20 ก.ค. เวลา 08:59 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นโลกผันผวน จากแรงขายทำกำไรหุ้นเทคฯ และ AI

ภาพรวม
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงจากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีและ AI ก่อนกดดันตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลงตาม
  • ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านรุนแรงขึ้น หนุนราคาน้ำมันพุ่ง และเพิ่มความกังวลต่ออุปทานน้ำมันโลก
  • สหรัฐฯ: งบธนาคารดีกว่าคาด แต่แรงขายหุ้นชิปและ AI ยังกดดันตลาด ขณะที่เงินเฟ้อชะลอตัวและการบริโภคยังแข็งแกร่ง
  • ญี่ปุ่น: หุ้น AI กดดันตลาด ขณะที่เงินเยนอ่อนค่าจากความกังวลราคาน้ำมัน
  • จีน: ตลาดหุ้นจีนผันผวนจากแรงขายหุ้น AI และ Semiconductor ขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัวจากอุปสงค์ในประเทศและอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอ
สถานการณ์ตลาด
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง นำโดย Nasdaq -2.9%, S&P 500 -1.6% และ Dow Jones -0.9% โดยกลุ่ม IT ปรับตัวลงมากที่สุดจากแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ส่งผลให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลงแรงเช่นกัน โดยดัชนี KOSPI ลดลงราว 10% WoW นำโดยหุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix
  • สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน
- สถานการณ์กลับมารุนแรงขึ้น โดยสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีทางอากาศต่อเนื่อง ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยโดรน ขีปนาวุธ และเพิ่มการคุกคามการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลง และตลาดกังวลต่ออุปทานน้ำมันโลก
- แม้ทั้งสองฝ่ายยังส่งสัญญาณผ่านตัวกลางว่าไม่ต้องการให้สงครามขยายวง แต่โอกาสการเจรจาลดลง หลังอิหร่านระบุว่ายังไม่พร้อมกลับสู่ข้อตกลง ขณะที่สหรัฐฯ หันมาเน้นการรักษาความปลอดภัยเส้นทางขนส่งน้ำมันและเพิ่มแรงกดดันทางทหาร
- ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแรง โดย Brent +16% WoW ทะลุ 90 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน และ WTI ปรับขึ้นใกล้ 85 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทขนาดใหญ่
- ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 เริ่มคึกคัก โดยธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ได้แก่ JPMorgan Chase, Goldman Sachs และ Bank of America รายงานผลประกอบการออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
- อย่างไรก็ตาม ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากแรงขายในหุ้นกลุ่ม Semiconductor, Memory Chip และ AI Infrastructure แม้ TSMC และ ASML จะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง แต่การที่ TSMC ปรับเพิ่มงบลงทุนสู่เกือบ 56,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายกำลังการผลิตชิปขั้นสูง ทำให้ตลาดกังวลต่อการลงทุนที่เร่งตัวและแรงกดดันต่อผลตอบแทนในระยะสั้น
  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนชะลอตัว โดย CPI ลดลง 0.4% MoM ต่ำกว่าที่ตลาดคาด (-0.1%) และพลิกจากเดือนก่อนที่เพิ่มขึ้น 0.5% จากแรงกดดันด้านราคาพลังงานที่ลดลง 5.7% ขณะที่ Core CPI ทรงตัวที่ 0.0% MoM ต่ำกว่าคาดที่ +0.2% ด้านเงินเฟ้อรายปีชะลอลง โดย Headline CPI อยู่ที่ 3.5% YoY (จาก 4.2%) และ Core CPI อยู่ที่ 2.6% YoY (จาก 2.9%)
- ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.2% MoM เป็นไปตามที่ตลาดคาด แม้ชะลอลงจาก 1.0% ในเดือนก่อน แต่ยังสะท้อนว่าการบริโภคภาคเอกชนของสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง
  • ญี่ปุ่น
- ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลงแรง โดย Nikkei 225 -6.44% และ TOPIX -2.90% จากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่ม AI และความกังวลด้าน Valuation
- เงินเยนอ่อนค่าจากประมาณ 161.8 สู่ 162.3 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากความกังวลว่าญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง อาจได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • จีน
- ตลาดหุ้นจีนเคลื่อนไหวผันผวน โดย CSI 300 -5.26%, Shanghai Composite -5.81% ขณะที่ Hang Seng +1.60%
- ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor ท่ามกลางความกังวลด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) และการแข่งขันในธุรกิจ AI Model ที่รุนแรงขึ้น
- ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนผ่าน Stock Connect และแรงซื้อในหุ้นอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่และกลุ่ม Healthcare
  • ตัวเลขเศรษฐกิจจีน
- GDP ไตรมาส 2/2026 ขยายตัว 4.3% YoY ต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี ต่ำกว่าคาดและต่ำกว่ากรอบเป้าหมายปี 2026 สะท้อนอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ ภาคอสังหาริมทรัพย์ซบเซา และการลงทุนชะลอตัว
- ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 5.3% YoY ขณะที่ยอดค้าปลีกฟื้นตัวเป็น 1.0% YoY และการส่งออก เพิ่มขึ้น 27% YoY สะท้อนภาคการผลิตและการส่งออกยังแข็งแกร่ง
- อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอ และการลงทุนสินทรัพย์ถาวรที่ยังหดตัว
- ตลาดคาดว่า จีนอาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง โดยจับตาผลการประชุม Politburo ช่วงปลายเดือนนี้
  • ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,639.04 จุด เพิ่มขึ้น 17.49 จุด (+1.1%) โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมียอดซื้อสุทธิ 13.7 พันล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศมีแรงขายสุทธิ 3.8 พันล้านบาท
คำเตือน
  • เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และ ความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ผู้ลงทุนสามารถขอข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือจาก www.krungsriasset.com หรือตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือเจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
ติดตามกองทุนกรุงศรี อัปเดตข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่
#KrungsriAsset #กองทุนกรุงศรี #Weeklymarketview #สรุปภาวะตลาดรายสัปดาห์
โฆษณา