ยินดีที่ได้รู้จักหมอหัวใจ

Volume ฉบับที่ 61 เดือนกรกฎาคม 2569
Column Live Learn Diary
Writer Name นันทิตา จุไรทัศนีย์
สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้ @Rama จะพาทุกคนไปเปิดโลกนวัตกรรมการรักษาหัวใจแบบใหม่ที่รับรองว่าฟังแล้วต้องร้องว้าวแน่นอนค่ะ แต่ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกเนื้อหาว่าเขา “ซ่อมหัวใจ” กันอย่างไรโดยไม่ต้องผ่าตัด @Rama ขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ “ทีมเปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัด” เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้จากโรงพยาบาลรามาธิบดีกันก่อนค่ะ
ทำความรู้จัก “ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ” แห่งรามาธิบดี
หากพูดถึงการเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสอด หรือที่เรียกกันว่า TAVI (ทาวี) ชื่อแรก ๆ ที่ต้องนึกถึงในฐานะผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์แพทย์ระดับแถวหน้าคือ
1. ผศ. นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร
2. นพ.แมน จันทวิมล
ทั้งสองท่านสังกัดอยู่ใน หน่วยโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นศูนย์กลางความเชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ดูแลคนไข้โรคหัวใจมาอย่างยาวนาน และเป็นหน่วยงานหลักที่นำนวัตกรรมเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสอดมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยค่ะ
อีกทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมจะเปลี่ยนความกังวลเรื่องโรคหัวใจ ให้กลายเป็นความอุ่นใจด้วยความเชี่ยวชาญระดับสากลค่ะ เมื่อรู้จักคุณหมอกันแล้ว เรามาดูกันว่า “การเปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัด” มันคืออะไรกันแน่ ? และเรื่องราวของ “หัวใจ” ที่ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่เป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจริงและช่วยเปลี่ยนชีวิตผู้คนมามากมายเป็นอย่างไรกันค่ะ
หลายคนคงเคยรู้สึกว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” แต่บางครั้งร่างกายก็แอบส่งสัญญาณเตือนเราเบา ๆ ใช่ไหมคะ โดยเฉพาะอาการเหนื่อยหอบเวลาเดินขึ้นบันไดเพียงไม่กี่ขั้น หรืออาการวูบที่ทำให้ตกใจ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเทคโนโลยีที่จะทำให้การซ่อมหัวใจไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป นั่นคือการเปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบไม่ต้องผ่าตัด หรือที่เรียกกันว่า TAVI (ทาวี) ค่ะ
🫀 บทที่ 1 ลิ้นหัวใจ... ประตูบานสำคัญที่ไม่ควร ‘ฝืด’
ลองจินตนาการดูนะคะว่า หัวใจของเราคือบ้านหลังใหญ่ที่มีระบบปั๊มน้ำชั้นเลิศ คอยฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ลิ้นหัวใจก็คือ “ประตู” ที่คอยทำหน้าที่เปิดให้เลือดไหลไปในทิศทางเดียวและกั้นไม่ให้ไหลย้อนกลับไปมาค่ะ
แต่เมื่อเราใช้งาน “ประตู” บานนี้มานานหลายสิบปี โดยเฉพาะในกลุ่มพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 70 ถึง 75 ปีขึ้นไป ลิ้นหัวใจที่เคยนุ่มนวลและยืดหยุ่นก็เริ่มจะมีแคลเซียมมาเกาะจน “แข็ง” และ “ตีบ” ทำให้ประตูบานนี้เปิดได้ไม่ปกติเหมือนเดิม นอกจากเรื่องอายุแล้ว บางท่านอาจมีความผิดปกติของลิ้นหัวใจมาตั้งแต่กำเนิด หรือมีโรคอื่น ๆ ร่วมด้วยที่ทำให้ลิ้นหัวใจเสื่อมสภาพเร็วขึ้นค่ะ
สัญญาณ SOS จากหัวใจที่ต้องรีบเช็ก หากลิ้นหัวใจเริ่มมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นอาการ “ตีบ” (ประตูเปิดไม่ออก) หรือ “รั่ว” (ประตูปิดไม่สนิทจนเลือดไหลย้อนกลับ) ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนดังนี้ค่ะ
• รู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำอะไรนิดหน่อยก็หอบ
• มีภาวะน้ำท่วมปอด
• ที่น่ากลัวที่สุด คือการหมดสติหรือ “วูบ” ไปเฉย ๆ ในขณะที่ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรม เพราะเลือดไปเลี้ยงร่างกายและสมองไม่ทันนั่นเอง
🫀 บทที่ 2 ขั้นตอนการสืบสวน... มีเสียง ‘ฟู่’ ในใจหรือเปล่า ?
