21 ก.ค. เวลา 08:29 • ดนตรี เพลง

เถียนมีมี่

เพลงเถียนมีมี่ นี้เป็นเพลงจีนที่แต่งคำร้องโดย จวงหนู ในปี 1979 และขับร้องโดยเติ้ง ลี่จวิน และได้ดังเป็นพลุแตกในเวลานั้น
แต่น้อยคนจะรู้ว่า ทำนองของเพลงนี้มีรากฐานมาจากอาเซียนของเราเอง โดยได้ใช้ทำนองเพลง "Dayung Sampan" (ดายุง สัมปัน) ซึ่งเป็นเพลงพื้นบ้านของอินโดนีเซียที่แต่งขึ้นในยุค 1940 โดย ญี ดาซีมะฮ์ (Nyi Dasimah)
สำหรับเพลงดายุง สัมปันนี้ เป็นเพลงของชาวเบอตาวี (Betawi) และเปอรานากัน (Peranakan - ลูกครึ่งจีนกับคนพื้นเมือง) ใช้ดนตรีแนว "กัมบัง กรอม็อง" ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเครื่องดนตรีกาเมอลันของอินโดฯ เข้ากับบันไดเสียงและเครื่องดนตรีจีน เนื้อหาของเพลงเดิมนี้ไม่ได้เกี่ยวกับความรักเลย แต่พูดถึง "การพายเรือสำปั้น" สะท้อนวิถีชีวิตชาวประมงพื้นเมือง (คำว่า สัมปัน ก็เพี้ยนมาจากคำว่า ซานป่าน ในภาษาจีนที่แปลว่าไม้สามแผ่น ซึ่งหมายถึงเรือไม้นั่นเอง)
1
ส่วนคนร้อง เติ้ง ลี่จวิน เธอเกิด พ.ศ. 2496 ที่ไต้หวันกับครอบครัวคนจีนพลัดถิ่นที่ย้ายไปตั้งรกรากที่ไต้หวัน โดยคุณพ่อของเธอเป็นอดีตนายทหารของพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ที่ต้องอพยพหนีพรรคคอมมิวนิสต์มาอยู่ไต้หวันหลังพ่ายแพ้ในสงครามกลางเมืองจีน เธอจึงเติบโตมาพร้อมกับการปลูกฝังอุดมการณ์ชาตินิยมแบบไต้หวัน และมักจะเดินสายร้องเพลงปลอบขวัญทหารไต้หวันตามฐานทัพต่างๆ อยู่เสมอ
จนได้รับฉายาว่า "ขวัญใจทหารบก" เธอร้องเพลงได้หลายภาษามาก ทั้งจีนกลาง กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ญี่ปุ่น อังกฤษ และอินโดนีเซีย ทำให้เพลงของเธอทะลุพรมแดนไปทั่วย่านเอเชียรวมถึงชาวจีนโพ้นทะเล
ความดังของเธอทำให้ทางการจีนแผ่นดินใหญ่ (นำโดย เติ้ง เสี่ยวผิง) จะเคยสั่งแบนเพลงของเธอเพราะมองว่าเป็น "ดนตรีทุนนิยมที่บ่อนทำลาย" ทางการจีนให้เหตุผลว่าเพลงของเธอเป็นวัฒนธรรมกระฎุมพี (ทุนนิยม) ที่ตกต่ำ ยั่วยวน และจะทำให้ผู้คนจิตใจอ่อนแอ ขาดความมุ่งมั่นในการสร้างชาติ แต่การสั่งแบนกลับกลายเป็นการยิ่งกระตุ้นให้ผู้คนลักลอบนำเข้าเทปคาสเซ็ตต์เถื่อนและแอบฟังวิทยุคลื่นสั้นกันทั่วประเทศ
และในช่วงที่มีการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยโดยกลุ่มนักศึกษาที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เติ้ง ลี่จวิน ออกตัวสนับสนุนผู้ประท้วงอย่างเปิดเผย เธอเดินทางไปร่วมคอนเสิร์ตระดมทุนที่ฮ่องกง (Concert for Democracy in China) โดยสวมป้ายแขวนคอที่เขียนด้วยลายมือเพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรง และร้องเพลง My Home is on the Other Side of the Mountain ทั้งน้ำตา
เมื่อการประท้วงจบลงด้วยการใช้กำลังปราบปรามจนเกิดการนองเลือด เติ้ง ลี่จวิน เสียใจอย่างหนัก และได้ประกาศเจตนารมณ์อันเด็ดเดี่ยวว่า:
"ฉันจะไปเปิดการแสดงที่แผ่นดินใหญ่ ก็ต่อเมื่อที่นั่นนำระบอบประชาธิปไตยมาใช้แล้วเท่านั้น"
ด้วยเหตุนี้ ตลอดชีวิตของนักร้องเพลงจีนที่โด่งดังที่สุดในโลกคนนี้ เธอจึง ไม่เคยได้เดินทางเข้าไปเปิดการแสดงในจีนแผ่นดินใหญ่เลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้ว่าในช่วงบั้นปลายชีวิต ทางการจีนจะพยายามผ่อนปรนและส่งคำเชิญให้เธอไปเปิดคอนเสิร์ตที่ปักกิ่งหลายครั้งก็ตาม
แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว เติ้งลี่จวินมีช่วงเวลาที่ผูกพันกับประเทศไทย เธอชื่นชอบความสงบของจังหวัดเชียงใหม่และมักจะเดินทางมาพักผ่อนอยู่เสมอ จนกระทั่งในวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 เธอเสียชีวิตอย่างกะทันหันจากอาการโรคหอบหืดกำเริบเฉียบพลัน ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ในวัยเพียง 42 ปี ตอนนั้นเป็นข่าวดังมากๆ ในเมืองไทย
แต่ผู้คนก็ยังไม่ได้ลืมเธอ และเพลงๆ นี้ ภาพจำของเธอและเพลงเถียนมีมี่ถูกนำไปตอกย้ำความเป็นอมตะอีกครั้งในภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่อง Comrades: Almost a Love Story (เถียนมีมี่ 3,650 วันรักเธอคนเดียว) ในปี 1996 (1 ปีหลังจากเธอเสียชีวิต) ซึ่งใช้บทเพลงของเธอเป็นสัญลักษณ์เชื่อมโยงความรู้สึกของหนุ่มสาวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่อพยพมาสู้ชีวิตในฮ่องกง
โฆษณา