ด้านแอปพลิเคชันที่ใช้งานประจำทุกวัน พบว่า Social Media แอปการเงิน และแพลตฟอร์มวิดีโอ เป็นกลุ่มที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 80% สำหรับ Gen Z นิยมทั้งวิดีโอสั้นและวิดีโอยาว ขณะที่ Gen Y ดูวิดีโอสั้นมากที่สุด ส่วน Baby Boomer ยังนิยมวิดีโอยาวที่ให้ประสบการณ์ใกล้เคียงการรับชมโทรทัศน์
นอกจากนี้ แอปพลิเคชันที่ Gen Z ใช้งานมากที่สุด ได้แก่ Instagram, LINE และ TikTok ขณะที่ Gen Y จนถึง Baby Boomer ใช้ LINE, Facebook และ YouTube เป็นหลัก
คนไทย 72% เคยใช้ Gen AI แต่จ่ายค่าสมาชิกยังไม่มาก
ผลสำรวจระบุว่า ผู้บริโภคไทย 72% เคยใช้งาน Gen AI และประมาณ 30% ใช้งานเป็นประจำ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Gen Y ที่มีอัตราการใช้งานสูงกว่าช่วงวัยอื่น ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ใช้ Gen AI เฉลี่ย 2 แอปพลิเคชัน ขณะที่การสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน (Subscription) ยังมีเพียงประมาณ 30% ของผู้ใช้งานทั้งหมด และส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่าย 500-1,000 บาทต่อเดือน
Gen AI กลายเป็นผู้ช่วยตัดสินใจ แต่ยังห่วงข้อมูลและความปลอดภัย
SCB EIC พบว่า 44% ของผู้บริโภคเชื่อถือข้อมูลจาก Gen AI ขณะที่อีก 43% ยังเชื่อถือเพียงบางส่วน หัวข้อที่ผู้บริโภคเชื่อถือ Gen AI มากที่สุด ได้แก่
ผลสำรวจระบุว่า ผู้บริโภคมากกว่า 60% เห็นว่า Gen AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนและการทำงาน โดยเฉพาะการสร้างไอเดีย ลดเวลาทำงาน และยกระดับคุณภาพงาน อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคกว่า 56% มองว่า Gen AI ยังไม่ช่วยเพิ่มรายได้ และ 24% เห็นว่า AI เริ่มส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน
เมื่อจำแนกตามอาชีพ พบว่า กลุ่มสายการเงิน เทคโนโลยี และการตลาด เป็นกลุ่มที่ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มาก แต่ก็มีความกังวลเรื่องความมั่นคงในอาชีพสูง ขณะที่กลุ่มวิศวกรรม ก่อสร้าง และวิทยาศาสตร์ แม้ใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเชื่อว่างานจำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จึงมีความกังวลน้อยกว่า
2. ยกระดับข้อมูลสินค้าและบริการบนโลกออนไลน์ให้ครบถ้วน ถูกต้อง และอัปเดต เพื่อรองรับบทบาทของ Gen AI ในการค้นหาและเปรียบเทียบข้อมูล รวมถึงเตรียมพร้อมสำหรับยุค Agentic E-commerce ที่ AI จะทำหน้าที่ซื้อสินค้าแทนผู้บริโภค
3. ปรับกระบวนการทำงานให้ใช้ Gen AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกำหนดแนวทางกำกับดูแลการใช้งาน AI (AI Governance) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดความเสี่ยงในระยะยาว