ถ้าคุณเริ่มสงสัยว่า เอ๊ะ... เราหรือคนใกล้ชิดมีอาการแบบนี้หรือเปล่า ? ขั้นตอนแรกที่ง่ายที่สุดคือมาพบคุณหมอใจดีที่แผนกหัวใจค่ะ คุณหมอจะเริ่มจากการใช้หูฟัง (Stethoscope) ตรวจดูว่ามีเสียง “ฟู่ ๆ” ในจังหวะการเต้นของหัวใจหรือไม่ ซึ่งเสียงนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกความผิดปกติของลิ้นหัวใจที่ชัดเจนมากค่ะ
หลังจากนั้น คุณหมอจะส่งตรวจด้วยเครื่องมือสุดล้ำที่เรียกว่า Echo (การตรวจหัวใจด้วยเครื่องเสียงสะท้อนความถี่สูง) เจ้าเครื่องนี้เปรียบเสมือนกล้องวิเศษที่จะช่วยบอกเราได้อย่างแม่นยำว่า ลิ้นหัวใจของคุณอยู่ในระยะไหนแล้ว ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นที่ยังพอดูแลได้ ไปจนถึงระยะรุนแรงที่ต้องเริ่มวางแผนการรักษาอย่างจริงจังเพื่อป้องกันอันตรายในอนาคตค่ะ
🫀 บทที่ 3 TAVI นวัตกรรม ‘สายสอด’ ที่มาเปลี่ยนโลกการผ่าตัด
ในสมัยก่อน ถ้าใครบอกว่าต้อง “เปลี่ยนลิ้นหัวใจ” ทุกคนต้องหน้าซีดไปตาม ๆ กัน เพราะนึกถึงภาพการต้องผ่าเปิดหน้าอกยาว ๆ ต้องดมยาสลบ และต้องนอนพักฟื้นนานเป็นเดือน ๆ แต่ในปัจจุบัน โลกของเรามีเทคโนโลยีที่เรียกว่า TAVI (ทาวี) หรือบางคนเรียกว่า Tarry ซึ่งก็คือการเปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบ “สายสอด” นั่นเองค่ะ ความพิเศษสุดว้าวของวิธีนี้คือ “ไม่ต้องดมยาสลบและไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก” เลยค่ะ ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับผู้ป่วยสูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหากต้องรับการผ่าตัดใหญ่แบบเดิม
🫀 บทที่ 4 เจาะลึกปฏิบัติการ ‘จิ๋วแต่แจ๋ว’ (ฉบับเข้าใจง่าย)
หลายท่านอาจจะสงสัยว่า “อ้าว... ไม่ผ่าอกแล้วจะเอาลิ้นหัวใจเข้าไปได้ยังไงคะคุณหมอ ?” @Rama มีคำตอบมาฝากค่ะ
1. ลิ้นหัวใจมหัศจรรย์ : คุณหมอจะใช้ลิ้นหัวใจที่ทำจาก เนื้อเยื่อชีวภาพ ซึ่งมีความปลอดภัยสูง
2. ทำให้ตัวเล็กที่สุด : ลิ้นหัวใจใหม่ที่มีขนาดปกติประมาณ 2-3 เซนติเมตร จะถูกนำมา “คลิ้ม” (Crimp) หรือบีบให้เล็กลงจนสามารถสอดเข้าไปในท่อขนาดเล็กได้
3. ใช้ทางด่วนที่ขา : คุณหมอจะสอดท่อที่มีลิ้นหัวใจจิ๋วนี้ผ่านทาง หลอดเลือดแดงบริเวณขา
4. มุ่งสู่ใจกลาง : สายสอดจะค่อย ๆ เดินทางตามหลอดเลือดไปจนถึงตำแหน่งลิ้นหัวใจเดิมที่ชื่อว่า Aortic Valve ซึ่งกั้นอยู่ระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายกับหลอดเลือดแดงใหญ่
5. กางออกเพื่อเริ่มต้นใหม่ : เมื่อถึงจุดหมาย คุณหมอจะทำการกางลิ้นหัวใจใหม่นี้ออกทับตำแหน่งเดิม และลิ้นใหม่จะเริ่มทำงานแทนลิ้นเก่าที่ตีบพังไปได้ในทันทีค่ะ !
🫀 บทที่ 5 ทำไม TAVI ถึงเป็น ‘พระเอก’ ในใจผู้สูงวัย ?
