21 ก.ค. เวลา 02:35 • ความคิดเห็น
เรื่องราวที่ว่า เราไม่ได้เกิดมาชาตินี้ชาติเดียว เกิดมานับชาติไม่ได้ เคยตกนรก เป็นเปรตเป็นอสุรกาย เป็นสัตว์ ก็ต้องเบียดเบียน กัดกินตัวเป็นๆ มาเลี้ยงสังขารกรรม เป็นมนุษย์ ก็ทำนองเดียวกัน เป็นมนุษย์สร้างบุญกุศล ขึ้นไปเป็นเทพยดา หมดบุญลงมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็ต้องมากายใช้อาศัยโลภโกรธหลง คล้องเวรกรรม ด้วยกายวาจาใจ กับคนนั้นคนนี้ ทำเค้าเดือดร้อน ไม่สบายใจ ทุกข์ใจ มันก็เกิดเป็นบัญชีอยู่ที่ธาตุทั้งสี่
พอถึงเวลา ก็เปลี่ยนแปลงสังขาร เปลี่ยนแปลงที่อาศัย วนเวียนไป ทุกข์ยาวนาน หรือ สุขยาวนาน กรรมที่สะสมบันทึกไว้ ไม่ได้ สูญหาย ติดเป็นบัญชีกรรมอยู่กับธาตุทั้งสี่ ทำอย่างไรหนอ จะขำระชดใช้ กรรมที่อยู่กัยธาตุทั้งสี่ ให้ธาตุทั้งสี่อนุโมทนาบุญกุศล อโหสิกรรมก ตัดเวรกรรม ที่ธาตุทั้งสี่นี้ได้
มันเป็นเรื่องแปลก เมื่อเราสร้างบุญกุศลไปเรื่อยๆ มันก็.จะมีเรื่องที่ว่า แยกทางเดิน ค่อยปลีกตัว ออกมาไม่ค่อย มีคนเข้ามาวุ่นวาย ..คราวนี้ .มันก็เหลือเพียง เรื่องราวอารมณ์นึกคิด.ที่เกิดขึ้น ความที่ไม่ค่อยมีใครมาวุ่นวาย เพื่อนก็ค่อยๆหายไป เพราะเวลาเจอะเจอกัน ก็ชวนทำบุญ ชวนสร้างบุญกุศลเล่าเรื่องกรรม เรื่องราวที่ว่าเรามาอาศัยชั่วขณะหนึ่งเดี๋ยวก็จากไปแล้ว มันก็เลยไม่ วุ่นวายไม่ค่อย มีเรื่องราวของคนนั้นคนนร้มาคิด
เรื่องราวการสร้างบุญกุศลบารมี หนีเวรกรรม. ด้วยคำว่า บุญกุศล คนที่เค้ามีกรรม ชอบสร้างกรรม เค้าก็แยกห่างออกไป ทำนอง เดินกันคนละทาง การคล้องเวรกรรม ด้วยกายวาจาใจ กับคนนั้นคนนี้ มันก็น้อยลงไป เรามีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น เวลาที่จะทบทวนทำจิตทำใจ ให้มันอยู่เหนืออารมณ์ สลัดอารมณ์นึกคิดที่ไหลมาออกไปได้
เรื่องที่สร้างบุญกุศล กระจายบุญกุศล ก็เป็นเรื่องราว ทำให้เกิดอโหสิกรรม เกิดขึ้น. แต่ต้องทำบุญด้วยจิต เอาจิตมาทำบุญ เอาธาตุนะโมมากระจายบุญกุศล .อาศัยเรื่องราวแสงรัตนะ มาช่วยหนุนนำจิต กระจายบุญกุศล เรื่องราวอย่างนี้ หากไม่มีพระแนะนำ ก็ทำไม่ถูก บุญกุศลก็ไม่เกิดขึ้นมา . ส่งไปถึงเจ้ากรรมนายเวรไม่ได้ . การทำบุญกระจายบุญกุศล หากทำดีๆ จิตวิญญาณทีได้รับ เค้าอิ่มไปเป็นเดือน .แล้วเป็นเรื่องราวหนึ่ง ที่ช่วยให้เกิดเป็นกัลยาณมิตร
