เมื่อวาน เวลา 01:30 • ธุรกิจ
เทศบาลนครนครสวรรค์

“นราพัฒน์ แก้วทอง” จับมือ “ดิ สมิธ ฟู้ด” รับซื้อข่า–ตะไคร้ 100 ตัน เดินหน้าสร้างตลาดเกษตร ยกระดับสมุนไพรไทยสู่อุตสาหกรรมอาหาร

นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงความร่วมมือกับบริษัท ดิ สมิธ ฟู้ด ในการผลักดันโครงการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ ข่าและตะไคร้ รวมปริมาณ 100 ตัน เพื่อสร้างตลาดรองรับผลผลิตให้แก่เกษตรกรไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยกระดับพืชสมุนไพรไทยให้ก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารและการแปรรูปอย่างมีมาตรฐาน
ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านการตลาดให้กับเกษตรกร ลดความเสี่ยงจากปัญหาราคาผลผลิตผันผวน และเพิ่มมูลค่าให้กับพืชสมุนไพรไทย ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารทั้งในประเทศและตลาดส่งออก
นายนราพัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนาภาคการเกษตรในยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องเชื่อมโยง ภาคการผลิตกับภาคอุตสาหกรรม อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกตามความต้องการของตลาด มีรายได้ที่มั่นคง และยกระดับคุณภาพผลผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม
“เกษตรกรไทยไม่ควรผลิตโดยไม่มีตลาดรองรับ แต่ควรปลูกบนพื้นฐานของความต้องการที่แท้จริงของอุตสาหกรรม เมื่อมีตลาดที่ชัดเจน มีองค์ความรู้ และมีมาตรฐานการผลิตที่ดี ก็จะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับเกษตรกร” นายนราพัฒน์ กล่าว
ด้านผู้บริหารบริษัท ดิ สมิธ ฟู้ด เปิดเผยว่า บริษัทมีความพร้อมในการรับซื้อผลผลิตข่าและตะไคร้จากเกษตรกรที่ผ่านมาตรฐานคุณภาพ เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร โดยมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับกลุ่มเกษตรกรในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาระบบการผลิตที่มีคุณภาพและสามารถรองรับความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมีแผนขยายความร่วมมือไปสู่การส่งเสริมการปลูก พริก ซึ่งถือเป็นพืชอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากบริษัท ดิ สมิธ ฟู้ด มียอดส่งออกผลิตภัณฑ์พริกมากกว่า 40 ล้านกิโลกรัมต่อปี ทำให้มีความต้องการวัตถุดิบคุณภาพในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง
พรรครวมไทยสร้างชาติ จึงเตรียมจัดทำแปลงสาธิตการปลูกพริกเพื่ออุตสาหกรรม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิต การคัดเลือกพันธุ์ การบริหารจัดการแปลง และมาตรฐานที่ตลาดต้องการ ให้แก่เกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ พร้อมเชื่อมโยงการรับซื้อผลผลิตเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง ภาคการเมือง ภาคเอกชน และภาคเกษตรกรรม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับเกษตรกรไทย เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของพืชสมุนไพรและพืชเศรษฐกิจไทยในตลาดโลก และวางรากฐานสู่ภาคการเกษตรที่มีความเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนในอนาคต
รายงานโดย : เออาร์ทีนิวส์
โฆษณา