มาดูกันค่ะว่าทำไมใคร ๆ ก็พูดถึงเทคโนโลยีนี้กันทั่วโลก
• เร็วเหมือนโกหก : ขั้นตอนทั้งหมดมักใช้เวลาเพียง 30-40 นาที เท่านั้นเอง
• มีสติครบถ้วน : คนไข้สามารถทำได้ในขณะที่ยัง ตื่นอยู่ ด้วยซ้ำไป (เพราะไม่ต้องดมยาสลบในหลาย ๆ เคส)
• ฟื้นตัวไวมาก : ปกติแล้วคนไข้จะอยู่โรงพยาบาลเพียงประมาณ 3 วัน ก็สามารถลุกเดินและกลับไปใช้ชีวิตปกติได้แล้ว
• อาการดีขึ้นทันตาเห็น : หลังทำเสร็จ อาการเหนื่อยหอบจะดีขึ้นอย่างฉับพลันเหมือนได้หัวใจดวงใหม่
• ผลลัพธ์ระดับพรีเมียม : ผลการรักษาทั้งระยะสั้นและระยะยาวเทียบเคียงได้กับการผ่าตัดเปิดอกแบบเดิมเลยทีเดียวค่ะ
🫀 บทที่ 6 การดูแลตัวเอง... เรื่องง่าย ๆ หลังได้หัวใจใหม่
หลังจากการทำ TAVI เสร็จสิ้น การดูแลตัวเองก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดค่ะ สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่น ทำงานอดิเรกที่รัก หรือไปเที่ยวกับเพื่อนและลูกหลาน ก็สามารถทำได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลอะไรเป็นพิเศษเลยค่ะ
🫀 บทที่ 7 ความเชี่ยวชาญและความอุ่นใจที่ ‘รามาธิบดี’
หากท่านยังมีความกังวลใจ @Rama ขอแอบกระซิบสถิติที่น่าภาคภูมิใจให้ฟังค่ะ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ของเราไม่ได้เพิ่งเริ่มทำนะคะ แต่เรามีความเชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบสายสอดมามากกว่า 15 ปี แล้วค่ะ ทีมแพทย์ของเราดูแลคนไข้มาแล้วมากกว่า 600 เคส ซึ่งได้รับผลการรักษาที่น่าประทับใจมาก ๆ ค่ะ
นอกจากนี้ เรายังเข้าใจดีว่าอุปกรณ์เหล่านี้เป็นนวัตกรรมที่มีราคาสูง ซึ่งอาจทำให้บางท่านกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ที่นี่เราโชคดีมากที่มี มูลนิธิรามาธิบดีฯ คอยให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับคนไข้ที่ขัดสน เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงการรักษาระดับโลกนี้อย่างเท่าเทียมกันค่ะ
🫀 สรุปใจความสำคัญ : 5 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ TAVI
1. ลิ้นหัวใจตีบคือเรื่องของวัย : มักพบในผู้ที่มีอายุ 70-75 ปีขึ้นไป หากเริ่มเหนื่อยง่ายหรือวูบ ควรรีบเช็กสุขภาพหัวใจทันทีค่ะ
2. ตรวจง่าย สบายใจ : แค่ให้คุณหมอฟังเสียงหัวใจและตรวจด้วยเครื่อง Echo ก็สามารถประเมินความรุนแรงได้แม่นยำแล้ว
3. TAVI คือทางลัดสู่สุขภาพดี : เปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสอดที่ขา ไม่ต้องผ่าเปิดอก ไม่ต้องดมยาสลบ และใช้เวลาสั้นเพียง 30-40 นาทีเท่านั้น
4. ฟื้นตัวไวใน 3 วัน : พักฟื้นสั้นมาก และสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติ ทำกิจกรรมที่รักได้ทันทีหลังกลับบ้าน
5. รามาธิบดีพร้อมดูแล : ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี และทีมแพทย์ที่ดูแลคนไข้มาแล้วมากกว่า 600 เคส จึงมั่นใจได้ในทุกย่างก้าวของการรักษาค่ะ
สุดท้ายนี้ @Rama ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านมีหัวใจที่แข็งแรงนะคะ อย่าปล่อยให้ “ประตูหัวใจ” ที่ติดขัดมาขัดขวางความสุขและการใช้ชีวิตของคุณค่ะ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม อย่าลังเลที่จะปรึกษาคุณหมอนะคะ ... เพราะหัวใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของรอยยิ้มในทุก ๆ วันค่ะ
โฆษณา