มันมีเรื่องราวหนึ่ง เรื่องเต้ากรรมนายเวรที่ ครั้งหนึ่งไปปฏิบัติธรรมเดินจงกรม ก็เห็นทหารนอนตาย กันมากมาย ก็เห็นแล้วก็ยังไม่นึกคิดอะไร ผ่านมาเกือบสามสิบปี ก็คิดว่าควรทำบุญให้เค้า ก็ทำยบุญอุทิศกุศลให้ คราวนี้ ก็มีอยู่เก้าดวงจิต ที่เค้าอาฆาตจองเวร เค้ายังไปไหนไม่ได้ มีแต่ตัวเปล่า ไม่มีเสบียงเลย เค้าก็จิสห้ทำบุญให้ เราก็ทำบุญให้ มีพระผู้ใหญ่ ช่วยส่งบุญกุศลให้ ทั้งเก้าคน ได้ไปเกิดใหม่ เค้าขอก่เราจัดเครื่องใช้ชีวิตประจำวัน ในการทำบุญ .เราก็จัดให้ตามที่เค้าขอ
มีตอนหนึ่ง ที่ ที่เราทำบุญถวายของเรียบร้อย ก็นั่งสมาธิกันต่อ. พระท่าน บอกว่า เค้านั่งอยู่ข้างเรา บอกให้เราพูด เรื่องราวการที่ผิดพลาด เจ่นฆ่ากันขอขมากัน พอเริ่มพูด เท่านั้นน้ำตามันไหลออกมา บังคับไม่ได้ .เราก็พยายามพูดไปจนหมด แล้วพระท่านก็บอกให้จิต ที่เป็นหัวหน้า เก้าคนเข้ามา เค้่ากราบไหว้ที่ตัก ตอนนี้แหละ ทีน้ำตาไม่รู้มันไหลมาจากไหน เค้าก็ยอมอโหสิกรรมให้
พระท่านบอกว่าที่จริงแล้ว ก็รักกันเหมือนพี่น้อง แต่เนื่องด่วนความคิดเห็นไม่ตรงกัน มีเรื่องราวหน้าที่ ต้องรบ เค้าห้ามไม่ให้รบ.เราไม่ยอม จะทำร้ายเค้าเค้าก็บอกเราอย่าทำนะ แต่เราก็ทำเค้าตาย เค้าตายแล้วก็ยับไม่ได้ไปไหน ทุกข์ทรมาน เรื่องราวพระท่านบอกว่า มันร่วมสามร้อยห้าสิบปี
เรื่องราวการอโหสิกรรมที่ว่าร่างกายเจ็บปวย เจ้ากรรมนายเค้ามาทวง มันก็ยากเรียนรู้เหมือนอย่างที่เอาเจียรเล่านี้ มันเหมือนเรื่องนิยายเขื่อถือไม่ได้ มันเป็นเรื่องเรียนรู้ ที่ว่าเฉพาะตัว
เรื่องราวอโหสิกรรม .มันมีเรื่องราว ที่ละเอียดอ่อน .ลึกลงไปในธาตทั้งสี่ มีเรื่องราวที่ ว่า สะสมกรรมมา . ทำอย่างไรให้เกิดอโหสิกรรม . ตัดบัญชีกรรม ที่ธาตุทั้งสีได้
อย่างที่เค้า กำลังรบกันอยู่ .ธาตุุทั้งสี่ของเค้า ก็บันทึกกรรม บันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่ตนใช้ชีวิตมีกายเป็นมนุษย์ รบกัน.ก็ไม่ได้ รู้จักกันเป็นการส่วนตัว เพียงว่า เห็นอีกฝ่าย เป็นศัตรู ก็ทำลายกัน ให้ย่อยยับ อับจนปัญญา .
ความโลภนั้น เค้าว่า โลกทั้งใบ ความโลภ มันเกิดขึ้น ยิ่งร่ำรวย ยิ่งโลภโมโทสัน โลกทั้งใบก็ไม่พอ อยากจะจับมาเป็นของๆตน .แล้วชีวิตมันก็ไม่ยั่งยืน .ไมานาน ก็แก่แก่เจ็บตาย ได้อะไร ของๆโลก ก็ทิ้งไว้ในโลก .แต่คนมันโลภ มันคิดไม่ได้ คิดแต่อยากได้ มาเป็นของตนฝ่านเดียว แล้วมันก็เกิดสิ่งที่ว่า ดินฟ้าอากาศวิปริต เก็บจิตมนุษย์ไป ไปอยู่สถานที่ๆ ที่สมควร .แก่กรรม ที่สร้างเอง
โฆษณา