความคิดเห็น
ไม่หล่อคือสินทรัพย์
“หมอไม่เหมาะกับงานนี้หรอก งานทำศัลยกรรมเขาอยากได้หมอดูดี หมอผิวคล้ำ ผอมกะหร่องไม่มีราศีแบบนี้ อยู่วงการนี้ยาก”
ผมเจอหมอกอล์ฟ ธนพล มารัตนะ ครั้งแรกก็เป็นตามคำบรรยายแบบนี้่จริงๆ ดูยังไงก็ไม่มีทรงเป็นหมอศัลยกรรมจมูกปากที่ภาพขายต้องแนวหมอหนุ่มเกาหลี ผิวขาว มีกล้าม หน้าออร่าจับตามบิลบอร์ด หมอกอล์ฟนี่คือตรงข้ามเลย ดำ ผมม้า ใส่แว่นหนาๆ ตัวผอมแห้ง อย่าว่าแต่เป็นหมอศัลย์เลย เป็นหมอยังดูไม่เหมือนเลยด้วยซ้ำ
หมอกอล์ฟเล่าแบบยิ้มๆถึงจุดเริ่มต้นของอาณาจักรคลีนิคโซวอนและคลีนิคทันตกรรม teeth talk ที่ปีนี้น่าจะแตะพันล้านแล้ว วันที่โดนดูถูกเรื่องหน้าตาและปรามาสว่าน่าจะไม่รอดคงเป็นจุดต่ำสุดของอาชีพความเป็นหมอ เพราะหมอกอล์ฟไปทำงานใช้ทุนอยู่ใต้หลายปี ไปเรียนวิชาเสริมจมูกที่หาดใหญ่จากอาจารย์หมออีกคน และคิดว่าจะกลับเข้ากรุงเทพฯเพื่อหางานทำและใช้หนี้ให้แม่ เจอดอกแรงๆหลายดอกก็ดูไม่น่ามีอนาคตเท่าไหร่
ผมก็เลยสนใจว่าหมอหน้าตาไม่ดีคนนี้ที่แทบไม่มีใครอยากรับ ขยายอาณาจักรพันล้านได้อย่างไร…
หมอกอล์ฟเล่าถึงช่วงที่กลัวไม่มีงานทำ เดินสมัครงานคลีนิคแถวลาดพร้าวทุกคลีนิคเป็นร้อยคลีนิค โดยคำปรามาสเรื่องหน้าตาจากหมอเจ้าของคลินิกบ้าง แม้แต่พนักงานบางคลีนิคก็แนะนำว่าให้ไปเป็นหมอด้านอื่นเถอะ ด้านนี้ไม่น่ารุ่ง แต่ก็เพียรพยายามจนได้งานที่คลีนิคแห่งหนึ่งในที่สุด
ผมถามหมอกอล์ฟว่าได้ยินแบบนั้นแล้วโกรธหรือท้อมั้ย หมอกอล์ฟก็บอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไร ก็เรามันหน้าตาไม่ดีจริงๆ เขาพูดก็ถูกของเขา
พอหมอกอล์ฟได้งาน ก็อาศัยลูกขยันและความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจคนไข้เป็นจุดเด่นมากลบหน้าตา หมอกอล์ฟเคยเป็นเด็กติดเกมส์ รู้ดีถึงการเก็บเงินทั้งชีวิตเพื่อไปซื้อคอมพ์ คนไข้ในสมัยนั้นบางคนก็เอาเงินเก็บทั้งหมดที่มีมาทำจมูก เพราะเป็นความฝันของเขา หมอกอล์ฟก็เลยพยายามทำความเข้าใจลูกค้าแต่ละคน ใช้เวลาอธิบายและดูแล รับฟัง ทำให้หมอกอล์ฟเริ่มมีลูกค้าที่ติดใจและบอกต่อมาเรื่อยๆ
