Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 02:09 • หุ้น & เศรษฐกิจ
AI ล้างผลาญทรัพยากร? วิกฤตเงียบเมื่อ Data Center ยักษ์ใหญ่บุกไทย
เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีรายงานจากสำนักข่าว Al Jazeera English ที่ตั้งคำถามถึงปรากฏการณ์ “Thailand AI Boom” ไว้อย่างน่าสนใจ…
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โลกของเราผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากยุคที่โทรศัพท์มือถือแบรนด์อย่าง Nokia หรือ Motorola เคยครองโลก
ในวันนั้นเทคโนโลยีทั้งหมดถูกย่อส่วนให้อยู่ในมือของเรา แต่ในวันนี้สมการของโลกเทคโนโลยีได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เราก้าวเข้าสู่ยุค IoT และตอนนี้เรากำลังยืนอยู่ท่ามกลางสมรภูมิ AI ที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์
การทำงานของ AI ไม่สามารถใช้แค่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะธรรมดามาประมวลผลได้อีกต่อไป…
ความฉลาดที่เพิ่มขึ้นของระบบเหล่านี้ ต้องแลกมากับการบริโภคพลังงานและทรัพยากรคอมพิวเตอร์อย่างมหาศาลแบบที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน
บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Google หรือ Microsoft รวมถึงแพลตฟอร์มอย่าง TikTok ต่างกำลังเร่งสร้างฟาร์มเซิร์ฟเวอร์ขนาดมหึมา
เป้าหมายของพวกเขาคือการรองรับการประมวลผลข้อมูลตลอดเวลาโดยไม่มีวันหยุดพัก เพื่อเอาชนะในสงครามเทคโนโลยีครั้งนี้…
ลองจินตนาการถึงเวลาที่เราเล่นเกมกราฟิกหนัก ๆ บนโทรศัพท์มือถือกลางแดดจัด เครื่องจะร้อนจัดจนแทบจะจับไม่ได้
เมื่อเซิร์ฟเวอร์นับหมื่นเครื่องทำงานพร้อมกัน ความร้อนที่เกิดขึ้นจึงทวีคูณเป็นล้านเท่า อาคารเหล่านี้จึงต้องการสิ่งสำคัญเพื่อความอยู่รอด…
สิ่งแรกคือไฟฟ้าจำนวนมหาศาลเพื่อป้อนให้ระบบทำงาน และสิ่งที่สองคือน้ำสะอาดปริมาณมหาศาลเพื่อใช้ในระบบหล่อเย็น
ในอุตสาหกรรมนี้มีตัวชี้วัดที่เรียกว่า PUE หรือ Power Usage Effectiveness เพื่อดูว่าศูนย์ข้อมูลใช้พลังงานได้คุ้มค่าแค่ไหน
การจะกดตัวเลขนี้ให้ต่ำลง ต้องพึ่งพาระบบทำความเย็นขนาดยักษ์ ที่ต้องใช้น้ำระเหยพาความร้อนออกไปจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ตลอดเวลา…
ผลกระทบจากการแย่งน้ำและไฟฟ้า ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกาเริ่มลุกฮือขึ้นมาต่อต้านการสร้างศูนย์ข้อมูลเหล่านี้
ในรัฐ Maine ถึงขั้นมีการออกกฎหมายสั่งห้ามตั้ง Data Center อย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องทรัพยากรในท้องถิ่นของตนเอง
ชาวบ้านในพื้นที่มองว่าอาคารเหล่านี้แทบไม่ต่างจากการมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาตั้งอยู่ข้างบ้าน ที่คอยสูบกินทรัพยากรของพวกเขาไปจนหมด…
เมื่อประเทศต้นทางเริ่มมีข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้น ทุนยักษ์ใหญ่จึงต้องมองหาดินแดนใหม่ และประเทศไทยก็กลายเป็นเป้าหมายที่สมบูรณ์แบบ
ทำไมต้องเป็นประเทศไทย เหตุผลแรกคือเราเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ ซึ่งตอบโจทย์ความกระหายน้ำของระบบประมวลผลเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี
เหตุผลที่สองคือแรงจูงใจจากมาตรการ BOI ที่ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรให้บริษัทข้ามชาตินานหลายปี…
สิ่งนี้ช่วยลดต้นทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติได้อย่างมหาศาล ทำให้การมาลงทุนที่นี่คุ้มค่ากว่าที่อื่น
และเหตุผลที่สามคือปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ท่ามกลางสงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ
บริษัทข้ามชาติจึงต้องการฐานที่มั่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งวางตัวเป็นกลางและปลอดภัยจากความขัดแย้งทางการค้า…
ข้อมูลตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในไตรมาสแรกของปีนี้ กว่าร้อยละแปดสิบหกมาจากโครงการที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และบริการ Cloud
