18 ก.ค. เวลา 03:17 • หนังสือ
หนานจิง

จังหวะวิถีชีวิตแห่ง "บาบ๋า-ย่าหยา"

โดย the Peranakan
หนังสือ "เพลงพื้นบ้านและบทกวีเปอรานากัน (Peranakan Folk Songs & Rhymes)" ประพันธ์โดย แมทธิว ลอยด์ ตัน (Matthew Lloyd Tan) เป็นมากกว่าการรวบรวมเพลงพื้นบ้านและบทกวี หากแต่เป็น "การอนุรักษ์ด้วยความรัก" ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนเอง
แมทธิวเล่าว่า วันหนึ่งเขาได้ยินโดรีน อ๋อง (Doreen Ong) ผู้เป็นมารดาขับร้องเพลงกล่อมเด็กและบทกวีดั้งเดิมให้วิเวียน เอี๋ยว (Vivienne Yeoh) เหลนสาวคนแรกฟัง เรื่องราวเล็ก ๆ นี้ทำให้เขาตระหนักว่า หากไม่มีผู้บันทึก มรดกทางวัฒนธรรมอันเปราะบางเหล่านี้อาจสูญหายไปพร้อมกับคนรุ่นก่อน
คุณค่าที่สำคัญที่สุดของหนังสือเล่มนี้คือ การเก็บรักษาสิ่งที่เคยดำรงอยู่เพียงในความทรงจำและการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพลงและบทกวีเหล่านี้ไม่เคยถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระบบระเบียบ แต่ดำรงชีวิตผ่านการขับร้อง การละเล่น และการเล่าเรื่องภายในครอบครัวมาหลายชั่วอายุคน
แมทธิวไม่ได้เพียงบันทึกเนื้อร้องเท่านั้น หากยังบันทึกจังหวะ ท่วงทำนอง น้ำเสียง และลีลาการขับร้อง ซึ่งสะท้อนมรดกร่วมของชาวเปอรานากันในสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียไว้ด้วย ความหลากหลายของแต่ละพื้นที่จึงหลอมรวมเป็นภาพสะท้อนของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเดียวกัน
แม้บทประพันธ์จะดูเรียบง่าย แต่ภายใต้คำคล้องจองและทำนองที่ติดหู กลับแฝงไปด้วยค่านิยม วิถีชีวิต อารมณ์ขัน และข้อคิดในการดำเนินชีวิตไว้อย่างแนบเนียน เช่นเดียวกับวัฒนธรรมพื้นบ้านทั่วโลก เพลงเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น "พาหะของวัฒนธรรม" ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ผ่านรูปแบบที่เด็ก ๆ จดจำได้โดยธรรมชาติ หนังสือเล่มนี้จึงเตือนให้เราตระหนักว่า วัฒนธรรมมิได้สืบทอดผ่านห้องเรียนเท่านั้น หากยังดำรงอยู่ในเพลงกล่อมเด็ก การบรรเลง และบทสนทนาในชีวิตประจำวัน
ตัวอย่างเนื้อหาจากหนังสือ:
Ah mah t'ng
Ah mah tay
Ah mah thau jiak ang ku kueh
Ang ku kueh sio sio
Jiak liau tiok be pio
Peranakan Folk Songs & Rhymes
ถอดเป็นอักษรจีนและคำอ่านได้ว่า:
阿媽長 / อ่าม่า ตึ่ง
阿媽短 / อ่าม่า เต้
阿媽偷食紅龜粿 / อ่าม่า ถาว เจียะ อั่งกู่โก้ย
紅龜粿燒燒 / อั่งกูโกย เสี่ยวเซียว
食了著馬標 / เจียะ เลี่ยว ตี͜โอะ แบเปียว
Peranakan Folk Songs & Rhymes
แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า:
อ่าม่าตัวสูง
อ่าม่าตัวเตี้ย
อ่าม่าแอบกินขนมอั่งกู๊โก้ย
อั่งกู๊โก้ยร้อนร้อน
กินแล้วถูกลอตเตอรี่ (โชคดี)
Peranakan Folk Songs & Rhymes
เสน่ห์อีกประการของหนังสือคือ ความเรียบง่ายในการนำเสนอ แมทธิวไม่ได้เขียนตำราเชิงวิชาการหรือพยายามอธิบายทฤษฎีด้านชาติพันธุ์วิทยา หากเลือกนำเสนอด้วยภาษาที่เข้าถึงง่าย แต่กลับอัดแน่นด้วยข้อมูลที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจวิถีชีวิต ความเชื่อ ความสัมพันธ์ในครอบครัว การเลี้ยงดูบุตรหลาน ตลอดจนจังหวะของภาษาพูดในสังคมบาบ๋า–ย่าหยาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ลักษณะของวัฒนธรรมมุขปาฐะยังสะท้อนผ่านความหลากหลายของเนื้อหา หนังสือบันทึกเพลง "เตอโปะก์ รามาย-รามาย (Tepok Ramay Ramay)" หรือในภาษามลายูมาตรฐาน "เตอปุก์ อามาย-อามาย (Tepuk Amai-Amai)" หมายถึงปรบมือพร้อมกัน ไว้ถึงสามสำนวน แสดงให้เห็นว่าเพลงพื้นบ้านไม่มี "ฉบับที่ถูกต้องที่สุด" หากแต่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา สถานที่ และความทรงจำของผู้ขับร้อง