ด้วยความที่อยากใช้หนี้ให้แม่และอยากมี impact มากกว่ารักษาคนไข้ทีละคน หมอกอล์ฟมีความตั้งใจที่จะไม่เป็นหมอตลอดชีวิต แต่พยายามเรียนรู้ระบบการจัดการคลินิกระหว่างเป็นหมอ จนรวบรวมเงินเก็บได้สองแสน เปิดคลินิกแรกใต้คอนโด หมอกอล์ฟบอกว่าดูแย่กว่าคลีนิคเถื่อนอีก และพอเก็บเงินได้อีกก้อนเจ็ดแสน ก็มาเปิดคลินิกที่ใหญ่ขึ้น
หมอกอล์ฟเล่าว่าด้วยความไม่ประสีประสา ก็โดนผู้รับเหมาโกงแล้วหนีไป แต่โชคดีเหลือโฟร์แมนที่นิสัยดีพยายามช่วยให้คลีนิคเสร็จโดยไม่เอากำไรจนสร้างเสร็จ หมอกอล์ฟเล่าว่าโฟร์แมนคนนี้เป็นคนดี ทำตามที่รับปาก หลังจากนั้นคลินิกที่ตามมาทั้งหมดก็ให้เขาทำและแนะนำโฟร์แมนให้เพื่อนจนเปิดบริษัทรับเหมาได้ เป็นเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจที่ไม่ได้ต่างจากวิธีของหมอกอล์ฟอยู่เหมือนกัน
พอมีคลินิกของตัวเอง หมอกอล์ฟก็ชอบเรียนรู้ ชอบงานการตลาดและการดูแลคนไข้ในระดับที่อยากกลับมาอีกและแนะนำเพื่อนต่อ รวมถึงการชวนหมอที่เก่งๆและที่หมอกอล์ฟบอกว่าสำคัญที่สุดคือ “นิสัยดี” ซึ่งหมอกอล์ฟบอกเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุด
พอขยายถึงจุดหนึ่ง พนักงานเริ่มมีทะเลาะกัน ขัดแย้งกันวุ่นวาย หมอกอล์ฟกับภรรยาเลยคิดว่าสองคนยังไม่เข้าใจเรื่อง “คน” พอ ก็เลยตัดสินใจไปลงเรียนหลักสูตร เรียนคอร์สที่เกี่ยวกับความเข้าใจคน การบริหารจัดการคนเยอะมาก
ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากๆ และทำให้องค์กรก้าวกระโดดหลังจากนั้น…
หมอกอล์ฟบอกว่าคลาสไหนสอนเรื่องคนดี หมอกอล์ฟไปหมด ตั้งแต่เสมสิกขาลัย ซาเทียร์โมเดล Non vilolent communication. 7 habit ฯลฯ เรียนจนเข้าใจตัวเองมากขึ้น หมอกอล์ฟใช้คำว่า “อนุญาตให้มันเป็น” แล้วเอามาเขียนหลักสูตรผสมผสานเป็นของตัวเองสอนพนักงาน ใช้หลักในการตัดสินใจบนพื้นฐานความเป็นมนุษย์ ถ้ามีปัญหาขายไม่ได้ ลูกค้าไม่พอใจก็ไม่เน้นขาย เน้นเข้าใจคนไข้ เข้าใจลูกค้าให้มากที่สุดก่อน
ถ้าเราช่วยเขาเต็มที่ ด้วยความเต็มใจ เดี๋ยวเขาก็กลับมาเอง… หมอกอล์ฟตกผลึกไว้แบบนั้น
หมอกอล์ฟมีวิธีคิดง่ายๆว่า หน้าที่ของหมอกอล์ฟคือหาคนเก่งเข้ามา แล้วใช้ soft side บริหารให้เขามีความสุข ให้โอกาสเขาเติบโต และเปล่งศักยภาพเต็มที่ โดยตัวเองเป็นโค้ชให้น้องๆพนักงาน
