20 ก.ค. เวลา 06:42 • ความคิดเห็น
ของที่ว่า ประกอบให้กายเราใช้ มีวิญญาณทั้งหก ไปสัมผัสรับรู้ อะไรต่างๆ มันก็บึนทึกลงไปที่ธาตุทั้งสี่ ที่ประกอบกายที่เราอาศัย บันทึกจดจำเรื่องราวทั้งหมด ที่เราใช้ชืวิต ตั้งแต่เกิดมาจนวันที่ลมนี้หมดไป
เรื่องราวต่างๆ ที่ขีวิตดำเนินไป เหมือนฟ้าลิขิตชีวิต ให้ต้องเป็นไป ลิขิตชีวิตให้เจอะเจอ คนนั้นคนนี้ เริ่มตั้งแต่ อนุบาลที่ออกจากบ้าน ไปเรียนหนังสือ ก็มีเรื่องราวต่างๆ ในวัยเด็ก ก็บันทึกจดจำมา เรามีเพื่อน เรียนชั้น อนุบาลถึงประถม จากนั้นก็แยกย้ายก็ไปเรียน ไปทำมาหากิน เอ้า.มาเจอเพื่อน คนหนึ่ง สมัยอนุบาลชั้นประถม มันก็ช่วยเรา ไปงานเลี้ยงรุ่นอนุบาล ถามว่า จดจำใครได้บ้าง ก็จดจำได้ เฉพาะบางคน ที่นั่งใกล้กัน . เพื่อนคนอื่นก็ ต้องค่อยนึก .บางคนก็จดจำชื่อ ยังไม่ได้เลย
แต่นั้น มันก็มีเรื่องราวที่แปลกว่า ทำไมเราจดตำได้เฉพาะบางคน ทั้งที่ก็เคยเรียนมาด้วยกัน เรื่องราวความจำนั้น มันมีเรื่องราวที่ว่า เคยคล้องเวรกรรม กันมา มาเจอะเจอ กันชาตินี้ เหมือนลิขิต พาให้มาเจอกัน เจอกันแล้วมันก็จากกัน
บางครั้งจากกัน ก็มีเรื่องราวค้างคาใจ มันยึดถือ เป็นบันทึกอยู่ที่ธาตุทั้ง อยู่ๆ มันไหลออกมา .นึกถึง เป็นอารมณ์นึกคิด ปรุงแต่งท่ีี กายที่เราอาศัย . พออารมณ์นี้มันผุดขึ้นมา เราก็ .จิตก็ไปยึดอารมณ์นึกคิดนี้ .มันก็มีตัวอุปโลกน์ เรื่องนั้นเรื่องนี้ ว่ามีความสุข มีทุกข์ .อะไรต่างมากมาย
..พอเราคิดนึดเรื่องราวอดีต ที่มันไหลมา จิตเราปล่อยวางอารมณ์นั้ไม่ได้ ก็ยึดอารมณ์ ที่ปรุงแต่งไปเรื่อย อุปโลกน์ไปเรื่อย ทั้งที่ เป็นเรื่องราวอดีต มันย้อนกลัย ย้อนเวลาไม่ได้ กายทีเราอาศัย มันก็ ต้องทำมาหากิน มีเรื่องราวต่างๆมีภาระ ต้องดูแล
. คราวนี้ .อารมณ์ที่ไหลมานี้ ก็เหมือนมาแกล้ง ให้ยึดติด อารมณ์ที่ปรุงแต่งขึ้น .ยิ่งคิดถึง อารมณ์นี้ก็มา เยี่ยมบ่อยๆ เพราะเรายึดอารที่ปรุงแต่ง สลัดออกไปไม่ได้ เมื่อสลัดอารมณ์ไม่ได้ .เสลัดทุกข์ของอารมณ์ไม่ได้ กายนี้จิตนี้ ก็ต้องทุกข์ . ด้วยเรื่องราวของอารมณ์นึกคิดที่เกิดขึ้น
เรื่องราวของกรรมที่บันทึกอยู่ ที่ธาตุทั้งสี่ นี้มันน่า กลัว .หากบึนทึกเรื่องราว ที่ไม่ดีต่อกันมา เมื่อมาเจอะเจอกัน มันก็อยู่ด้วยกัน ก็มีแต่หักล้างทำลายกัน นั่นก็ด้วย กรรมที่เคยใช้ กายวาจใจ อย่างไร ก็ต้องมา ชดใช้กรรมกัน .แล้ว จิตของคนเรา ก็ไม่ได้เกิดมาเพียงชาตินี้ชาติเดียว มันเกิดมากันหลายชาติ ที่ไปสร้างการคล้องเวรกรรมกันมา พูดอย่างนี้ ก็ว่าทไม่จริงหรอก เรื่องราวอย่างนี้ อยากจะรู้จัก ก็สร้างบุญกุศลขึ้นมา ปฏิบัติธรรมขึ้นมา เราก็จะได้เรียนรู้เรื่องราวอย่างนี้ ด้วยจิตของตนเอง
เรื่องราวของการ ที่ว่า ใช้กายไปคล้องเวร กรรม ด้วยกิริยา เนื่องด้วยอารมณ์ต ต่างๆ นั้น ที่ว่า เป็นผู้ที่ยัง ใช้อารมอยู่ ยินดีในอารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ก็ต้องเกิดตายบ่อยๆ ด้วยอารมณ์ที่เราหลงไปยึดถือ เหมือนว่า ที่ว่า คิดถึงแฟนเก่่า . คิดมาได้ ก็ต่องต่อเนื่อง ไปอีก .มีอารมณ์ที่เก่าๆ เกืดขค้นมาอีก ปล่อยวางไม่ได้เลย ก็ต้องมา เกิดๆบ่อยๆ เกิเรามบ่อยๆ เริ่มต้น ก็เป็นทารก เป็นหนุ่มสาว มีแฟน เอ้า มีครอบครัว มีลูก พอโต ก็แยกย้ายไป ก็ค่อยๆ แก่เจ็บ .มีความตายเป็นที่สุด แล้วก็ จิต ก็ต้อวไปหาที่อยู่ใหม่ ต่อไปอีก
เรื่องราวที่เค้าสอนกัน สอนให้ยึด ตายไป ไปอยู่กับพระเจ้า มันแตกต่าง จากเรื่องราว ของ ศาสนา พระโคดม ท่านชี้ ทางให่สร้างบุญกุศลบารมีขึ้นมา เราก็จะรู้จักเรื่องราวค่อยๆ เรียนรู้จัก ว่า ที่มาเกิดนี้ จิตเรามีกรรม จึงต้องเกิด เกิดมาแล้ว ก็ต้องมีเรื่องที่เราไปสร้างกรรมใหม่ เรืรองราวที่ต้องขดใช้กรรมเก่า มันเกิดขึ้น ด้วยจิตที่เรามาอาศัยกายนี้ ใช้ากายนี้ ที่ว่า กายวาจะใจ ไปคล้องเวรกรรม โดย ไม่รู้ตัว ยินดี ที่จะเกิดตายๆ บ่อยๆ นับชาติไม่ได้
โฆษณา