หนังสือยังมีองค์ประกอบที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของผู้อ่านอีกหลายประการ การแปลภาษาอังกฤษได้รับการถ่ายทอดอย่างพิถีพิถัน ไม่ได้แปลแบบคำต่อคำ แต่คำนึงถึงจังหวะและสัมผัสของบทเพลง ทำให้ผู้อ่านที่ไม่เข้าใจภาษาบาบ๋ามลายู (Baba Malay) ยังสามารถสัมผัสความไพเราะของต้นฉบับได้ นอกจากนี้ ยังมีหมวด "Rude Rhymes" หรือบทกวีหยอกล้อที่แฝงอารมณ์ขันแบบชาวบ้าน เปิดมุมมองถึงยุคสมัยที่ผู้คนยังไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบความถูกต้องทางการเมือง (Political Correctness)
อีกจุดเด่นคือการใช้ QR Code เพื่อฟังไฟล์เสียงการขับร้อง ทำให้ผู้อ่านไม่ได้เพียงอ่านตัวอักษร แต่ยังได้สัมผัสน้ำเสียงและลีลาการร้องจริง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมประเภทนี้ เนื้อหาในหนังสือมิได้จำกัดอยู่เพียงบทเพลงโบราณ หากยังรวมผลงานร่วมสมัยของดิ๊ก ลี (Dick Lee) และอัลวิน อูน (Alvin Oon) สะท้อนให้เห็นว่า วัฒนธรรมบาบ๋า–ย่าหยายังคงเคลื่อนไหวและพัฒนาเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพียงเรื่องราวของอดีต หากยังเป็นมรดกที่ยังมีชีวิต
ท้ายที่สุด หนังสือเล่มนี้มอบความหวังอย่างงดงามในยุคดิจิทัลที่ทุกสิ่งหมุนไปอย่างรวดเร็ว หลายคนอาจเชื่อว่าวัฒนธรรมเช่นนี้กำลังจะเลือนหาย แต่ในความเป็นจริง คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนรุ่น Gen Z กลับหันมาสนใจวิถีชีวิตยุคก่อนดิจิทัล งานหัตถกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และมรดกทางวัฒนธรรมมากขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะจินตนาการว่า วันหนึ่งบทเพลงและบทกวีเหล่านี้อาจกลับมาดังก้องอีกครั้ง ผ่านเสียงร้องของเด็ก ๆ ในรุ่นต่อไป
กล่าวได้ว่า การบันทึกของผลงานของแมทธิวจึงมิใช่เพียงการอนุรักษ์เพื่อมิให้บทเพลงเหล่านี้สูญหาย แต่ยังเป็นการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างอดีตกับปัจจุบันระหว่างความทรงจำกับความต่อเนื่องของอัตลักษณ์ชาวบาบ๋า–ย่าหยาอีกด้วย
🔸เกี่ยวกับผู้เขียน🔸
แมทธิว ลอยด์ ตัน (Matthew Lloyd Tan) เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในการฟื้นฟูวัฒนธรรมเปอรานากัน โดยเฉพาะด้านอาหารบาบ๋า–ย่าหยา เขาเป็นผู้เขียนตำราอาหาร Daily Nonya Dishes และ More Daily Nonya Dishes ซึ่งรวบรวมสูตรอาหารพื้นบ้านที่เคยปรุงรับประทานในครัวเปอรานากันในอดีต ซึ่งมีส่วนช่วยสืบทอดตำรับอาหารดั้งเดิมที่กำลังเลือนหายไป
การเขียนหนังสือ "เพลงพื้นบ้านและบทกวีเปอรานากัน (Peranakan Folk Songs & Rhymes)" ถือเป็นอีกภารกิจหนึ่งของเขาในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า ผ่านบทเพลงและบทกวีซึ่งเคยถ่ายทอดกันแบบมุขปาฐะ และเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตและการใช้ชีวิตของชาวเปอรานากันมาหลายชั่วอายุคน
📖ลิงก์หนังสือที่วางขายใน Landmark Book📖
🗂เอกสารอ้างอิง🗂
[1] The Peranakan. Capturing the Rhythms of Baba Nyonya Life[EB/OL]. (2026-06-19)[2026-07-18]. https://www.peranakan.org.sg/.../capturing-the-rhythms.../.
สามารถสนับสนุนเพจเพื่อเป็นทุนการศึกษาได้ที่
💵PromptPay: 0954289757
.
สามารถสั่งซื้อหนังสือนิยายเรื่อง "เป็นบาบ๋าเพราะรู้สึก" แบบ E-book ได้ที่ Mebmarket:
โฆษณา