ตอนนี้ Sowon และ teeth talk มีพนักงานแตะพันคน รายได้แตะพันล้าน ด้วยหลักการที่หมอกอล์ฟเล่า ผมก็ถามหมอกอล์ฟว่ารู้สึกมั่นคงในชีวิตหรือยัง หมอกอล์ฟบอกว่ามั่นคงตั้งแต่ใช้หนี้แม่หมดแล้ว แต่ที่ขยายอยู่และมีความฝันใหญ่มากๆต่อก็เหมือนกับการเล่นเกมส์เก็บแต้มมากกว่า เพราะตอนเด็กๆหมอกอล์ฟก็เป็นเด็กติดเกมส์ สนุกกับการผ่านด่านยากๆ ผ่านไม่ได้ก็ได้เรียนรู้แล้วเอาใหม่ ก็เลยเป็นวิธีคิดที่สนุกกับการขยายธุรกิจในตอนนี้
ซึ่งก็ได้แนวคิดนี้มาจากหนังสือ principal ของ Ray dalio นอกจากหลักสูตรที่ไปเรียนแล้ว หนังสือก็คือขุมทรัพย์ความรู้ที่ทำให้หมอที่ไม่หล่อ เริ่มจากศูนย์คนหนึ่งมาถึงตรงนี้ได้
ผมถามต่อว่าแล้วพอมีตังค์แล้วทำไมไม่หยุดไปใช้ชีวิต หมอกอล์ฟบอกว่าเคยไปลองไม่ทำอะไรยกเว้นถ่ายรูปเล่นอยู่สามเดือน แล้วก็ไม่มีความสุขเพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หมอกอล์ฟกับสนุกกับการขยายอาณาจักรมากกว่า ไม่ใช่เพราะเงินแต่เพราะความท้าทายและมีความสุขที่ได้เห็นน้องๆที่ทำงานด้วยกันเติบโต มีอาชีพการงานที่ดี รู้สีกว่าได้เปลี่ยนชีวิตคน ซึ่งแฟนหมอกอล์ฟก็มีความฝันร่วมกันว่าอายุ 80 ก็เห็นภาพตัวเองนั่งกินข้าวร่วมกับลูกน้องที่แก่มาด้วยกันอีกร้อยคนเช่นกัน
ผมถามคำถามสุดท้ายว่า หมอกอล์ฟเลือกหมอมาทำงานด้วยยังไง เลือกด้วยหน้าตารึเปล่า หมอกอล์ฟหัวเราะแล้วบอกว่า หน้าตาไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย หมอที่มีคนไข้รักและกลับมาหาตลอดต้องมีความเมตตามากกว่า
หมอกอล์ฟดูจากอากัปกริยาของหมอที่ปฏิบัติต่อพนักงานผู้น้อย หรือคนที่อยู่ล่างกว่าว่าให้เกียรติกัน มีเมตตาต่อผู้น้อยหรือไม่ ถ้ามีก็มักจะเป็นหมอที่เข้าใจและดูแลคนไข้ได้ดี แต่ถ้าใจร้ายต่อน้องๆ หมอกอล์ฟก็ไม่ทำงานด้วยตั้งแต่แรก
ฟังแล้วรู้สึกว่าใจของหมอกอล์ฟหล่อมาก และคิดว่าคนไข้ก็คงเห็นความหล่อของหมอกอล์ฟและทีมงานจากภายในมาตลอดจนเติบโตมาจนวันนี้ด้วยเช่นกัน
คิดเล่นๆว่า ถ้าหมอกอล์ฟหน้าตาดี หล่อตี๋เกาหลี ก็อาจจะไม่ต้องพยายามจนไม่ค้นพบทางของตัวเองจนกลายเป็นธุรกิจพันล้านแบบนี้ก็ได้
กันดารคือสินทรัพย์โดยแท้เลยครับ…
บันทึก
6
1
1
6
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย