21 ก.ค. เวลา 14:37 • ปรัชญา
จิตว่าง .ทำจิตอยู่กับปัจจุบัน ปล่อยวางขันธ์ห้า ปล่อยวางอารมณ์ทั้งหมด ปล่อยวางความยึดถือ ถอดโลกสมมุติออกจากจิตชั่วขณะหนึ่ง เป็นจิตว่าง ..อารมณ์เป็นตัวกรรม มีอารมณ์ ก็มีกรรม มีกายกรรม วจีกรรม มะโนกรรม จะพ้นเวรพ้นกรรม ก็ด้วยมีสติสัมปชัญญะ รักษาจิตให้ว่าง เว้นจากอารมณ์นึกคิด อารมณ์กรรม ตัวกระทำ ทั้งหมด
เรื่องราวของจิต มันมีเรื่องราว ที่เค้าว่า ฌาน .อรูปฌาน เข้ามาครองจิต จิตก็ยึด อยู่อย่างนั้น ที่ว่า เกิดเป็นพรหมลูกฟัก ลอยไปลอยมา ในอากาศ เสวยสุข ยาวนาน ไม่รับรู้อะไร พอหมดบุญหนุ่นนำ ก็ต้องลงมาเกิดใหม่ เริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ร้องกระเว้ๆ ใหม่อีก
เรื่องราวของจิตว่างนั้น หากเรารู้จัก .มันจะไม่มีอารมณ์นึกคิด ว่างเว้นจากอารมณ์ กายก็นิ่ง จิตก็เฉย มีสติสัมปชัญญะ รับรู้ ที่ว่า เวทนา สุขเวทนา ทุกขเวทนา ในกายนี้
เรื่องราวของการปฏิบัติธรรม เรื่องราวของจิต .นั้นมันก็ต้องเรียนรู้ แก้ไข ไปเรื่อย .ที่จิตไม่ว่าง มันเกิดในกายนี้ เราก็ต้องครวจสอบ มันไม่่ว่าง เป็นเพราะอะไร
พอพูดถึวจิตว่าง . ว่างด้วยอารมณ์นึกคิด ปรุงแต่ง หลอกว่า ว่าง . ว่างอยู่ในอารมณ์นึกคิด .มันมีตัวอุปโลกน์ ด้วยอารมณ์อยู่
มาอีกแบบหนึ่ง จิตที่ท่านชำระสะสาง อารมณ์กรรม ตัวกระทำ หมดไปนากาย ที่อาศัย .อารมณ์ก็ไม่เจ้ามารบกวนจิตอีก จิตในจิต ในกายเป็นทุกข์ จิตก็เป็นสุข .นั่นก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ที่เป็นเรื่องราว ที่เรีนกว่า พระวิมุตติ หรือ จิตเจ้าไปในห้องวิมุตติ ที่มีเรื่องราว ของคำว่า บรมสุขของจิตที่มีธรรม เรื่องราวอย่างนี้ เราก็ฟังๆพระท่านเล่ามา
แล้วก็มีเรื่องราวคำว่า แสงสีของธรรม เกิดขึ้นที่จิต เรื่องราวอย่างนี้ เป็นปัจจัตตังภายใน ก็เห็นได้เพียงแค่ กายผิวกาย แต่ให้เห็นไปถึงจิต ภายใน ผิวหนัง ที่ห่อหุ้มกาย ก็ปิดยังหมด มองไปไม่เห็นจิต .เพราะตาเรา นั้น มีแต่กรรม มีแต่อารมณ์ปกปิด มองทะลุไปไม่ถึง
คราวนี้ มาเรื่องราว ที่ว่า หูทิพย์ตาทิพย์ หรือ ว่า โลกวิญญาณ สมมุติว่า เค้ามาร่วมอนุโมทนาบุญกุศล เค้าเห็นที่กายมนุษย์ หรือ เห็นที่จิต จิตที่เเป็นนามธรรม เค้าเห็นที่จิต กายนั้น เป็นเงา ๆ จิตที่อาศัยในกายนั้น หากมีบุญกุศล มีแสง จิตมีแสง เค้าเห็นที่ โครงกระดูกสันหลัง เป็นแสงสีอะไร .คนที่มีกรรม เค้าก็เห็นเป็นสีดำ ไปหมด ยิ่งมีเรื่องราวคาถาอาคม ไสยศาสตร์ .เค้าก็เห็นสี่ .แสงสีของบุญกุศลไม่มีเลย
โฆษณา