มองเผิน ๆ นี่คือเม็ดเงินลงทุนมหาศาลที่ภาครัฐต่างอ้าแขนรับ แต่ถ้าเราขุดลึกลงไป เราจะพบกับความจริงที่ชวนให้ตั้งคำถาม…
ตามกฎหมายไทย โครงการขนาดใหญ่ที่กระทบต่อทรัพยากร ต้องผ่านการทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA เพื่อปกป้องชุมชน
กระบวนการนี้เปรียบเสมือนเกราะป้องกัน เพื่อให้แน่ใจว่าการก่อสร้างจะไม่ไปแย่งน้ำชาวบ้าน หรือก่อมลพิษในพื้นที่โดยรอบ
แต่ชาวบ้านในพื้นที่ก่อสร้างกลับไม่เคยรับรู้ข้อมูลมาก่อน เพราะบริษัทเหล่านี้อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายที่ก้าวไม่ทันเทคโนโลยีของบ้านเรา…
พวกเขาจดทะเบียนสถานที่เหล่านี้เป็นเพียง “Warehouse” หรือโกดังสินค้า ซึ่งตามหลักการแล้วถือว่าสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก
แต่ความจริงคือมันไม่ใช่โกดังที่แค่เอาของมาวางทิ้งไว้ มันคือโรงงานดิจิทัลที่สูบน้ำและไฟฟ้าของประเทศตลอดเวลาต่างหาก…
การตีความทางกฎหมายที่ล้าหลังเช่นนี้ กำลังเปิดประตูให้ทรัพยากรของชาติถูกดึงไปใช้โดยปราศจากการตรวจสอบอย่างรัดกุม
ยิ่งไปกว่านั้น การจัดหาที่ดินขนาดใหญ่พร้อมสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและท่อส่งน้ำ ไม่ใช่เรื่องที่นักลงทุนต่างชาติจะทำได้ง่าย ๆ ตามลำพัง
ข้อมูลจากการสืบสวนของ aljazeera พบว่า โครงการหลายแห่งมีความเชื่อมโยงกับบริษัทท้องถิ่น ที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มผู้มีอำนาจทางการเมือง…
การมีเครือข่ายพันธมิตรที่ทรงอิทธิพล ช่วยเนรมิตใบอนุญาตและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วราวกับมีเวทมนตร์
เมื่อสื่อต่างชาติพยายามตั้งคำถามถึงความโปร่งใสกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง คำตอบที่ได้กลับมีเพียงการเดินหนีและปฏิเสธที่จะชี้แจง…
เรื่องนี้ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ยุคตื่นทองที่ California เมื่อร้อยกว่าปีก่อน คนที่ร่ำรวยที่สุดไม่ใช่คนที่เดินทางไปขุดทอง
แต่คนที่กอบโกยความมั่งคั่งไปได้มหาศาล คือคนที่ขายจอบ ขายเสียม และขายกางเกงยีนส์ให้กับบรรดานักขุดทองเหล่านั้น
ในยุคแห่ง AI ก็เฉกเช่นเดียวกัน คนที่จะได้ประโยชน์สูงสุดอาจไม่ใช่คนเขียนโปรแกรม แต่คือคนที่ให้เช่าที่ดินและขายสาธารณูปโภค…
คำถามที่ตามมาคือ แล้วผลประโยชน์ที่แท้จริงจากการตั้ง Data Center เหล่านี้ ตกอยู่กับใครกันแน่ในระยะยาว
บริษัทเจ้าของเทคโนโลยีล้วนเป็นทุนข้ามชาติทั้งหมด ข้อมูลถูกประมวลผลโดยต่างชาติ และผลกำไรก็ถูกโอนกลับไปยังประเทศต้นทาง…
สิ่งที่ตกถึงมือคนไทยอาจมีเพียงการจ้างงานพนักงานรักษาความปลอดภัย แม่บ้านดูแลความสะอาด และค่าสาธารณูปโภคที่จ่ายให้รัฐเพียงเศษเสี้ยวเดียว
เราไม่ได้กำลังสร้างอำนาจอธิปไตยเหนือเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างแท้จริง แต่เราอาจกำลังลดตัวเป็นเพียงแหล่งทรัพยากรราคาถูกให้กับประเทศอื่น…
ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกที่สำคัญ การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเป็นสิ่งจำเป็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างปฏิเสธไม่ได้
แต่ในขณะเดียวกัน การรักษาทรัพยากรของชาติและการปกป้องสิ่งแวดล้อมเพื่อคนในชุมชน ก็เป็นสิ่งที่ละทิ้งไม่ได้เช่นเดียวกัน
เราต้องเลือกว่าจะเป็นแค่พื้นที่ตั้งเครื่องจักรที่ถูกตักตวงทรัพยากร หรือจะสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่คนไทยได้ประโยชน์อย่างเต็มที่…
นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ผู้มีอำนาจต้องตอบสังคมให้ชัดเจนและโปร่งใสที่สุด ก่อนที่ทรัพยากรของเราจะถูกสูบออกไปจนหมด
เพราะถ้ามนุษย์ผู้มีอำนาจปฏิเสธที่จะให้คำตอบ สุดท้ายแล้วนี่อาจเป็นคำถามที่เราต้องให้ AI เป็นคนตอบแทน…
References : [aljazeera]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/ai-is-depleting-resources/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
การลงทุน
เทคโนโลยี
เศรษฐกิจ
1 บันทึก
7
4
1
7
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย